จับแก๊งค้าสัตว์ข้ามชาติ ลอบขน “เสือดำ” อำพรางเป็นแมว ส่งกลุ่มทุนเทาฝั่งพม่าเลี้ยงแก้เคล็ดธุรกิจ
เมื่อวันที่ 9 เม.ย. พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกันแถลงผลการจับกุมขบวนการค้าสัตว์ป่าข้ามชาติรายใหญ่ในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก โดยจับกุมผู้ต้องหาชายชาวเมียนมาได้ 2 ราย พร้อมของกลางลูกเสือดำเพศเมีย อายุประมาณ 7 เดือน จำนวน 1 ตัว รถยนต์ทะเบียนเมียนมา 1 คัน และอุปกรณ์การขนส่ง รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1.3 ล้านบาท
พล.ต.ต.เอนก เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้รับรายงานว่ามีการลักลอบขนส่งสัตว์ป่าหายากจากประเทศกัมพูชา ผ่านประเทศไทย เพื่อส่งต่อไปยังประเทศเมียนมา โดยขบวนการนี้ใช้วิธีอำพรางสัตว์ในกรงว่าเป็น "แมวดำ" เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ ชุดจับกุมจึงใช้ยุทธวิธี "การส่งมอบภายใต้การควบคุม" (Controlled Delivery) โดยสะกดรอยตามตั้งแต่การรับของจากต้นทาง จนกระทั่งผู้ต้องหาปรากฏตัวเพื่อรับช่วงต่อในพื้นที่ชายแดนแม่สอด จึงแสดงตัวเข้าจับกุมทันที
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธโดยอ้างว่าได้รับการว่าจ้างเป็นเงิน 25,000 บาท ให้ขับรถมารับสัตว์เพื่อส่งข้ามแดน โดยไม่ทราบมาก่อนว่าสัตว์ตัวดังกล่าวคือเสือดำ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่พบหลักฐานเชื่อมโยงว่าขบวนการนี้มีเครือข่ายโยงใยหลายสัญชาติ ทั้งไทย กัมพูชา และเวียดนาม
ด้าน นายพลวีร์ บูชาเกียรติ ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวกรองอาชญากรรมสัตว์ป่า ระบุว่า ปลายทางของเสือดำตัวนี้อยู่ที่พื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ "ชเวก๊กโก" ในเมียนมา ซึ่งเป็นแหล่งรวมตัวของกลุ่มทุนต่างชาติที่ทำธุรกิจผิดกฎหมายและเครือข่ายสแกมเมอร์ จากการข่าวพบว่ากลุ่มทุนเหล่านี้มีความเชื่อส่วนบุคคลว่า การเลี้ยงเสือดำซึ่งเป็นสัตว์หายากจะช่วยเสริมบารมีและให้โชคลาภในการทำธุรกิจพนันออนไลน์ รวมถึงใช้เป็นสัตว์ประดับบารมีแสดงสถานะทางสังคม
ขณะที่เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ระบุว่า ลูกเสือดำตัวนี้มีความเชื่องมาก คาดว่าถูกเลี้ยงมาโดยมนุษย์ตั้งแต่ยังเล็ก ทำให้พฤติกรรมเปลี่ยนไปจนไม่สามารถปล่อยคืนสู่ธรรมชาติได้อีกต่อไป ต้องส่งไปดูแลที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง จ.ราชบุรี ตลอดชีวิต ซึ่งหากประเมินมูลค่าทางระบบนิเวศ เสือดำ 1 ตัวจะมีมูลค่าสูงถึง 4 ล้านบาทในฐานะผู้ล่าที่คุมสมดุลของป่า
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ซึ่งมีโทษทั้งจำและปรับอย่างหนัก พร้อมเตรียมประสานหน่วยงานปราบปรามอาชญากรรมระหว่างประเทศเพื่อขยายผลกวาดล้างผู้ร่วมขบวนการในต่างประเทศให้สิ้นซากต่อไป