โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

BKA รุกตลาดพรีเมียมิ เคลียร์สต๊อก-ครึ่งหลังฟื้น

ทันหุ้น

อัพเดต 01 เม.ย. เวลา 10.07 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. เวลา 19.00 น.

#BKA #ทันหุ้น – BKA ปรับโมเดลใหม่ รีโนเวตบ้านครบเครื่องอัพราคา 7-10 ล้านบาท เจาะตลาดพรีเมียม ดันมาร์จิ้นเพิ่ม 10-15% ชี้ครึ่งปีแรกเร่งเคลียร์สต๊อกเก่า ปรับองค์กร รับมือการเปลี่ยนแปลง ส่วนครึ่งปีหลังเริ่มขายล็อตใหม่ มั่นใจผลงานฟื้นคีนชีพ

นายพชร ธนวงศ์เกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอก แอสเซท อิน เดอะกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BKA เปิดเผยกับ“ทันหุ้น” ว่า ได้มีการปรับเปลี่ยน Business Model ใหม่ เพื่อหนีการแข่งขันในตลาดแมสที่รุนแรงขึ้น โดยหันมาเน้นการทำ “Reface” หรือการปรับโฉมหน้าตาบ้านใหม่ทั้งหมดให้เหมือนกับ“บ้านสั่งสร้าง” (Custom-Built) เพื่อยกระดับสู่ตลาดพรีเมียมมากขึ้น

** รุกตลาดใหม่กำลังซื้อสูง

ทั้งนี้บริษัทได้วางกลยุทธ์หนีตลาดแมส สู่Blue Ocean ซึ่งเป็นตลาดที่คู่แข่งน้อย โดยราคาบ้านจะอยู่ที่ระดับ 7-10 ล้านบาท จาก เดิมทีโมเดลธุรกิจคือการซื้อบ้านเก่ามาทาสีและปูกระเบื้อง แต่ปัจจุบันมีคู่แข่งหน้าใหม่เข้ามาในตลาดนี้จำนวนมาก บริษัทจึงตัดสินใจขยับเซกเมนต์ขึ้นไปทำบ้านในระดับราคาเพิ่มขึ้น ซึ่งมองว่าเป็นตลาดที่ยังมีกำลังซื้อและปัญหาการถูกปฏิเสธสินเชื่อ (Reject Rate) จากธนาคารยังน้อยกว่ากลุ่มที่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท โดยกลุ่มเป้าหมายหลักคือพนักงานบริษัทชั้นนำที่มีฐานเงินเดือนมั่นคง

“การปรับโฉมใหม่นี้ไม่ใช่เพียงการต่อเติม แต่มีการทุบและสร้างใหม่ในบางส่วน เช่น การทุบมุกหน้าบ้าน หรือการเพิ่มคานเพื่อให้ได้ดีไซน์ที่ทันสมัยเหมือนบ้านใหม่ ซึ่งโมเดลนี้ยังไม่มีคู่แข่งทำมากนัก จึงถือเป็นตลาด Blue Ocean โดยบ้านของบริษัทจะยังมีข้อได้เปรียบด้านราคาที่ถูกกว่าบ้านสร้างใหม่ในทำเลเดียวกันถึง 30-100%” นายพชร กล่าว

สำหรับในช่วงครึ่งปีแรก บริษัทอยู่ในช่วงของการเคลียร์สต๊อกเก่า ที่ซื้อมาก่อนการเปลี่ยนโมเดล เนื่องจากโครงสร้างเดิมไม่สามารถปรับปรุงตามรูปแบบใหม่ได้ พร้อมทั้งมีการปรับโครงสร้างองค์กร (Reorganization) ครั้งใหญ่ โดยมีการปรับเปลี่ยนบุคลากรถึง 30% เพื่อดึงทีมสถาปนิกและวิศวกรโครงสร้างเข้ามาดูแลงานออกแบบและดีไซน์โดยเฉพาะ ซึ่งต่างจากเดิมที่เน้นเพียงงานซ่อมแซมพื้นฐาน

** มุ่งสร้างแบรนดิ้ง

นอกจากนี้ บริษัทยังได้ทุ่มงบประมาณไปกับการสร้าง Branding ใหม่ โดยจ้างเอเจนซีที่มีประสบการณ์กับอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่มาช่วยปรับภาพลักษณ์ เพื่อรองรับการขยายตัวสู่ตลาด Premium อย่างเต็มตัว

สำหรับต้นทุนวัตถุดิบปัจจุบันมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะ “สี” และขาดตลาดในบางช่วง เนื่องจากราคาน้ำมัน แต่บริษัทประเมินว่าจะกระทบงบประมาณรวมเพียงเล็กน้อยประมาณ 5% โดยคาดการณ์ว่าผลประกอบการจะเริ่ม ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งปีหลัง

ส่วนการจับมือร่วมกับ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เพื่อนำซัพพลายใหม่เข้ามาพัฒนา คาดว่าจะเริ่มออกสู่ตลาดได้ในช่วงปลายไตรมาส 2 หรือต้นไตรมาส 3 ของปีนี้ ซึ่งบริษัทตั้งเป้าว่าโมเดลใหม่จะช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ได้อีกประมาณ 10-15% จากเดิมที่รักษามาจิ้นรวมของพอร์ตโฟลิโอไว้ที่ระดับ 10% กว่า โดยภาพรวมของตลาดบ้านมือสองในปัจจุบันแม้ดีมานด์จะชะลอตัวลงจากหลายปีก่อน แต่ยังคงมีการซื้อขายหมุนเวียนที่ดีกว่าบ้านมือหนึ่งกว่าเท่าตัว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...