โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“วัดทอง” สถานที่ปลงศพแม่นมโกษาปาน กับหลักฐานที่ใช้ไขปริศนา

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 01 เม.ย. เวลา 11.25 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. เวลา 11.25 น.
โกษาปานและแผนที่แกมป์เฟอร์ ยุค 1690 จาก wikicommon

วัดทอง สถานที่ปลงศพแม่นมโกษาปาน กับหลักฐานที่ใช้ไขปริศนา

เอลเยลเบิร์ต แกมป์เฟอร์คือนายแพทย์ชาวเยอรมันที่เดินทางมายังอยุธยา พร้อมกับคณะทูตของบริษัทอีสต์อินเดียตะวันออกของเนเธอร์แลนด์ ซึ่งตรงกับต้นสมัยสมเด็จพระเพทราชา

นอกจากมาเยี่ยมเยียนอยุธยา สิ่งหนึ่งที่แกมป์เฟอร์เหลือทิ้งไว้เป็นประโยชน์ต่อประวัติศาสตร์ชาติไทย ก็คือบันทึกต่าง ๆ ของเขา

ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจและตลอดมาก็มีการตั้งคำถามหาคำตอบก็คือ“สถานที่ปลงศพแม่นมของโกษาปาน” ว่าอยู่ที่ใดกันแน่ โดยโกษาปานผู้นี้น่าจะคุ้นเคยกันดีว่า เป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่ของอยุธยา ที่เคยเดินทางไปเจริญสัมพันธไมตรียังประเทศฝรั่งเศส

เนื่องจากบันทึกของแกมป์เฟอร์ได้เขียนไว้ว่า เขาเคยมางานศพของแม่นมของโกษาปาน หลังจากที่แม่แท้ ๆ ของโกษาปานเสียชีวิตไปเมื่อ 15 เดือนก่อน ทั้งยังบรรยายภาพงานไว้อย่างเด่นชัด ไม่ว่าจะเป็นความหรูหราอลังการ และขบวนเรือแห่อันละลานตา

ที่สำคัญก็คือมี Hint ไว้ประโยคหนึ่งว่า พิธีปลงศพแม่นมของโกษาปานจัดขึ้นตรงระหว่างสาขาแม่น้ำตรงข้ามกับตัวเมืองมีรั้วล้อมรอบด้วยธงทิวและเครื่องประดับอย่างอื่น ๆ ตรงกลางสถานที่ทำศพมีหอสูงประดับประดาอย่างดงาม และพระเจ้าแผ่นดิน คือสมเด็จพระเพทราชาได้เสด็จฯ มาพระราชทานเพลิงศพด้วยพระองค์เอง เพื่อเป็นเกียรติยศอย่างสูงแก่ท่านพระยาพระคลัง”

เรื่องนี้ ศาสตราจารย์พิเศษ ขจร สุขพานิชเคยวิเคราะห์ไว้ว่า สถานที่จัดพิธีปลงศพแม่นมของโกษาปานที่อยู่ตรงแควทั้งสองของแม่น้ำเจ้าพระยานั้น น่าจะอยู่บริเวณวัดพนัญเชิง อาจเป็น 1 ใน 4 วัดนี้ ได้แก่ วัดโคก วัดรอ วัดขอม และวัดมณฑป เพราะพบซากวัดบริเวณนั้น

โดยอาจารย์คาดว่า แควทั้ง 2 คงจะเป็นแม่น้ำเจ้าพระยากับแม่น้ำคูขื่อหน้าหรือแม่น้ำป่าสักในปัจจุบัน ซึ่งบรรจบกันตรงสามแยกบางกะจะ

อย่างไรก็ตาม นี่ก็ยังคงเป็นแค่ข้อสันนิษฐานที่คาดกันไว้ เพราะจากบันทึกของแกมป์เฟอร์ก็ไม่ได้เจาะจงชื่อวัดหรือตำแหน่งเฉพาะอย่างชัดเจน

การไขปริศนาหาสถานที่ปลงศพของแม่นมโกษาปานก็ยังคงดำเนินต่อไป

จนมาปีนี้มีหนังสือเล่มใหม่จากสำนักพิมพ์มติชน นั่นคือ “วัดร้างกรุงเก่า ประวัติศาสตร์บทใหม่ของอยุธยา”ที่ กำพล จำปาพันธ์ และอชิรวิชญ์ อันธพันธ์ ร่วมกันรังสรรขึ้น มาไขคำตอบให้คนที่ยังฉงนกันอยู่ในเล่มนี้ ด้วยแผนที่ฉบับหนึ่งที่คณะของแกมป์เฟอร์วาดไว้ ซึ่งปรากฏภาพสเก๊ตช์ของเกาะเมืองอยุธยา

แผนที่ฉบับนี้โดดเด่นมาก ใส่รายละเอียดของการสัญจรภายในพระนครไว้มากมาย อย่างถนน ลำคลอง แม่น้ำล้อมรอบ ทั้งยังได้รับการยอมรับว่ามีความแม่นยำสูง

เส้นแม่น้ำเจ้าพระยาทางทิศใต้ของเกาะเมืองอยุธยาในแผนที่ของแกมป์เฟอร์ ปรากฏตำแหน่งลำคลองแยกที่ลงไปทางทิศใต้ ลำคลองนี้ก็คือคลองคูจาม คลองเส้นสำคัญในชุมชนใหญ่ เรียกกันว่า“ปท่าคูจาม”

