กรมการปกครอง แจงปม “เจ๊เอ๋” ขอใบอนุญาตซื้อปืน ยืนยันทำตามขั้นตอน ไร้ใบสั่ง “นายกฯ”
กรมการปกครอง แจงปม “เจ๊เอ๋” ขอใบอนุญาตซื้อปืน ยืนยันทำตามขั้นตอน ไร้ใบสั่ง “นายกฯ”
5 มี.ค. 2569 กรมการปกครอง ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการขอใบอนุญาตซื้ออาวุธปืน (แบบ ป.3) ของครอบครัวอินฟลูเอนเซอร์ “เจ๊เอ๋”
ตามที่ปรากฏข่าวสารผ่านสื่อออนไลน์และรายการโทรทัศน์ เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 เกี่ยวกับกรณีที่ “เจ๊เอ๋” ระบุว่าบุตรชายซึ่งเป็นนักกีฬายิงปืน ไม่ได้รับใบอนุญาตซื้ออาวุธปืน (แบบ ป.3) จากนายทะเบียนอำเภอเมืองสระบุรี จนต้องมีการโทรไปหานายกรัฐมนตรี เพื่อให้ดำเนินการได้ภายในระยะเวลา 2 ชั่วโมง นั้น กรมการปกครอง ขอชี้แจงข้อเท็จจริงจากการตรวจสอบข้อมูลจากอำเภอเมืองสระบุรี ดังนี้ – กรณีการยื่นขออนุญาตครั้งแรก (ตุลาคม 2566) เจ๊เอ๋ และสามีได้เข้าพบเจ้าหน้าที่เพื่อขอใบอนุญาตซื้ออาวุธปืน (แบบ ป.3) ในนามของสามีเจ๊เอ๋ โดยแจ้งวัตถุประสงค์เพื่อการกีฬา อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่าสามีเจ๊เอ๋มีอาวุธปืนในครอบครองอยู่แล้ว 1 กระบอก และไม่ได้แสดงหนังสือรับรองการเป็นนักกีฬาหรือสมาชิกสนามยิงปืน เจ้าหน้าที่จึงได้ชี้แจงระเบียบข้อกฎหมายให้ทราบ ซึ่งผู้ขอได้รับทราบข้อมูลและเดินทางกลับ – กรณีการยื่นขออนุญาตครั้งที่สอง (10 กันยายน 2567) สามีเจ๊เอ๋ได้เข้ามายื่นคำร้องขอใบอนุญาตซื้ออาวุธปืน (แบบ ป.3) อีกครั้ง เพื่อรับโอนอาวุธปืนจากท้องที่อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น โดยในครั้งนี้ได้แสดงหนังสือรับรองการเป็นนักกีฬาหรือสมาชิกสนามยิงปืนครบถ้วนนายทะเบียน จึงได้พิจารณาออกใบอนุญาตให้ตามขั้นตอนปกติของกฎหมาย จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง ไม่ปรากฏข้อมูลว่าบุตรชายของเจ๊เอ๋ได้มีการยื่นคำร้องขอใบอนุญาตซื้ออาวุธปืนแต่อย่างใด กรมการปกครองขอยืนยันว่า กระบวนการออกใบอนุญาต (แบบ ป.3) ในกรณีดังกล่าวนั้น เป็นการอนุญาตตามปกติ โดยใช้ดุลยพินิจของนายทะเบียนท้องที่ มิได้มีสั่งการจากผู้บังคับบัญชาแต่ประการใด และได้ดำเนินการพิจารณาตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 และระเบียบที่เกี่ยวข้อง อย่างเคร่งครัดทุกประการ อนึ่ง พึงระมัดระวังด้วยว่าการกล่าวอ้างบุคคลใด ๆ ในลักษณะใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ผู้กระทำเช่นนั้นอาจมีความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 326 และถ้าความผิดฐานหมิ่นประมาทดังกล่าว ได้กระทำโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร ภาพวาด ภาพระบายสี ภาพยนตร์ ภาพหรือตัวอักษรที่ทำให้ปรากฏไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ แผ่นเสียง หรือสิ่งบันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกอักษร กระทำโดยการกระจายเสียง หรือการกระจายภาพ หรือโดยกระทำการป่าวประกาศด้วยวิธีอื่น ผู้กระทำเช่นนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท ตามมาตรา 328 แห่งประมวลกฎหมายอาญา