บทพิสูจน์รัฐบาล
ก็…ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรครับ
แค่เรื่องไม่รู้ กับแกล้งไม่รู้
ในโลกสีน้ำเงินใบนี้ยังมีหลายสิ่งที่มนุษย์ยังไม่รู้อีกเยอะแยะครับ
ก้นมหาสมุทรมีพื้นที่ที่ยังไม่ถูกสำรวจอีกมากมาย
ยังไม่รู้ว่ามีตัวอะไรที่มนุษย์ยังไม่ได้ตั้งชื่อบ้าง
ในป่าลึกก็ยังมีความลับซ่อนอยู่มากมาย
แต่เรื่องที่มนุษย์รู้แล้ว และรู้กันทั้งโลก เชื่อหรือไม่ว่าก็ยังมีมนุษย์บางส่วนไม่รู้อยู่ดี
บางเรื่องก็เหลือเชื่อ…ว่าไม่รู้
วานนี้ (๙ เมษายน) นั่งไถโทรศัพท์ดับร้อน ดันไปเจอเรื่องร้อนฉ่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง มีรสนิยมทางการเมืองอย่างหนึ่ง โพสต์ข้อความชวนตะลึง!
"…เรื่องเศร้าประเทศไทย
เมื่อซาบีดา ลาออกจาก สส.
แล้วเลื่อนเพื่อนร่วมทีมขึ้นมาแทน
พวงมรึงจะทำอะไรกับประเทศไทยก็ได้ใช่มั้ย เพียงแค่คนจำนวนหนึ่งให้โอกาส
มรึงเยาะเย้ยพวกตรูที่ไม่ได้เลือกมรึงมาใช่มั้ย
โคตะระเจ็บใจเลยว่ะ
นายกฯ หมา…พ่อหมึง
เศร้ามากกว่าเศร้าคือ พวกมันใหญ่สุดในประเทศไทย ไม่มีใครหยุดได้นี่แหละ
ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ คุณร่ำเรียนมาเพื่อให้นักการเมืองเหยียบหัวขึ้นไปย่ำยีประเทศไทยใช่มั้ย คงเหยียบหัวบิดามารดรคุณด้วยแหละ…"
มีคนเข้าไปแสดงความเห็นอธิบายข้อกฎหมาย รวมถึงประเพณีปฏิบัติทางการเมืองหลายราย เช่น
"…คุณซาบีดาแสดงสปิริตมาเป็น รมต. ให้ปาร์ตี้ลิสต์ลำดับต่อไปเลื่อนขึ้นมาเป็น สส. จะได้มาทำงานนิติบัญญัติ ต้องชมเชย…"
"…ก็เขาจะไปเป็น รมต.อย่างเดียวไม่ใช่เหรอ ก็ลาออกก็ถูกแล้ว ส่วนใครจะเลื่อนมันก็ปกติ ตามระบบอยู่แล้ว…"
"…มันเป็นธรรมเนียมที่เค้าทำกันมาทุกยุคทุคสมัย..มันเป็นเรื่องปกติของการเมืองไทย..จะปั่นกระแสเพื่อ…แค่สงสัยว่า..ในสภาวะแบบนี้…ยังยุ่งกันไม่พออีกเหรอ..ก็แค่สงสัย..?
"…คุณไม่รู้เหรอว่าประเพณีแบบนี้มันมีมาตั้งแต่มี สส.ปาร์ตี้ลิสต์ เค้าทำกันแบบนี้ทุกยุคทุกสมัย ทุกพรรคที่ได้จัดตั้งรัฐบาล…"
"…เขาลาออกเพื่อที่จะได้ทำงานอย่างเต็มที่ สมองคิดเรื่องดีๆ บ้างไม่ได้ ทำไมคิดแต่ว่าตัวเองจะเลวเหมือนพรรคที่ตัวเองสนับสนุน…"
ก็พอหอมปากหอมคอ แต่…เจ้าคนโพสต์ไม่เข้าใจ แถกันสีข้างถลอก
"…พรรคเดียวกัน
จะว่าไปเหมือนเล่นซิกแซ็กค่ะ
เอาคนนี้ลงมาล่อ พอได้แล้วลาออกให้อีกคนขึ้นมาแทน
ความจริงถ้าคนนี้ลา คนที่มาคือคนที่ได้คะแนนอันดับถัดไป
ไม่ใช่เอาคนถัดไปของพรรคเดิม…"
"…ต้องเอาคนที่ได้อันดับ ๒ มามั้ยที่ควรเป็น แบบนี้สื่อถึงไม่ซื่อต่อแผ่นดิน…"
ก็พอสรุปได้ว่า ถ้า สส.ปาร์ตี้ลิสต์ในพรรคอันดับ ๑ ลาออก ก็ต้องยกเก้าอี้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ให้พรรคอันดับ ๒
คือ…ไปเพิ่มเก้าอี้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ให้พรรคส้ม
แบบนี้ก็มีด้วย!
