โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ทรัมป์” ไม่หวั่น เดินหน้าโจมตีอิหร่านต่อ แม้ไร้พันธมิตรร่วมรบ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 18 มี.ค. เวลา 10.02 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. เวลา 03.02 น.

"ทรัมป์" ไม่หวั่น เดินหน้าโจมตีอิหร่านต่อ แม้ไร้พันธมิตรร่วมรบ ขณะพันธมิตรยุโรป-เอเชียปฏิเสธเข้าร่วม ด้านสถานการณ์ฮอร์มุซตึงเครียด ดันราคาน้ำมันใกล้ 100 ดอลลาร์

วันที่ 18 มีนาคม 2569 เวลา 05.49 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ตัดสินใจถอยจากความพยายามระดมพันธมิตรเข้าร่วมสงครามกับอิหร่าน พร้อมแสดงความไม่พอใจต่อประเทศพันธมิตรที่ปฏิเสธเข้าร่วม แม้เขาจะยังคงย้ำว่าสงครามจะสิ้นสุดลงในเร็ววัน

ขณะเดียวกัน สหรัฐและอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีอิหร่านอย่างต่อเนื่อง โดยอิสราเอลอ้างว่าสามารถสังหาร อาลี ลารีจานี ผู้นำด้านความมั่นคงของอิหร่านได้ในการปฏิบัติการข้ามคืน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการสังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านที่สำคัญที่สุดนับตั้งแต่การเสียชีวิตของผู้นำสูงสุด อาลี คาเมเนอี ในวันแรกของสงคราม

ทรัมป์ยังขู่ขยายการโจมตีไปยังเกาะคาร์ก ศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันหลักของอิหร่าน ขณะที่ประเทศในอ่าวเปอร์เซียยังคงเผชิญการโจมตีด้วยโดรนจากอิหร่านอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามแม้สถานการณ์จะทวีความรุนแรง แต่ยังไม่มีสัญญาณว่าประเทศในยุโรปและเอเชียจะเข้าร่วมสงครามตามคำเรียกร้องของทรัมป์ แม้จะเป็นเพียงบทบาทจำกัด เช่น การช่วยเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งปัจจุบันแทบหยุดชะงัก โดยการปิดกั้นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลกดังกล่าว ส่งผลให้ตลาดพลังงานโลกปั่นป่วน และดันราคาน้ำมันให้อยู่ใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ประเทศอย่างเยอรมนี ฝรั่งเศส แคนาดา กรีซ และนอร์เวย์ ต่างประกาศชัดเจนว่าจะไม่เข้าร่วมปฏิบัติการทางทหาร ขณะที่ทรัมป์ยังออกมาตำหนิพันธมิตรนาโต โดยระบุว่าเป็นความผิดพลาดอย่างโง่เขลาที่ไม่เข้ามาสนับสนุน พร้อมตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือของพันธมิตร

ทรัมป์ยังย้ำเหตุผลของการเปิดฉากสงคราม โดยอ้างว่าจำเป็นต้องสกัดภัยคุกคามนิวเคลียร์จากอิหร่าน และกล่าวโดยไม่มีหลักฐานว่าอิหร่านใกล้จะพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์สำเร็จภายใน 2 สัปดาห์

แม้จะส่งสัญญาณว่าสหรัฐจะถอนกำลังในอนาคตอันใกล้ แต่ทรัมป์ก็ยอมรับว่ายังไม่พร้อมยุติปฏิบัติการในขณะนี้ ขณะที่อิหร่านยังคงตอบโต้ด้วยการโจมตีในหลายพื้นที่ของตะวันออกกลาง โดยซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์รายงานว่าสามารถสกัดโดรนและขีปนาวุธได้หลายครั้ง

อิหร่านยังได้ยกระดับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน โดยล่าสุดได้จุดไฟเผาแหล่งก๊าซธรรมชาติใน UAE ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่สามารถสร้างความเสียหายต่อแหล่งผลิตพลังงานต้นน้ำในประเทศเพื่อนบ้าน

ในอีกด้านหนึ่ง อิหร่านพยายามควบคุมการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเรือบางส่วนต้องแล่นใกล้ชายฝั่งอิหร่านเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ขณะที่ประธานสภาอิหร่านย้ำว่า ช่องแคบแห่งนี้จะไม่กลับไปเป็นเหมือนเดิมก่อนสงคราม

นับตั้งแต่เริ่มความขัดแย้ง อิหร่านได้โจมตีเรือกว่า 20 ลำในอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้ประเทศผู้ผลิตน้ำมันสำคัญอย่าง UAE ซาอุดีอาระเบีย อิรัก และคูเวต ต้องลดกำลังการผลิต ขณะที่กาตาร์ ซึ่งเป็นผู้ส่งออก LNG รายใหญ่ของโลก ก็ต้องหยุดการผลิตชั่วคราว

แม้จะยังมีเรือบางส่วนแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่ส่วนใหญ่เป็นการขนส่งไปยังจีนและอินเดีย ขณะที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ก๊าซ LNG ปุ๋ย และอะลูมิเนียม ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่เกิดสงคราม

ทรัมป์ระบุว่า สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซอาจคลี่คลายในเวลาไม่นาน แต่ในทางปฏิบัติ ความขัดแย้งยังคงส่งผลกระทบต่อวาระสำคัญอื่น ๆ ของรัฐบาล โดยเขาได้เลื่อนการประชุมกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ออกไปอีก 5–6 สัปดาห์ เพื่อมุ่งเน้นการบริหารสถานการณ์สงคราม

ในประเทศ กระแสต่อต้านสงครามเริ่มเพิ่มขึ้น แม้แต่ในกลุ่มผู้สนับสนุนของทรัมป์เอง โดยเจ้าหน้าที่ต่อต้านการก่อการร้ายระดับสูง โจ เคนต์ ประกาศลาออกเพื่อประท้วง พร้อมระบุว่าสหรัฐถูกอิสราเอลดึงเข้าสู่สงคราม

ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงได้ผลักดันให้ราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐเพิ่มขึ้นแตะระดับประมาณ 3.79 ดอลลาร์ต่อแกลลอน สร้างแรงกดดันต่อรัฐบาลก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน

แม้รัฐบาลสหรัฐยังคงคาดการณ์ว่าสงครามจะกินเวลาประมาณ 4–6 สัปดาห์ แต่ก็ยอมรับว่าหากยืดเยื้อ อาจส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคและเศรษฐกิจในวงกว้าง

ด้านองค์การสหประชาชาติเรียกร้องให้ยุติความรุนแรงโดยทันที พร้อมเตือนว่าการโจมตีประเทศในอ่าวเปอร์เซียขัดต่อมติของคณะมนตรีความมั่นคง โดยย้ำว่าการทูตต้องเป็นทางออก

จนถึงขณะนี้ มีผู้เสียชีวิตจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางแล้วมากกว่า 4,000 ราย ขณะที่สหรัฐฯ สูญเสียกำลังพลไปแล้ว 13 นาย สะท้อนให้เห็นว่าสงครามครั้งนี้กำลังขยายวงกว้างและสร้างผลกระทบต่อทั้งภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลกอย่างลึกซึ้ง

อ้างอิง : bloomberg.com

เกาะติดสถานการณ์ สหรัฐฯ–อิสราเอล เปิดฉากโจมตีอิหร่าน เร่งสถานการณ์ตึงเครียดทั่วตะวันออกกลาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...