ผบ.ตร. เชิดชูตำรวจ 2 โรงพักทำดี ‘ช่วยเด็ก15-CPRหญิง49’ ยกย่องเป็นต้นแบบ
เมื่อวันที่ 18 มี.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล/รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้เน้นย้ำให้ข้าราชการตำรวจทุกนายมี MINDSET ในการทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนในทุกมิติ เสมือนประชาชนทุกคนเป็นญาติของเรา ตามนโยบายการบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 พร้อมขับเคลื่อนแนวทาง “เชิดชูตำรวจทำดี” เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับบุคลากร ที่ทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างเข้าถึงและได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชน
ล่าสุด ผบ.ตร.เชิดชูตำรวจทำดี 4 นาย จาก 2 เหตุการณ์ประทับใจที่ได้รับความชื่นชมอย่างกว้างขวางในโลกโซเชียล โดยเหตุการณ์แรกเกิดขึ้นในพื้นที่ สภ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 “ด.ต.อิศรา สมัครรบ” และ “ส.ต.ต.ธนชัย เทียนทอง” ตำรวจสายตรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยา เกลี้ยกล่อม สวมกอดปลอบใจ ช่วยชีวิตเด็กชายวัย 15 ปี ที่มีอาการเครียดจะกระโดดสะพาน โดยใช้ยุทธวิธีการสื่อสารเชิงจิตวิทยา ทำให้เด็กชายดังกล่าวคลายความกังวลและปลอดภัย
อีกเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี 2 นาย ได้แก่ “ส.ต.ท.บุญญฤทธิ์ เนียมจำเริญ” และ “ส.ต.ท.ศุภชัย อุ่นศิริ” ใช้ทักษะ CPR ที่ฝึกฝนมา ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวหญิงวัย 49 ปี มีภาวะหัวใจหยุดเต้นขณะท่องเที่ยวที่บ้านอีต่อง จึงได้สลับกันปั๊มหัวใจ (CPR) บนรถพยาบาลฝ่าเส้นทางกว่า 64 กิโลเมตร 399 โค้ง จนถึงโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย ซึ่งการช่วยชีวิตผู้ป่วยวิกฤตที่หัวใจหยุดเต้นนั้น พยาบาลไม่สามารถทำ CPR เพียงลำพังได้ตลอดทาง
พล.ต.ท.ชัยต์พจน กล่าวว่า แม้ทั้ง 2 เหตุการณ์จะผ่านมาสักระยะ แต่ยังคงความประทับใจ และเป็นแบบอย่างของตำรวจที่ดี ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญมีสติและทุ่มเทอย่างสุดความสามารถ ซึ่ง ผบ.ตร.เน้นย้ำไปยังข้าราชการตำรวจทุกระดับชั้นทั่วประเทศ ให้ยกระดับการทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง เพราะหัวใจสำคัญของการเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ คือการสร้างความรู้สึกปลอดภัยให้เกิดขึ้นในทุกพื้นที่ โดยได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปรับทัศนคติในการทำงานแบบเชิงรุก เข้าหาประชาชนเพื่อรับฟังปัญหา และให้ความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วทันใจ และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุภาพ อ่อนโยน เสมือนการดูแลญาติพี่น้องของตนเอง.