นี่คือตัวอย่างของคนที่ยืนหยัดมุ่งมั่นไม่สนใจอะไรทั้งนั้น นอกจากความคิดของตัวเอง แต่กรณีแบบนี้คงมีไม่เยอะครับ
ก็เอามาเล่าสู่กันฟังว่า คนแบบนี้มันมีอยู่จริง
แต่บางเรื่องบางกรณีก็มีความเชื่อในลักษณะนี้กันกว้างขวางมาก
มีทั้งชาวบ้านธรรมดา นักการเมือง ทนายความ สื่อ ตั้งคำถามด่ารัฐบาล ราคาน้ำมันตลาดโลกลงแล้ว ราคาน้ำมันในไทยจะลงกี่โมง
คนไม่รู้จริงๆ มีครับ จำนวนไม่น้อยเสียด้วย
แต่ก็มีพวกรู้อยู่แล้วกลับแกล้งไม่รู้ พวกนี้มีวัตถุประสงค์หาแสงใส่ตัว เพราะรู้ดีว่าในวิกฤตน้ำมัน ด่ารัฐบาล ด่าบริษัทน้ำมันอย่างไร ก็มีคนเชื่อ
ไม่ต้องอ้างอิงข้อเท็จจริงอะไรทั้งนั้น
ก็เป็นที่มาของคำถามที่ว่า ที่ตลาดโลกขึ้นก็ขึ้นเอาๆ พอตลาดโลกลงไม่ลงตาม
"โบว์-ณัฏฐา มหัทธนา" อดีตโฆษกศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โพสต์ชี้แจงไว้ในเฟซบุ๊ก Bow Nuttaa Mahattana ของเธอตามนี้ครับ
"…วันนี้ราคาน้ำมันไทย ทำไมไม่ลงตามตลาดโลก?
ก็เพราะที่ผ่านมาเวลาน้ำมันขึ้น เราก็ไม่ได้ปล่อยราคาพุ่งขึ้นเท่าตลาดโลก แต่ใช้เงินกองทุนน้ำมันอุ้มไว้ต่อเนื่องร่วมยี่สิบบาท จนกองทุนติดลบ ๕.๖ หมื่นล้าน
เมื่อถึงเวลาราคาลง จึงไม่ปล่อยดิ่งลงทันที เพราะต้องเก็บเงินคืนกองทุน ให้ติดลบน้อยลง เพื่อให้เรายังมีกองทุนที่ทำหน้าที่ช่วยรักษาเสถียรภาพราคาในยามที่มีการแกว่งขึ้นได้ต่อไป
หลายคนไม่รู้จริงๆ ว่าที่ผ่านมากองทุนอุ้มไว้มหาศาลขนาดไหน
แม้แต่วันที่เริ่มปล่อยราคาขึ้นไปบ้างแล้ว ก็ยังอุ้มอยู่เป็นสิบบาท จนน้ำมันไทยเนื้อหอมเพราะราคาถูกกว่าทุกประเทศรอบบ้าน มีความพยายามลักลอบขนออกนอกประเทศให้ต้องไล่จับกันไปทั่ว
กองทุนติดลบมากจนเลยเพดานเพื่อให้คนไทยได้ใช้น้ำมันราคาถูกเกินจริงมาตลอดตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม นี่คือระบบที่น้อยประเทศจะใช้กัน เพราะในเรื่องดีก็มีข้อเสีย
มันคือการแทรกแซงกลไกตลาดอย่างรุนแรง
อีกทั้งในยามติดลบ รัฐก็เป็นหนี้บริษัทน้ำมันไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีเงินจ่าย
จ่ายเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่มีดอกเบี้ย บริษัทเหล่านั้นต้องใช้สายป่านตัวเองประคองตัว เติมสต๊อกไว้ขายต่อไป
จริงๆ ผู้รู้ก็สื่อสารกันมาตลอด
แต่เมื่อพื้นที่สื่อเต็มไปด้วยผู้ไม่รู้ หรือ “ผู้แกล้งไม่รู้” ที่สร้างยอดเอนเกจเมนต์ด้วยการปั่นประสาทชาวบ้านไปวันๆ
สภาพการรับรู้ข้อเท็จจริงของสังคมเลยเป็นอย่างที่เห็น…"
ที่จริงเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่เข้าใจยากแต่อย่างไร
คนไทยเจอประสบการณ์แบบนี้มาหลายครั้งแล้ว แต่ความไม่เข้าใจนั้นยังคงมีอยู่
ก็พอเข้าใจได้ครับว่า น้ำมันแพง คนมันเดือดร้อน สิ่งที่ประชาชนต้องการคือเมื่อไหร่ราคาน้ำมันจะกลับไปเหมือนเดิม
ประชาชนไม่มีเวลาไปคิดอย่างอื่นหรอกครับนอกจากเรื่องปากท้อง
เมื่อต้นทุนสูง ทุกอย่างในชีวิตมันสูงไปหมด ยกเว้นเงินเดือน เงินในกระเป๋า
แต่ชีวิตต้องเผชิญกับความจริง โลกอยู่ในวิกฤต แม้จะมีการหยุดยิง ๒ สัปดาห์ ซึ่งไม่มีอะไรมาการันตีว่าจะยิงกันต่อหรือไม่
ทุกคนต้องปรับตัวครับ ไม่มีสูตรสำเร็จ และศักยภาพในการปรับตัวของแต่ละคนไม่เท่ากัน
จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ทำอย่างไรให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด
พิสูจน์กันตรงนี้แหละครับ.