“ค่าประกันเรือ” ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พุ่งกว่า 5 เท่าจากช่วงแรกของสงคราม
"ค่าประกันเรือ" ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พุ่งกว่า 5 เท่าจากช่วงแรกของสงคราม ขณะที่สหรัฐเตรียมอัดงบหนุนประกัน หวังกู้เส้นทางพลังงานโลก
วันที่ 17 มีนาคม 2569 เวลา 13.38 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าแหล่งข่าวในอุตสาหกรรมประกันภัยเปิดเผยว่า การทำประกันภัยสำหรับเรือที่ต้องเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ยังสามารถทำได้อยู่ แม้ต้นทุนจะพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก ท่ามกลางความตึงเครียดจากสงครามอิหร่าน
โดยค่าเบี้ยประกันล่าสุดปรับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 5% ของมูลค่าเรือ ซึ่งเพิ่มขึ้นราว 5 เท่าจากช่วงแรกของสงคราม และสูงกว่าระดับปกติหลายเท่าตัวในช่วงที่สถานการณ์สงบ ตัวอย่างเช่น เรือบรรทุกน้ำมันมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์ อาจต้องจ่ายค่าประกันสูงถึง 5 ล้านดอลลาร์
แม้อัตราค่าประกันจะพุ่งสูง แต่ก็สะท้อนว่ายังมีบริษัทประกันพร้อมให้ความคุ้มครองสำหรับเรือบางส่วนที่ต้องการเดินเรือผ่านเส้นทางสำคัญนี้ ซึ่งโดยปกติเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวราว 20% ของโลก อย่างไรก็ตามปัจจัยสำคัญไม่ได้อยู่ที่มีประกันหรือไม่ แต่เป็นคำถามว่า เจ้าของเรือจะกล้าเสี่ยงเดินเรือหรือไม่ ท่ามกลางความกังวลด้านความปลอดภัย
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ระบุว่า แม้จะสามารถจัดการภัยคุกคามในพื้นที่ได้ แต่การฟื้นการเดินเรือจำเป็นต้องให้เรือยินยอมผ่านเส้นทางก่อน จึงจะกลับสู่ภาวะปกติ
ขณะเดียวกันสหรัฐเตรียมแผนวงเงิน 20,000 ล้านดอลลาร์ ผ่านหน่วยงาน US International Development Finance Corporation (DFC) เพื่อช่วยสนับสนุนการทำประกันและกระตุ้นการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของโครงการยังไม่ชัดเจน และความพยายามของสหรัฐในการดึงพันธมิตรเข้ามาร่วมรักษาความปลอดภัยเส้นทางดังกล่าว ยังได้รับการตอบรับอย่างจำกัด
โดยเบี้ยประกันส่วนใหญ่ในขณะนี้ถูกเสนอให้กับเรือที่มีความเชื่อมโยงกับจีน อินเดีย และปากีสถาน ขณะที่บริษัทประกันในตลาดลอนดอนยืนยันว่า การคุ้มครองยังคงมีอยู่ และไม่ใช่อุปสรรคหลักต่อการค้าระหว่างประเทศ
อย่างไรก็ตามความเสี่ยงด้านความปลอดภัยยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ศูนย์ UK Maritime Trade Operations ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม มีเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยทางทะเลในอ่าวเปอร์เซียอย่างน้อย 20 ครั้ง โดยเหตุล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 มีนาคม เมื่อเรือคอนเทนเนอร์ถูกโจมตีจนเกิดเพลิงไหม้
อ้างอิง : bloomberg.com