จีนสั่งเบรกบริษัทเทคฯ รับทุนสหรัฐฯ ก่อนรัฐบาลอนุมัติ
NDRC ส่งสัญญาณสตาร์ตอัปยักษ์ใหญ่ปฏิเสธเงินทุนสหรัฐฯ หากไม่ได้รับอนุมัติจากภาครัฐก่อนระดมทุน มาตรการตอบโต้อุปสรรคทางภูมิรัฐศาสตร์ หลังเคส "Meta" ฮุบ "Manus" กระตุ้นรัฐบาลตรวจสอบดีลต่างชาติ คุมเข้มตลาดรอง ByteDance และจ่อคุม IPO บริษัทกลุ่ม AI ป้องกันต่างชาติถือหุ้นในอุตสาหกรรมอ่อนไหว
25 เมษายน 2569 รัฐบาลจีนยกระดับมาตรการควบคุมภาคเทคโนโลยีครั้งสำคัญ โดยมุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผ่านการกำหนดเงื่อนไขใหม่ในการรับเงินทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะนักลงทุนจากสหรัฐอเมริกา ที่จะต้องผ่านกระบวนการอนุมัติอย่างเข้มงวดจากหน่วยงานภาครัฐก่อนดำเนินการ มาตรการเชิงรุกนี้สะท้อนถึงความพยายามของจีนในการป้องกันไม่ให้นักลงทุนสหรัฐฯ เข้าถือครองหุ้นในอุตสาหกรรมที่ถูกจัดว่ามีความอ่อนไหวและมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับความมั่นคงแห่งชาติ
ชนวนเหตุสำคัญของมาตรการนี้เกิดขึ้นภายหลังกรณีที่ Meta Platforms เข้าซื้อกิจการ Manus สตาร์ตอัป AI ของจีน ด้วยมูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งสร้างแรงกระเพื่อมในวงการและกระตุ้นให้หน่วยงานกำกับดูแลของจีนเริ่มตรวจสอบเส้นทางการลงทุนจากต่างชาติและการส่งออกเทคโนโลยีที่อาจเข้าข่ายละเมิดกฎหมายอย่างละเอียด
NDRC บีบสตาร์ตอัปยูนิคอร์นเลือกข้าง ปฏิเสธเม็ดเงินทุนจากฝั่งอเมริกา
ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (NDRC) ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐหลายแห่ง ได้เข้าชี้แจงและแจ้งต่อบริษัทเอกชนในอุตสาหกรรมเป้าหมายให้ปฏิเสธข้อเสนอเงินทุนที่มีแหล่งที่มาจากสหรัฐฯ ในการระดมทุนรอบต่างๆ เว้นแต่จะได้รับการอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากรัฐบาล
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อบริษัทเทคโนโลยีระดับแถวหน้าของจีนหลายแห่ง:
- Moonshot AI: บริษัทที่อยู่ระหว่างการพิจารณาเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ได้รับคำแนะนำโดยตรงจากหน่วยงานวางแผนของรัฐให้จำกัดการรับทุนสหรัฐฯ
- StepFun: สตาร์ตอัป AI ดาวรุ่งอีกแห่งที่ได้รับคำเตือนในลักษณะเดียวกัน
- ByteDance: บริษัทแม่ของ TikTok ซึ่งเป็นสตาร์ตอัปที่มีมูลค่าสูงสุดในประเทศ ถูกกำหนดข้อจำกัดในการขายหุ้นในตลาดรอง (Secondary Market) ให้แก่นักลงทุนสหรัฐฯ โดยเฉพาะส่วนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับแชตบอต AI ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูง
ผลกระทบต่อห่วงโซ่การลงทุนและเสถียรภาพอุตสาหกรรม
การเพิ่มมาตรการคัดกรองเงินทุนในครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านสำคัญของนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลของจีน ที่เปลี่ยนจากยุคการระดมทุนเสรีสู่ยุคการกำกับดูแลภายใต้กรอบความมั่นคง การที่รัฐบาลปักกิ่งเข้าแทรกแซงการขายหุ้นตลาดรองของบริษัทระดับโลกอย่าง ByteDance ชี้ให้เห็นว่าจีนต้องการรักษาอำนาจการควบคุมเหนืออัลกอริทึมและข้อมูลสำคัญไม่ให้ตกอยู่ในมือของกลุ่มทุนจากประเทศคู่ขนานทางการเมือง
โฆษกและหน่วยงานกำกับดูแลของจีนแสดงท่าทีชัดเจนว่า การประเมินผลกระทบต่อผลประโยชน์แห่งชาติเป็นลำดับความสำคัญสูงสุด โดยเฉพาะหลังประกาศข้อตกลงซื้อขายกิจการในเดือนธันวาคมปีก่อนที่นำไปสู่การคุมเข้มในปัจจุบัน
“เป้าหมายสำคัญของข้อจำกัดใหม่นี้ คือการป้องกันไม่ให้นักลงทุนจากสหรัฐฯ เข้าถือหุ้นในอุตสาหกรรมที่มีความอ่อนไหวและเกี่ยวข้องกับความมั่นคงแห่งชาติ”
มาตรการนี้สร้างความท้าทายใหม่ให้แก่สตาร์ตอัปจีนที่ต้องการขยายธุรกิจสู่ระดับสากล เนื่องจากทุนสหรัฐฯ เคยเป็นแหล่งเงินทุนหลักในการสร้างการเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา การบีบให้บริษัทเทคโนโลยีต้องปฏิเสธเงินทุนเหล่านี้อาจส่งผลให้เส้นทางการเข้าสู่ IPO ในตลาดต่างประเทศมีความซับซ้อนมากขึ้น และอาจทำให้บริษัทเอกชนต้องพึ่งพาทุนภายในประเทศหรือทุนจากกลุ่มประเทศที่เป็นมิตรกับจีนแทน
ขณะที่นักลงทุนสหรัฐฯ เองก็ต้องเผชิญกับความเสี่ยงเชิงนโยบายที่เพิ่มขึ้น ทำให้การเข้าถึงเทคโนโลยี AI ล้ำสมัยของจีนผ่านการถือหุ้นกลายเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากขึ้นในทางปฏิบัติ การประเมินผลกระทบในระยะต่อไปจะมุ่งเน้นไปที่ท่าทีของบริษัทที่ได้รับคำเตือน และมาตรการที่จีนจะนำมาใช้ปกป้องสิทธิประโยชน์อันชอบธรรมของบริษัทเทคโนโลยีในเครืออย่างเต็มที่ภายใต้แรงกดดันจากมหาอำนาจตะวันตก