โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักวิจัย MIT เตือน ดาวเคราะห์น้อยขนาดเท่าตึก 5 ดวง มีโอกาสพุ่งชนโลกภายในสิ้นศตวรรษนี้

SPACEMAN

อัพเดต 01 เม.ย. เวลา 08.11 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. เวลา 04.11 น. • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

ทีมนักวิจัยด้านการป้องกันดาวเคราะห์จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ หรือ เอ็มไอที (MIT) ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า โลกของเราอาจเผชิญกับภัยคุกคามจากดาวเคราะห์น้อยขนาดเท่าตึกจำนวนถึง 5 ดวง ที่มีโอกาสพุ่งชนระบบโลกและดวงจันทร์ภายในสิ้นศตวรรษนี้ แม้ดาวเคราะห์น้อยเหล่านี้จะไม่ได้มีขนาดใหญ่พอที่จะทำลายล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ได้เหมือนในภาพยนตร์ไซไฟ แต่ก็มีอานุภาพมากพอที่จะสร้างความเสียหายต่อระบบโครงสร้างพื้นฐานในอวกาศและพื้นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ได้อย่างมหาศาล

เมื่อพูดถึงภัยพิบัติจากดาวเคราะห์น้อยพุ่งชนโลก หลายคนมักนึกถึงภาพยนตร์เรื่อง Armageddon ที่ฉายในปี พ.ศ. 2541 ซึ่งนำเสนอภาพดาวเคราะห์น้อยขนาดยักษ์ที่พร้อมจะล้างบางมนุษยชาติ แต่ในความเป็นจริง นักวิจัยระบุว่าภัยคุกคามที่เรามีโอกาสพบเจอได้มากกว่าในช่วงชีวิตนี้ คือดาวเคราะห์น้อยขนาดหลักสิบเมตร ซึ่งมีโอกาสพุ่งชนระบบโลกและดวงจันทร์ในทุก ๆ สองสามทศวรรษ แตกต่างจากดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่ระดับกิโลเมตรที่กินเวลาหลายสิบล้านปีจึงจะตกลงมาสักครั้ง

ดาวเคราะห์น้อยขนาดหลักสิบเมตรนี้มีขนาดใหญ่กว่าอุกกาบาตที่มักทำให้เกิดลูกไฟสว่างวาบเหนือน่านฟ้าหลายเมือง ยกตัวอย่างเช่น ดาวเคราะห์น้อย 2024 YR4 ที่เพิ่งค้นพบเมื่อปีกว่าที่ผ่านมา ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 53 ถึง 67 เมตร หรือเทียบเท่ากับอาคารสูง 15 ชั้น แม้ว่าวัตถุอวกาศขนาดนี้อาจไม่ได้ทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตผู้คนเป็นวงกว้างหากตกในมหาสมุทรหรือพื้นที่ห่างไกล แต่หากพุ่งชนแหล่งชุมชน จะสามารถปลดปล่อยพลังงานระเบิดในอากาศได้เทียบเท่ากับระเบิดทีเอ็นทีถึง 8 ถึง 10 เมกะตัน

ยิ่งไปกว่านั้น ผลกระทบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานทางอวกาศ เช่น ดาวเทียมสื่อสารและระบบนำทางจีพีเอส ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด การชนของดาวเคราะห์น้อยอาจเป็นชนวนให้เกิดปรากฏการณ์เคสส์เลอร์ ซึ่งเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ของขยะอวกาศที่พุ่งชนกันเองจนเกลื่อนวงโคจร และอาจส่งผลให้มนุษย์ไม่สามารถเข้าถึงอวกาศได้นานหลายสิบปี

ความท้าทายสำคัญในการรับมือกับดาวเคราะห์น้อยกลุ่มนี้คือการตรวจจับที่ทำได้ยากมาก เนื่องจากวัตถุขนาดหลักสิบเมตรไม่ค่อยสะท้อนแสง หอดูดาวบนพื้นโลกจึงมักมองไม่เห็นหรือติดตามได้ลำบาก แม้กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์เวบบ์จะมีความสามารถสูงและเพิ่งถูกนำมาใช้ยืนยันว่าดาวเคราะห์น้อย 2024 YR4 จะไม่พุ่งชนดวงจันทร์ในปี พ.ศ. 2575 อย่างแน่นอน แต่ด้วยภารกิจที่รัดตัวของกล้องเจมส์เวบบ์ ทำให้เราไม่สามารถใช้กล้องนี้เฝ้าระวังดาวเคราะห์น้อยขนาดเล็กได้ตลอดเวลา

อย่างไรก็ตาม ความหวังใหม่กำลังจะมาถึงเมื่อหอดูดาวเวรารูบินเปิดใช้งาน ซึ่งคาดว่าจะสามารถค้นพบดาวเคราะห์น้อยขนาดหลักสิบเมตรได้มากกว่าที่เคยพบถึง 10 เท่า แต่ข้อจำกัดของหอดูดาวนี้คือความยากลำบากในการติดตามเส้นทางเพื่อระบุขนาดและทิศทางที่แม่นยำ ด้วยเหตุนี้ ทีมนักวิจัยเอ็มไอทีจึงกำลังพัฒนาระบบเครือข่ายกล้องโทรทรรศน์อื่น ๆ เช่น หอดูดาวเฮย์สแตกและหอดูดาววอลเลซ ให้ทำงานร่วมกัน เพื่อรับไม้ต่อในการติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลดาวเคราะห์น้อยที่หอดูดาวเวรารูบินค้นพบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าภายในทศวรรษหน้า เราจะสามารถระบุรายชื่อวัตถุอวกาศขนาดเล็กที่มีเส้นทางพุ่งเป้ามายังระบบโลกและดวงจันทร์ในศตวรรษนี้ได้หลายดวง แม้ว่าในปัจจุบันประชาคมโลกจะยังไม่มีกรอบการทำงานหรือข้อตกลงที่ชัดเจนในการรับมือกับความเป็นไปได้ดังกล่าว แต่สิ่งที่หน่วยงานด้านการป้องกันดาวเคราะห์ยืนยันได้ก็คือ การส่งทีมงานไปเจาะหลุมฝังระเบิดบนดาวเคราะห์น้อยแบบในภาพยนตร์นั้น ไม่ใช่ทางออกที่ใช้งานได้จริงในโลกวิทยาศาสตร์อย่างแน่นอน ซึ่งนี่เป็นโจทย์ใหญ่ที่นานาชาติต้องเร่งหาแนวทางร่วมกันเพื่อปกป้องโลกของเราต่อไป

ข้อมูลอ้างอิง: Universe Today

  • We Could Be Hit By Five Building-sized Asteroids By The End Of The Century
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...