นอกจากปากคลองคูจามแล้ว ถัดไปในฝั่งตะวันออกก็ปรากฏวัดแห่งหนึ่งตั้งอยู่ เขยิบไปจากวัดนี้ก็จะเป็นพื้นที่กำแพงสี่เหลี่ยมที่มีเจดีย์หรือหอสูงชะลูดอยู่ตรงกลาง ขยับไปอีกนิดจากเจดีย์หรือหอสูงดังกล่าวก็เป็นอาคารวิหารหลังใหญ่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตรงข้ามเกาะเมืองอยุธยา

ความโดดเด่นของภาพวัดแห่งนี้ถือเป็นความพิเศษบางอย่าง เพราะวัดอื่น ๆ ในบริเวณเดียวกัน เช่น ตำแหน่งวัดพุทไธศวรรย์กลับวาดแค่เพียงเล็ก ๆ ทั้งที่เป็นวัดใหญ่โตในแถบนั้น

นอกจากนี้ยังปรากฏภาพเรือขนาดใหญ่จำนวน 5 ลำ จอดเทียบกับริมแม่น้ำของวัด เรือทั้ง 5 ลำนี้มีโครงสร้างของอะไรบางอย่างที่สูงชะลูดภายในเรือ ซึ่งมองดี ๆ แล้ว ก็คือบนเรือมีทั้งฉัตรและโครงไม้สูงเด่นกว่าขบวนเรืออื่น ๆ

ขณะเดียวกันในหนังสือ “ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นพร้อมคำบรรยายว่าด้วยราชอาณาจักรสยาม ค.ศ. 1690-1692” ของแกมป์เฟอร์ ก็มีภาพวาดที่รูปลักษณ์คล้ายกัน มีรูปประกอบ 2 ชิ้น เป็นภาพเรือ 2 ลำ ภาพหนึ่งเป็นเรือบรรทุกเสาฉัตร และอีกภาพเป็นเรือบรรทุกเครื่องสูงเป็นโครงไม้มีฉัตรปักอยู่ยอด พร้อมคำบรรยายกล่าวไว้ว่า “หัวเรือ หรือเรือที่ชาวสยามใช้ในงานพิธีปลงศพ”

ขณะที่แกมป์เฟอร์เองก็บรรยายถึงงานศพของแม่น้ำโกษาปานไว้ว่า

“หีบศพนั้นเป็นหีบรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าละม้ายหีบศพของเยอรมัน ปิดทองหรือปิดด้วยกระดาษทองตั้งไว้ใต้โครงอันโอ่อ่ามีเพดาน ซึ่งปิดทองเช่นกัน และประดับประดาด้วยเสาและบัวหัวเสาที่ค้ำยันบรรดาหลังคาซึ่งโค้งแอ่นมีลักษณะเป็นซุ้ม

โดยแตกต่างกันไปตามยศถาบรรดาศักดิ์ของผู้วายชนม์ เคียงเรือศพมีเรืออีกลำหนึ่งขนาดยาวเท่าๆ กัน แล่นคู่ขนานไปกับเรือศพ เรือลำนี้มีสิ่งก่อสร้างทรงพีระมิดรูปร่างเหมือนหอคอยสูงนี้ประดับทองอย่างดงาม

นอกจากนี้ก็มีเรืออื่นๆ อีกหลายลำแล่นเป็นขบวนไปทั้งข้างหน้าและข้างหลัง ตรงกลางลำเรือปักไม้สูงสวมมงกุฎกระดาษปิดทองประมาณแปดหรือสิบชั้น ขบวนเรือทั้งหมดนี้จอดเรียงรายอยู่ตามริมตลิ่งจนกว่าจะเสร็จพิธี”

นั่นทำให้การไขคดีเรื่องนี้เริ่มเป็นรูปเป็นร่างและใกล้สู่ความจริง

เมื่อไปดูภาพแผนที่ก็ทำให้เห็นว่า แกมป์เฟอร์ได้ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาพเล็ก ๆ อย่างสังเขปไว้ตรงกับเรื่องราวของงานปลงศพของแม่นมโกษาปานทุกประการ ซึ่งก็ถือเป็นการเฉลยว่า สถานที่ปลงศพของแม่นมโกษาปานอยู่ที่ใด

คำตอบก็คือบริเวณวัดตรงปากคลองคูจามฝั่งตะวันออก

สอดคล้องกับข้อความที่ว่าสถานที่ปลงศพอยู่ระหว่างแควทั้งสองของแม่น้ำเจ้าพระยาตรงข้ามกรุง ซึ่งก็คือแม่น้ำเจ้าพระยากับคลองคูจามนั่นเอง

ทั้งนี้เมื่อสืบเสาะหาต่อว่า ปากคลองคูจามฝั่งตะวันออกเคยเป็นที่ตั้งของวัดอะไร ก็ได้ว่า“วัดทอง” ตามแผนที่กรุงศรีอยุธยาฉบับเก่าสุดในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ และแผนที่วัดร้างอยุธยาอื่น ๆ

อย่างไรก็ดี วัดทองนี้เป็นหนึ่งในวัดที่ถูกขุดเอาอิฐไปขายจนหมด ก่อนจะแปรสภาพเป็นพื้นที่หมู่บ้านของชาวมุสลิม หลงเหลือแค่เพียงความทรงจำว่า ครั้งหนึ่งเคยเป็นสถานที่ปลงศพของแม่นมโกษาปาน

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

กำพล จำปาพันธ์ และอชิรวิชญ์ อันธพันธ์. วัดร้างกรุงเก่า ประวัติศาสตร์บทใหม่ของอยุธยา. กรุงเทพฯ: มติชน, มีนาคม 2569.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 1 เมษายน 2569

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “วัดทอง” สถานที่ปลงศพแม่นมโกษาปาน กับหลักฐานที่ใช้ไขปริศนา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...