โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สวนดุสิตโพล ชี้คนไทยกังวลหนักราคาพลังงานพุ่ง เรียกร้องรัฐตรึงน้ำมัน–ก๊าซหุงต้ม

การเงินธนาคาร

อัพเดต 15 มี.ค. เวลา 14.18 น. • เผยแพร่ 15 มี.ค. เวลา 07.18 น.

สวนดุสิตโพล เผยคนไทยกังวลราคาพลังงานพุ่งจากสถานการณ์โลก พร้อมปรับพฤติกรรมประหยัดไฟ ขณะส่วนใหญ่มีเงินสำรองเพียง 1–3 เดือน และต้องการให้รัฐบาลตรึงราคาน้ำมันและก๊าซหุงต้มให้นานที่สุด

15 มีนาคม 2569 “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “คนไทยกับมาตรการพลังงาน” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,347 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 11-13 มีนาคม 2569

ผลการสำรวจ พบว่า กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 45.88 รู้สึกกังวลมากจากข่าวการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาพลังงาน รองลงมาคือ ค่อนข้างกังวล ร้อยละ 44.10 โดยเตรียมรับมือด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยเฉพาะการปิดไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น ร้อยละ 69.93 หากราคาพลังงานสูงจนกระทบต่อค่าครองชีพจะมีเงินสำรองฉุกเฉินประมาณ 1-3 เดือน ร้อยละ 30.51

ทั้งนี้ต้องการให้ รัฐบาลช่วยเหลือด้วยการตรึงราคาน้ำมัน/ก๊าซหุงต้มให้นานที่สุด ร้อยละ 71.05

1. ประชาชนมีความกังวลต่อข่าวการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานในระดับใด

  • อันดับ 1 กังวลมาก 45.88%
  • อันดับ 2 ค่อนข้างกังวล 44.10%
  • อันดับ 3 ไม่ค่อยกังวล 9.13%
  • อันดับ 4 ไม่กังวล 0.89%

2. เพื่อรับมือกับมาตรการพลังงาน ประชาชนจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างไรบ้าง

  • อันดับ 1 ปิดไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น 69.93%
  • อันดับ 2 วางแผนเส้นทาง ใช้ระบบขนส่งสาธารณะแทนรถส่วนตัว 64.59%
  • อันดับ 3 ติดตามข้อมูลข่าวสาร แนวทางปฏิบัติจากภาครัฐ 58.35%
  • อันดับ 4 ลดการใช้เครื่องปรับอากาศ / ปรับอุณหภูมิให้เหมาะสม 53.01%
  • อันดับ 5 ทำงานแบบ Work from Home เพื่อลดการเดินทาง 35.63%

3. หากราคาพลังงานอยู่ในระดับสูงจนส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพ ประชาชนมีเงินสำรองฉุกเฉินสำหรับใช้จ่าย ได้นานเพียงใด

  • อันดับ 1 1 - 3 เดือน 30.51%
  • อันดับ 2 ไม่ถึง 1 เดือน 26.50%
  • อันดับ 3 ไม่มีเงินสำรองเลย 16.70%
  • อันดับ 4 3 - 6 เดือน 13.36%
  • อันดับ 5 มากกว่า 6 เดือนขึ้นไป 12.93%

4. ประชาชนต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือหรือออกมาตรการใดเพื่อบรรเทาผลกระทบด้านพลังงาน

  • อันดับ 1 ตรึงราคาน้ำมัน/ก๊าซหุงต้มให้นานที่สุด 71.05%
  • อันดับ 2 เข้มงวดการกักตุนสินค้าและการขายราคาไม่เป็นธรรม 59.69%
  • อันดับ 3 เพิ่มปริมาณสำรองน้ำมันของประเทศเพื่อรองรับวิกฤต 51.22%
  • อันดับ 4 เร่งจัดหาแหล่งนำเข้าพลังงานใหม่ 48.55%
  • อันดับ 5 สื่อสารข้อมูลสถานการณ์พลังงานให้ประชาชนรับทราบอย่างโปร่งใสและทันท่วงที 47.88%

* หมายเหตุ ข้อ 2 และ ข้อ 4 ผู้ตอบสามารถระบุความคิดเห็นได้มากกว่า 1 เรื่อง

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลสำรวจสะท้อนว่า “พลังงาน” กลายเป็นความกังวลสำคัญของประชาชน ท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมันโลกจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง แต่ก็พร้อมปรับพฤติกรรมประหยัดพลังงานแต่ด้วยเงินสำรองยังจำกัด หากราคาพลังงานปรับสูงต่อเนื่องอาจกระทบค่าครองชีพได้ ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องบริหารทั้งกลไกราคา การสำรองพลังงาน สื่อสารอย่างชัดเจนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์อัญชลี รัตนะ อาจารย์ประจำหลักสูตรรัฐศาสตร์ โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่บานปลายส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่งและเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก จากราคาน้ำมัน-ก๊าซที่จะปรับตัวสูงขึ้น ทำให้คนไทยส่วนใหญ่เกิดความกังวลต่อภาวะค่าครองชีพและราคาสินค้าที่จะปรับตัวตามต้นทุนพลังงาน ประชาชนจึงคาดหวังมาตรการช่วยเหลือจากรัฐบาลโดยเฉพาะการตรึงราคาพลังงานและก๊าซหุงต้มเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

แต่จากผลโพลยังพบว่าสิ่งที่น่ากังวล คือ ความเปราะบางทางการเงินของประชาชน ซึ่งกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีเงินสำรองฉุกเฉินสำหรับใช้จ่ายเพียง 1-3 เดือน หรือบางส่วนไม่มีเงินสำรองเลย โจทย์ของรัฐบาลจึงไม่ใช่เพียงแค่การควบคุมราคาพลังงานซึ่งเป็นต้นทุนการผลิตหลัก แต่ต้องป้องกันการปรับราคาของสินค้าและบริการเพื่อช่วยประคองกำลังซื้อของประชาชน ซึ่งจะทำให้เสถียรภาพทางเศรษฐกิจในภาพรวมยังคงเดินหน้าต่อไปได้ ขณะเดียวกันก็ต้องตระหนักถึงภาระทางการคลังและหนี้สาธารณะที่จะเกิดขึ้นจากการเลือกใช้มาตรการตรึงราคา และต้องสื่อสารอย่างโปร่งใสเพื่อให้ประชาชนรับทราบก็เป็นสิ่งจำเป็นเช่นเดียวกัน

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...