พรรคร่วมรัฐบาล-ฝ่ายค้าน เห็นควรให้ประชุมสภาฯ 2 วันต่อสัปดาห์ ทุกพุธและพฤหัส และเพิ่มการประชุมวันศุกร์อย่างน้อย 1-2 ครั้งต่อเดือน
วันนี้ (25 มีนาคม) ถือเป็นการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก ภายหลังวาระเลือกประธานสภาฯ และนายกรัฐมนตรีเสร็จสิ้นแล้ว จึงได้เริ่มวาระการทำงานของสภาฯ อย่างเป็นทางการ
คือการให้สมาชิกกำหนดวันและเวลาการประชุมสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงกำหนดวันเริ่มสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สอง ตามมาตรา 121 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
อย่างไรก็ตาม ก่อนเริ่มการประชุมสภาฯ ในเวลา 8.45 น. ตัวแทนจากคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมือง (วิป) อย่างไม่เป็นทางการ ของพรรคร่วมรัฐบาล คือ กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส. อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย และวิปฝ่ายค้าน พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้หารือกันนอกรอบ ก่อนจะเสนอต่อ โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ในที่ประชุม
โดยตัวแทนทั้ง 2 ฝ่ายได้ข้อสรุป ดังนี้
- ประชุมสภาฯ สัปดาห์ละ 2 วัน คือวันพุธ และวันพฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 9.00 น. เป็นต้นไป
- บางวันศุกร์ อย่างน้อย 1-2 ครั้งต่อเดือน อาจมีการประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณากฎหมายจาก สส. หรือที่ภาคประชาชนเสนอมา หรือญัตติต่างๆ ที่ค้างอยู่
- ในเดือนที่มีวันหยุดนักขัตฤกษ์ตรงกับวันประชุมสภาฯ ก็ให้มีการนัดประชุมสภาฯ ชดเชยด้วย
- กำหนดให้สมัยประชุมที่ 1 เริ่มตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม และปิดสมัยประชุมในวันที่ 11 กรกฎาคม กำหนดให้สมัยประชุมที่ 2 เริ่มตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม และปิดสมัยประชุมในวันที่ 22 ธันวาคม (รัฐธรรมนูญกำหนดให้สมัยประชุมหนึ่งมี 120 วัน)
ทั้งนี้ ไม่มีสมาชิกผู้ใดเห็นเป็นอื่น จึงให้ถือว่าที่ประชุมสภาฯ เห็นชอบกับข้อเสนอดังกล่าวโดยไม่ต้องมีการลงมติ ตามข้อ 88 ของบังคับการประชุมรัฐสภา
หลังจากเสร็จสิ้นวาระนี้ สมาชิกจากพรรคการเมืองต่างๆ จะเสนอให้เข้าสู่ญัตติด่วนด้วยวาจา เกี่ยวกับวิกฤตด้านพลังงานและน้ำมัน ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยคาดว่ามีผู้อภิปรายเกือบ 100 คน ทั้งจากพรรคฝ่ายรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้าน ประธานสภาฯ จึงกำหนดให้ระยะเวลาอภิปรายเปิด 15 นาที และอภิปรายปิด 10 นาที ส่วนผู้อภิปรายอื่นๆ ใช้ 7 นาทีต่อคน