สงคราม EV เดือดไม่หยุด! BYD-คู่แข่ง เร่งหั่นราคา แม้รัฐพยายามเบรก
สงครามราคา EV เดือดไม่หยุด! BYD Co.-คู่แข่ง เร่งหั่นราคา แม้รัฐพยายามเบรก ท่ามกลางการแข่งขันในตลาดรถยนต์จีนทวีความรุนแรง
วันที่ 24 เมษายน 2569 เวลา 10.01 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ความพยายามของจีนในการชะลอสงครามราคาในอุตสาหกรรมรถยนต์กำลังสะดุด เมื่อ BYD Co. และผู้ผลิตรายอื่นยังคงเดินหน้าลดราคาสินค้า เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดในประเทศที่ใหญ่ที่สุดของโลก
ข้อมูลจาก China Auto Market ที่รวบรวมโดย Bloomberg ระบุว่า ส่วนลดเฉลี่ยของรถยนต์ BYD พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 10% ในเดือนมีนาคม ขณะที่ค่ายคู่แข่งอย่าง Geely Automobile Holdings Ltd. และ Chery Automobile Co. ก็เพิ่มระดับส่วนลดเช่นกัน
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนการแข่งขันที่รุนแรงและปัญหากำลังการผลิตส่วนเกิน (overcapacity) ซึ่งกดดันตลาดรถยนต์จีนอย่างหนัก แม้รัฐบาลจะออกมาตรการเตือนผู้ผลิตหลายครั้งให้หลีกเลี่ยงการขายต่ำกว่าต้นทุนหรือใช้ส่วนลดที่ไม่เหมาะสม
นักวิเคราะห์มองว่าแนวโน้มการแข่งขันด้านราคาจะยังไม่จบลงง่าย ๆ เยล จาง จาก Automotive Foresight กล่าวว่า “การแข่งขันด้านราคาจะยังคงอยู่ และจะไม่หายไปในปีนี้หรือปีหน้า”
โดยแรงกดดันด้านกำไรในประเทศ ทำให้ผู้ผลิตจีนหันไปขยายตลาดต่างประเทศมากขึ้น ตั้งแต่บราซิล สหราชอาณาจักร ไปจนถึงออสเตรเลียและแคนาดา อย่างไรก็ตามการส่งออกที่พุ่งขึ้นก็เริ่มเผชิญแรงต้าน โดยสหภาพยุโรปและบางประเทศในละตินอเมริกาเริ่มขึ้นภาษีนำเข้า เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ
BYD ซึ่งเป็นผู้นำตลาด กลายเป็นจุดสนใจ หลังยอดขายในจีนลดลงต่อเนื่อง 7 เดือน และกำไรเริ่มได้รับผลกระทบ โดยล่าสุดบริษัทรายงานกำไรลดลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วงโควิด-19
ซีอีโอ หวัง ฉวนฝู ระบุว่า อุตสาหกรรมรถยนต์จีนกำลังเข้าสู่ช่วงคัดออกที่โหดร้าย (brutal knockout stage)
ปัญหาหลักของสงครามราคาคือกำลังการผลิตที่ล้นตลาด โดยโรงงานรถยนต์จีนสามารถผลิตได้ถึง 55.5 ล้านคันต่อปี แต่ยอดขายในประเทศปี 2568 อยู่ที่เพียง 23 ล้านคัน ทำให้อัตราการใช้กำลังการผลิตเฉลี่ยอยู่เพียง 50% ซึ่งถือว่าไม่ยั่งยืน
แม้ในระยะยาว อุตสาหกรรมอาจเข้าสู่การควบรวมกิจการหรือการล้มละลายของผู้เล่นรายเล็กเพื่อลดกำลังการผลิตส่วนเกิน แต่กระบวนการดังกล่าวอาจนำไปสู่การว่างงานจำนวนมาก ซึ่งรัฐบาลจีนพยายามหลีกเลี่ยงผ่านนโยบายสนับสนุนต่าง ๆ
ในระยะสั้น ผู้ผลิตรายใหญ่ยังคงแข่งขันกันอย่างหนัก ด้วยการเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่และเร่งรอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เช่น BYD ที่เปิดตัวแบตเตอรี่และระบบชาร์จเร็วรุ่นใหม่ ขณะที่ Xiaomi Corp. ก็เพิ่มฟีเจอร์ใหม่จำนวนมากในรถยนต์ไฟฟ้า SU7 แต่ปรับราคาขึ้นเพียงเล็กน้อย
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า แม้ราคาที่ลดลงจะดูเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคในระยะสั้น แต่ในระยะยาวอาจส่งผลเสียต่อทั้งระบบอุตสาหกรรม โดยเฉพาะตลาดรถมือสองและเสถียรภาพทางการเงินของผู้ผลิต
“มันอาจดูดีสำหรับผู้บริโภค แต่ผู้ผลิตกำลังขาดทุน และสุดท้ายจะกระทบทั้งระบบ” ผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรผู้ผลิตยานยนต์โลกกล่าว
อ้างอิง : bloomberg.com