เจาะสถิติประชากรล่าสุด คนไทย 65.8 ล้านคน ผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึง 1.4 ล้านคน!
ในโลกของธุรกิจและยุทธศาสตร์ระดับประเทศ "ข้อมูลประชากร" เปรียบเสมือนเข็มทิศที่กำหนดทิศทางการลงทุนและการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย
ล่าสุดวันที่ 25 มี.ค.69 สำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง ได้ประกาศจำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ซึ่งข้อมูลชุดนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวเลข แต่คือ "Big Data" ที่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของสังคมไทยอย่างมีนัยสำคัญ
ภาพรวมประเทศไทย: ประชากรทะลุ 65.8 ล้านคน กับปรากฏการณ์ "หญิงมากกว่าชาย"
จากข้อมูลอย่างเป็นทางการ ประเทศไทยมีจำนวนประชากรรวมทั้งสิ้น 65,809,011 คน เมื่อพิจารณาลงลึกถึงโครงสร้างเพศ พบข้อมูลที่น่าสนใจคือความแตกต่างระหว่างเพศที่ขยายตัวกว้างขึ้น โดยมีเพศชายน้อยกว่าเพศหญิง ดังนี้
เพศชาย จำนวน 32,163,109 คน แบ่งเป็น
สัญชาติไทย: 31,641,826 คน
ไม่ได้สัญชาติไทย: 521,283 คน
เพศหญิง จำนวน 33,645,902 คน แบ่งเป็น
สัญชาติไทย: 33,179,282 คน
ไม่ได้สัญชาติไทย: 466,620 คน
สรุปแล้วในประเทศไทยมีจำนวนประชากรเพศหญิงมากกว่าเพศชายอยู่ทั้งสิ้น 1,482,793 คน
5 อันดับแรก จังหวัดที่มีประชากรมากที่สุด
นอกจากนี้ จากประกาศของสำนักทะเบียนกลาง พบว่าจำนวนประชากรรวมที่มากที่สุด (รวมทั้งสัญชาติไทยและไม่ได้สัญชาติไทย) 5 อันดับแรก ซึ่งสะท้อนถึงความหนาแน่นเชิงจำนวนประชากรในพื้นที่ มีดังนี้ :
- กรุงเทพมหานคร: มีจำนวนประชากรรวมทั้งสิ้น 5,469,328 คน
- จังหวัดนครราชสีมา: มีจำนวนประชากรรวมทั้งสิ้น 2,623,532 คน
- จังหวัดอุบลราชธานี: มีจำนวนประชากรรวมทั้งสิ้น 1,856,501 คน
- จังหวัดเชียงใหม่: มีจำนวนประชากรรวมทั้งสิ้น 1,794,926 คน
- จังหวัดขอนแก่น: มีจำนวนประชากรรวมทั้งสิ้น 1,778,330 คน
5 อันดับจังหวัดที่มีจำนวนประชากรรวมน้อยที่สุด มีรายละเอียดดังนี้
- จังหวัดสมุทรสงคราม: 187,281 คน
- จังหวัดระนอง: 193,887 คน
- จังหวัดสิงห์บุรี: 201,064 คน
- จังหวัดพังงา: 265,653 คน
- จังหวัดอ่างทอง: 266,323 คน
ทั้งนี้ สมุทรสงคราม นอกจากจะมีประชากรรวมน้อยที่สุดแล้ว ยังเป็นจังหวัดที่มีจำนวนเพศชายน้อยที่สุด 87,555 คน และจำนวนเพศหญิงก็น้อยเป็นอันดับสองในกลุ่มนี้ด้วย คือ 99,726 คน
ส่วนระนอง เป็นจังหวัดที่มีจำนวนประชากรเพศหญิงน้อยที่สุดในบรรดาจังหวัดที่ปรากฏในข้อมูล โดยมีเพียง 95,668 คน
เจาะลึกสถิติรายเพศ: จังหวัดไหนมีชายหรือหญิงมากกว่ากัน
