โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สะเทือนใจ! แม่ยืนดู พ่อเลี้ยงทำร้ายลูกเลี้ยงไม่ยั้ง สุดท้ายเสียชีวิต

tvpoolonline.com

อัพเดต 09 เม.ย. เวลา 17.28 น. • เผยแพร่ 09 เม.ย. เวลา 10.28 น. • TV Pool

คดีสะเทือนใจ เด็กชายวัยเพียง 1 ขวบ 6 เดือน เสียชีวิตผิดธรรมชาติ แพทย์พบร่องรอยถูกทำร้ายทั่วร่าง ตำรวจคุมตัวแม่และพ่อเลี้ยงสอบเข้ม ก่อนฝ่ายพ่อเลี้ยงรับสารภาพลงมือทำร้ายต่อเนื่องนานกว่า 2 เดือน อ้างเด็กร้องงอแง

เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เขาดิน ควบคุมตัวหญิงอายุ 30 ปี และชายอายุ 38 ปี ซึ่งเป็นแม่แท้ๆ และพ่อเลี้ยงของเด็กชายวัย 1 ขวบ 6 เดือน ที่เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ มาสอบปากคำอย่างละเอียด หลังผลชันสูตรระบุว่า เด็กเสียชีวิตจากแรงกระแทกของแข็งไม่มีคมบริเวณศีรษะ และพบร่องรอยเขียวช้ำ รวมถึงบาดแผลคล้ายถูกความร้อนบริเวณหลังและก้น

พฤติการณ์ยิ่งน่าสงสัย เมื่อในวันที่เด็กเสียชีวิต แม่กลับไม่ไปรับศพลูกมาประกอบพิธี มีเพียงญาติฝ่ายย่าเป็นผู้ดำเนินการ ทำให้ตำรวจมุ่งประเด็นไปที่บุคคลใกล้ชิด

ระหว่างการสอบสวน แม่เด็กให้การว่า เคยใช้เครื่องช็อตปลาช็อตลูกเพราะร้องไห้งอแง แต่ยืนยันว่าไม่ได้รุนแรง อีกทั้งอ้างว่ามักเข้าไปห้ามเมื่อพ่อเลี้ยงทำร้ายลูก โดยในวันเกิดเหตุ เด็กมีอาการชัก จึงขอความช่วยเหลือเพื่อนบ้านให้พาส่งโรงพยาบาล ก่อนเสียชีวิตในวันถัดมา

อย่างไรก็ตาม พยานซึ่งเป็นผู้ช่วยนำเด็กส่งโรงพยาบาล เปิดเผยว่า แม่เด็กยอมรับว่าพ่อเลี้ยงใช้เครื่องช็อตปลาช็อตเด็กเพื่อหวังกระตุ้นให้ฟื้น หลังหมดสติ แต่เด็กมีเลือดออกทางปากและจมูกแล้ว

ต่อมา ภายใต้การสอบสวนอย่างต่อเนื่อง พ่อเลี้ยงรับสารภาพว่า ลงมือทำร้ายเด็กจริง โดยอ้างว่าเกิดความโมโหจากการที่เด็กร้องงอแง จึงตบและต่อยที่หน้าผากจนสลบ ก่อนใช้เครื่องช็อตปลาช็อตซ้ำเพื่อหวังให้ฟื้น นอกจากนี้ยังยอมรับว่า ได้ทำร้ายเด็กมาอย่างต่อเนื่องนานกว่า 2 เดือน ทั้งการตบหน้า ใช้บุหรี่จี้ และช็อตไฟฟ้า

ด้านอาสาสมัครกู้ภัยที่เข้าดูแลศพ ระบุว่า พบร่องรอยบาดแผลหลายจุดทั่วร่างกาย รวมถึงรอยผิดปกติบริเวณทวาร ซึ่งเข้าข่ายการเสียชีวิตผิดธรรมชาติ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และเสพยาเสพติด ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...