“อีสท์สปริง”เปิดกองES-GRID มุ่งลงทุนไฟฟ้าอัจฉริยะโลก
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 25 มี.ค. เวลา 15.43 น. • เผยแพร่ 25 มี.ค. เวลา 08.43 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - บลจ.อีสท์สปริง เปิดตัวกองทุนใหม่ “อีสท์สปริง Smart Grid Infrastructure(ES-GRID)” กองทุนหลักมุ่งเน้นลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้าอัจฉริยะทั่วโลก ตอบรับความต้องการใช้ไฟฟ้ามหาศาลจากการขยายตัวของเทคโนโลยี AI และData Center เพื่อสร้างโอกาสลงทุนระยะยาว เปิดขายระหว่างวันที่ 25-31 มีนาคม 2569นี้
นางสาวดารบุษป์ ปภาพจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนอีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ บลจ.อีสท์สปริง เปิดเผยว่า บลจ.อีสท์สปริง อยู่ระหว่างการเสนอขายกองทุนใหม่ ซึ่งกองทุนหลักลงทุนในโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตในระยะยาว คือ กองทุนเปิดอีสท์สปริง Smart Grid Infrastructure (ES-GRID) มูลค่าโครงการ 5,000 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 25 - 31 มีนาคม 2569 ด้วยมูลค่าเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1 บาท โดยมีนโยบายลงทุนผ่านกองทุนหลัก First Trust NASDAQ® Clean Edge® Smart Grid Infrastructure Index Fund ซึ่งเป็นกองทุนรวมอีทีเอฟ (ExchangeTraded Fund) ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ประเทศสหรัฐอเมริกา ในอัตราส่วนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
ทั้งนี้ กองทุนหลัก First Trust NASDAQ® Clean Edge® Smart Grid Infrastructure Index Fund มีการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี Nasdaq Clean Edge Smart Grid Infrastructure™ Index โดยดัชนีดังกล่าวสะท้อนผลการดำเนินงานของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานไฟฟ้า ซึ่งประกอบด้วย บริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับโครงข่ายไฟฟ้า อุปกรณ์และเครือข่ายไฟฟ้า ระบบกักเก็บและบริหารจัดการพลังงาน การคมนาคมที่เชื่อมต่อกัน และซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้กระบวนการคัดเลือกจะเน้นบริษัทที่มีคุณภาพและสภาพคล่องสูง โดยพิจารณาจากมูลค่าตลาด สภาพคล่องการซื้อขายและสัดส่วนหุ้นหมุนเวียนในตลาด พร้อมให้น้ำหนักการลงทุนตามขนาดและสภาพคล่องของหลักทรัพย์ นอกจากนี้กองทุนยังมุ่งเน้นลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ Smart Grid โดยตรง (Pure Play) ประมาณ 80% ของพอร์ต ตลอดจน มีการปรับพอร์ตการลงทุนทุก 6 เดือน เพื่อสะท้อนการเติบโตของอุตสาหกรรมและมีการกระจายที่เหมาะสม
สำหรับพอร์ตการลงทุนของกองทุนหลักกระจายการลงทุนในหมวดอุตสาหกรรมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
1. Electrical and Electrical Equipment 33.3%
2.Multi-utilities 13.1%
3. Diversified Industrials 11.2%
4. Conventional Electricity 9.7%
และ 5. Electronic Equipment: Control and Filter 8.5% และมีสัดส่วนการลงทุนในสหรัฐฯ 38.3% สวิตเซอร์แลนด์ 10.5% สหราชอาณาจักร 10.4% ฝรั่งเศส 10.2% และเยอรมนี 7% โดยมีการลงทุนสูงสุดใน 5 บริษัทแรก คือ
1. ABB, Ltd ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันไฟฟ้าและระบบอัตโนมัติ ช่วยให้โครงข่ายไฟฟ้าและอุตสาหกรรมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฉลาดและยั่งยืน สัดส่วน 8.8%
2. National Grid Plc ผู้ให้บริการโครงข่ายไฟฟ้าและพลังงานรายสำคัญ ทำหน้าที่เชื่อมโยงและส่งพลังงานอย่างมั่นคง
เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด สัดส่วน 8.2%
3. Schneider Electric SE ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการพลังงานและระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ สนับสนุนการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่โครงข่ายไฟฟ้าจนถึงอาคารและโรงงาน สัดส่วน 7.9%
4. Johnson Controls International Plc ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการพลังงานและระบบไฟฟ้าอัจฉริยะสนับสนุนการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่โครงข่ายไฟฟ้าจนถึงอาคารและโรงงาน สัดส่วน 7.5%
และ 5. Eaton Corporation Plc ผู้ให้บริการโซลูชันบริหารจัดการพลังงานระดับโลก ช่วยเพิ่มความเสถียรความปลอดภัย และประสิทธิภาพของระบบไฟฟ้าในทุกภาคส่วน สัดส่วน 7.5% (ที่มา First Trust ณ วันที่ 30 มกราคม 2569)
“บลจ.อีสท์สปริง มองว่าโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) เป็นหนึ่งในธีมการลงทุนที่สามารถสร้างโอกาสการเติบโตในระยะยาว จากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เร่งตัวทั่วโลก โดยเฉพาะจากเทคโนโลยี AI ,ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และรถยนต์ไฟฟ้า (EV Car) ขณะเดียวกันการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดจำเป็นต้องพึ่งพา Smart Grid เพื่อบริหารความผันผวนและรักษาสมดุลของระบบไฟฟ้า นอกจากนี้โครงข่ายไฟฟ้าเดิมที่มีอายุการใช้งานยาวนานหลาย 10 ปี จำเป็นต้องได้รับการยกระดับ รวมถึงเม็ดเงินลงทุนในโครงข่ายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) และเสริมความมั่นคงทางพลังงาน (Energy Security) ในอนาคต ซึ่งการลงทุนกองทุน ES-GRID จึงถือเป็นทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายพอร์ตไปยังเมกะเทรนด์ระดับโลก และสร้างโอกาสการเติบโตในระยะยาวจากการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน”นางสาวดารบุษป์ กล่าว