เมื่อแยกวิเคราะห์ตามเพศในรายจังหวัด ข้อมูลที่ปรากฏมีความน่าสนใจดังนี้:
- พื้นที่ที่มีเพศชายมากที่สุด: แน่นอนว่าคือ กรุงเทพมหานคร ด้วยจำนวน 2,544,031 คน
- พื้นที่ที่มีเพศชายน้อยที่สุด: คือ จังหวัดสมุทรสงคราม มีเพศชายเพียง 87,555 คน
- พื้นที่ที่มีเพศหญิงมากที่สุด: คือ กรุงเทพมหานคร ครองตำแหน่งด้วยจำนวน 2,925,297 คน
- พื้นที่ที่มีเพศหญิงน้อยที่สุด: จากการเปรียบเทียบข้อมูลทั่วประเทศ พบว่าเป็น จังหวัดระนอง โดยมีจำนวนเพศหญิงเพียง 95,668 คน ขณะที่สมุทรสงครามมีเพศหญิง 99,726 คน
อีกจุดของข้อมูลที่น่าสนใจไม่แพ้จำนวนประชากรไทยคือกลุ่ม "ผู้ไม่ได้สัญชาติไทย" ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 987,903 คน แบ่งเป็นเพศชาย 521,283 คน และเพศหญิง 466,620 คน
เชียงใหม่-ตาก-เชียงราย: สามประสานฐานที่มั่นผู้ไม่ได้สัญชาติไทย
เมื่อเจาะลึกไปในระดับรายจังหวัด พบว่าจังหวัดที่มีกลุ่มผู้ไม่ได้สัญชาติไทยอาศัยอยู่หนาแน่นที่สุดไม่ได้อยู่ที่กรุงเทพฯ แต่กลับเป็นจังหวัดชายแดนทางภาคเหนือและภาคตะวันตก โดยมีสถิติที่น่าสนใจดังนี้:
จังหวัดที่มีผู้ไม่ได้สัญชาติไทยมากที่สุด: คือ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีจำนวนรวมถึง 160,958 คน ซึ่งสูงกว่ากรุงเทพมหานครอย่างมีนัยสำคัญ อันดับที่สอง คือ จังหวัดตาก มีจำนวน 153,665 คน และอันดับที่สาม คือ จังหวัดเชียงราย มีจำนวน 135,590 คน
ในขณะที่ กรุงเทพมหานคร ศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศ มีผู้ไม่ได้สัญชาติไทยอยู่ในอันดับที่สี่ ด้วยจำนวน 102,967 คน
การวิเคราะห์เชิงเพศ: ใครคือที่สุดในแต่ละพื้นที่?
หากพิจารณาแยกตามเพศ จะเห็นภาพความแตกต่างเชิงโครงสร้างในกลุ่มประชากรที่ไม่ได้สัญชาติไทย ดังนี้:
- พื้นที่ที่มีเพศชาย (ไม่ได้สัญชาติไทย) มากที่สุด: คือ จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 82,527 คน ตามมาด้วยจังหวัดตาก (79,461 คน)
- พื้นที่ที่มีเพศหญิง (ไม่ได้สัญชาติไทย) มากที่สุด: คือ จังหวัดเชียงใหม่ เช่นกัน ด้วยจำนวน 78,431 คน ตามมาด้วยจังหวัดตาก (74,204 คน)
จังหวัดที่มีกลุ่มผู้ไม่ได้สัญชาติไทยน้อยที่สุด: "สิงห์บุรี" ครองแชมป์
ในทางกลับกัน เมื่อมองหาจังหวัดที่มีประชากรกลุ่มนี้อยู่น้อยที่สุด ส่วนใหญ่มักเป็นจังหวัดขนาดเล็กในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่:
- จังหวัดที่มีผู้ไม่ได้สัญชาติไทยน้อยที่สุด: คือ จังหวัดสิงห์บุรี โดยมีเพียง 313 คน เท่านั้น (แบ่งเป็นชาย 164 คน และหญิง 149 คน)
- จังหวัดอื่นๆ ที่มีจำนวนน้อย: เช่น จังหวัดชัยนาท (379 คน), จังหวัดอ่างทอง (456 คน) และ จังหวัดอุทัยธานี (503 คน)
ที่มาข้อมูล