โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

กรมการปกครอง แจงปม “เจ๊เอ๋” ขอใบอนุญาตซื้อปืน ยืนยันทำตามขั้นตอน ไร้ใบสั่ง “นายกฯ”

TOP NEWS ONLINE

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • TOP NEWS

กรมการปกครอง แจงปม “เจ๊เอ๋” ขอใบอนุญาตซื้อปืน ยืนยันทำตามขั้นตอน ไร้ใบสั่ง “นายกฯ”

5 มี.ค. 2569 กรมการปกครอง ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการขอใบอนุญาตซื้ออาวุธปืน (แบบ ป.3) ของครอบครัวอินฟลูเอนเซอร์ “เจ๊เอ๋”

ตามที่ปรากฏข่าวสารผ่านสื่อออนไลน์และรายการโทรทัศน์ เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 เกี่ยวกับกรณีที่ “เจ๊เอ๋” ระบุว่าบุตรชายซึ่งเป็นนักกีฬายิงปืน ไม่ได้รับใบอนุญาตซื้ออาวุธปืน (แบบ ป.3) จากนายทะเบียนอำเภอเมืองสระบุรี จนต้องมีการโทรไปหานายกรัฐมนตรี เพื่อให้ดำเนินการได้ภายในระยะเวลา 2 ชั่วโมง นั้น กรมการปกครอง ขอชี้แจงข้อเท็จจริงจากการตรวจสอบข้อมูลจากอำเภอเมืองสระบุรี ดังนี้ – กรณีการยื่นขออนุญาตครั้งแรก (ตุลาคม 2566) เจ๊เอ๋ และสามีได้เข้าพบเจ้าหน้าที่เพื่อขอใบอนุญาตซื้ออาวุธปืน (แบบ ป.3) ในนามของสามีเจ๊เอ๋ โดยแจ้งวัตถุประสงค์เพื่อการกีฬา อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่าสามีเจ๊เอ๋มีอาวุธปืนในครอบครองอยู่แล้ว 1 กระบอก และไม่ได้แสดงหนังสือรับรองการเป็นนักกีฬาหรือสมาชิกสนามยิงปืน เจ้าหน้าที่จึงได้ชี้แจงระเบียบข้อกฎหมายให้ทราบ ซึ่งผู้ขอได้รับทราบข้อมูลและเดินทางกลับ – กรณีการยื่นขออนุญาตครั้งที่สอง (10 กันยายน 2567) สามีเจ๊เอ๋ได้เข้ามายื่นคำร้องขอใบอนุญาตซื้ออาวุธปืน (แบบ ป.3) อีกครั้ง เพื่อรับโอนอาวุธปืนจากท้องที่อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น โดยในครั้งนี้ได้แสดงหนังสือรับรองการเป็นนักกีฬาหรือสมาชิกสนามยิงปืนครบถ้วนนายทะเบียน จึงได้พิจารณาออกใบอนุญาตให้ตามขั้นตอนปกติของกฎหมาย จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง ไม่ปรากฏข้อมูลว่าบุตรชายของเจ๊เอ๋ได้มีการยื่นคำร้องขอใบอนุญาตซื้ออาวุธปืนแต่อย่างใด กรมการปกครองขอยืนยันว่า กระบวนการออกใบอนุญาต (แบบ ป.3) ในกรณีดังกล่าวนั้น เป็นการอนุญาตตามปกติ โดยใช้ดุลยพินิจของนายทะเบียนท้องที่ มิได้มีสั่งการจากผู้บังคับบัญชาแต่ประการใด และได้ดำเนินการพิจารณาตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 และระเบียบที่เกี่ยวข้อง อย่างเคร่งครัดทุกประการ อนึ่ง พึงระมัดระวังด้วยว่าการกล่าวอ้างบุคคลใด ๆ ในลักษณะใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ผู้กระทำเช่นนั้นอาจมีความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 326 และถ้าความผิดฐานหมิ่นประมาทดังกล่าว ได้กระทำโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร ภาพวาด ภาพระบายสี ภาพยนตร์ ภาพหรือตัวอักษรที่ทำให้ปรากฏไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ แผ่นเสียง หรือสิ่งบันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกอักษร กระทำโดยการกระจายเสียง หรือการกระจายภาพ หรือโดยกระทำการป่าวประกาศด้วยวิธีอื่น ผู้กระทำเช่นนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท ตามมาตรา 328 แห่งประมวลกฎหมายอาญา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...