5 ความเสี่ยง Stablecoin ที่เทรดเดอร์จำเป็นต้องรู้ก่อนใช้งาน
#Crypto101 #ทันหุ้น – ปัจจุบันมูลค่าตลาดรวม Stablecoin ทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 319.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 11.5 – 12 ล้านล้านบาท โดยมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม แม้ Stablecoin จะได้รับความนิยมมากขึ้นแต่ก็มีความเสี่ยงที่ต้องระวังเช่นกัน โดยส่วนมากจะมีประเด็นดังนี้
1. ความเสี่ยงด้านการรักษามาตรวัดมูลค่า (De-pegging Risk)
คือความเสี่ยงที่เหรียญจะหลุดหลุดจากระดับราคาที่ผูกไว้ เช่น 1 USDT ไม่เท่ากับ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ สาเหตุอาจเกิดจากความเชื่อมั่นในตัวผู้ออกเหรียญลดลง หรือสินทรัพย์ที่ใช้ค้ำประกันมีปัญหา
2. ความเสี่ยงด้านเงินสำรอง (Reserve Risk)
ความโปร่งใสของผู้ออกเหรียญเป็นเรื่องใหญ่ หากบริษัทผู้ออกเหรียญไม่มีเงินดอลลาร์หรือสินทรัพย์จริงมาค้ำประกันในอัตรา 1:1 ตามที่กล่าวอ้าง เมื่อเกิดเหตุการณ์คนแห่ถอนเงิน (Bank Run) บริษัทอาจไม่มีเงินจ่ายคืน ทำให้ผู้ออก Stablecoin จะต้องมีสินทรัพย์หนุนหลังที่มีสภาพคล่องสูงเช่นเงินสดเท่านั้น
3. ความเสี่ยงด้านระเบียบข้อบังคับ (Regulatory Risk)
ในปี 2026 หน่วยงานกำกับดูแล เช่น FATF และ SEC ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย เริ่มบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดขึ้นอย่างเช่นการตรวจสอบแหล่งที่มาของเงิน (AML) เพื่อป้องกันการฟอกเงิน หากเหรียญใดไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานใหม่ อาจถูกระงับการซื้อขายในกระดานเทรดหลักได้ทันที
4. ความเสี่ยงด้านเทคนิค (Smart Contract Risk)
Stablecoin ทำงานบน Smart Contract ซึ่งหากมีช่องโหว่ทางโปรแกรม อาจถูกแฮ็กหรือทำให้ระบบทำงานผิดพลาดจนเงินหายได้
5. ความเสี่ยงเชิงระบบ (Systemic Risk)
หาก Stablecoin ตัวใหญ่ตัวใดตัวหนึ่งล้มเหลว เช่น กรณีเหรียญ UST ในอดีต อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังระบบการเงินในโลกจริงได้ เนื่องจากปัจจุบันสถาบันการเงินเริ่มเข้ามาถือครอง Stablecoin มากขึ้น
อย่างไรก็ตามกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นจะทำให้ Stablecoin มีความปลอดภัยและความเชื่อมั่นในการใช้งานมากขึ้นซึ่งอาจจะมาแทนที่ระบบการเงินดั้งเดิมได้ในอนาคต