โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

PGT-M คืออะไร ? การตรวจคัดกรองโรคพันธุกรรมก่อนย้ายตัวอ่อน

INN News

อัพเดต 26 มี.ค. เวลา 09.43 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. เวลา 02.43 น. • INN News

ในยุคที่เทคโนโลยีทางการแพทย์ช่วยเพิ่มโอกาสในการมีบุตรได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น หลายคู่สมรสที่กำลังวางแผนครอบครัวอาจเคยได้ยินคำว่า “PGT-M” แต่ยังไม่แน่ใจว่า PGT-M คืออะไร และเหมาะกับใครบ้าง บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจอย่างละเอียด ตั้งแต่หลักการทำงาน ขั้นตอน ไปจนถึงข้อดีและข้อจำกัดของเทคนิคนี้

PGT-M คืออะไร ?

PGT-M คือ คำย่อของ Preimplantation Genetic Testing for Monogenic Disorders หรือการตรวจคัดกรองโรคทางพันธุกรรมชนิดยีนเดี่ยวในตัวอ่อน ก่อนย้ายตัวอ่อนเข้าสู่โพรงมดลูกในการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF)

เทคนิคนี้ใช้เพื่อคัดเลือกตัวอ่อนที่ ไม่มียีนผิดปกติ ซึ่งอาจก่อให้เกิดโรคทางพันธุกรรมบางชนิด เช่น โรคธาลัสซีเมีย กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือโรคที่ถ่ายทอดแบบยีนเดี่ยวอื่น ๆ โดยเฉพาะในกรณีที่พ่อหรือแม่เป็นพาหะของโรคดังกล่าว

ขั้นตอนการทำ PGT-M

  • กระตุ้นไข่และเก็บไข่ แพทย์จะให้ยากระตุ้นรังไข่ เพื่อให้ได้ไข่หลายใบ จากนั้นทำการเก็บไข่เพื่อนำไปผสมกับอสุจิในห้องปฏิบัติการ

  • เพาะเลี้ยงตัวอ่อน ตัวอ่อนจะถูกเลี้ยงจนถึงระยะที่เหมาะสม (มักเป็นระยะบลาสโตซิสต์ ประมาณวันที่ 5–6)

  • ตัดชิ้นเนื้อตัวอ่อนเพื่อตรวจพันธุกรรม แพทย์จะตัดเซลล์บางส่วนของตัวอ่อนเพื่อนำไปวิเคราะห์หาความผิดปกติของยีนเฉพาะจุด

  • คัดเลือกตัวอ่อนที่ปกติ เมื่อทราบผลตรวจ แพทย์จะเลือกตัวอ่อนที่ไม่พบความผิดปกติทางพันธุกรรม เพื่อย้ายกลับเข้าสู่โพรงมดลูก

PGT-M เหมาะกับใครบ้าง ?

เทคนิคนี้เหมาะสำหรับกลุ่มต่อไปนี้

  • คู่สมรสที่เป็นพาหะของโรคทางพันธุกรรมชนิดยีนเดี่ยว

  • ครอบครัวที่เคยมีบุตรป่วยด้วยโรคทางพันธุกรรม

  • ผู้ที่ทราบว่าตนเองมียีนผิดปกติและต้องการลดความเสี่ยงในการถ่ายทอดโรค

  • ผู้ที่ต้องการวางแผนครอบครัวอย่างรอบคอบโดยใช้เทคโนโลยีช่วยคัดกรอง

ตัวอย่างโรคที่สามารถตรวจด้วย PGT-M

โรคที่สามารถตรวจด้วย PGT-M มักเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของยีนเดี่ยว เช่น

  • โรคธาลัสซีเมีย

  • โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงดูเชนน์

  • โรคซิสติกไฟโบรซิส

  • โรคฮันติงตัน

ทั้งนี้ ความสามารถในการตรวจขึ้นอยู่กับชนิดของยีนและการเตรียมข้อมูลทางพันธุกรรมของครอบครัวแต่ละราย

ข้อดีของการทำ PGT-M คืออะไร ?

  • ลดความเสี่ยงโรคทางพันธุกรรม

  • ช่วยลดโอกาสที่บุตรจะได้รับยีนผิดปกติจากพ่อแม่

  • เพิ่มความมั่นใจในการตั้งครรภ์

  • คู่สมรสสามารถวางแผนครอบครัวได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

  • ลดความจำเป็นในการยุติการตั้งครรภ์

หากตรวจพบความผิดปกติภายหลังการตั้งครรภ์ อาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ยากลำบาก การทำ PGT-M ช่วยลดความเสี่ยงในจุดนี้

ข้อจำกัดที่ควรทราบ

แม้ PGT-M จะเป็นเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า แต่ก็มีข้อจำกัด เช่น

  • ต้องทำร่วมกับกระบวนการ IVF

  • มีค่าใช้จ่ายสูง

  • ไม่สามารถป้องกันโรคได้ 100%

  • อาจมีตัวอ่อนที่ผ่านเกณฑ์จำนวนน้อย ขึ้นอยู่กับผลตรวจ

ดังนั้น ก่อนตัดสินใจควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์และพันธุศาสตร์ เพื่อประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล

ความแตกต่างระหว่าง PGT-A กับ PGT-M คืออะไร ?

หลายคนอาจสับสนว่า PGT-M ต่างจาก PGT-A อย่างไร

  • PGT-M ตรวจโรคที่เกิดจากความผิดปกติของยีนเดี่ยว

  • PGT-A ตรวจความผิดปกติของจำนวนโครโมโซม เช่น ดาวน์ซินโดรม

ทั้งสองเทคนิคมีวัตถุประสงค์ต่างกัน และบางกรณีอาจทำร่วมกันตามดุลยพินิจของแพทย์

PGT-M คือทางเลือกสำหรับการวางแผนครอบครัวอย่างมั่นใจ

สรุปแล้ว PGT-M คือ การตรวจคัดกรองโรคทางพันธุกรรมชนิดยีนเดี่ยวในตัวอ่อน ก่อนย้ายเข้าสู่มดลูก ช่วยลดความเสี่ยงในการถ่ายทอดโรคจากพ่อแม่สู่บุตร เหมาะกับคู่สมรสที่มีประวัติโรคพันธุกรรมในครอบครัว หรือทราบว่าตนเองเป็นพาหะของโรค

แม้เทคโนโลยีนี้จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการมีบุตร แต่การตัดสินใจควรอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ครบถ้วนและคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้การวางแผนครอบครัวเป็นไปอย่างปลอดภัยและเหมาะสมกับแต่ละบุคคลมากที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...