โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ประวัติ April Fool’s Day (วันโกหกโลก) ทำไมตรงกับ 1 เมษายนของทุกปี

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 31 มี.ค. เวลา 17.55 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. เวลา 17.53 น.
ภาพไฮไลต์

April Fool’s Day (วันเมษาหน้าโง่) ตรงกับวันที่ 1 เมษายนของทุกปี หรือที่เรียกกันอีกชื่อว่า "วันโกหกโลก" หลายคนพร้อมใจกันสร้างเรื่องปั่นๆ ให้คนตกใจเล่น สำหรับในยุคดิจิทัลก็เพื่อสร้างไวรัลป่วนๆ เป็นกระแสชวนฮาในโลกโซเชียล แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าประวัติของวันเมษาหน้าโง่นี้มีที่มาอย่างไร แล้วทำไมต้องเป็นวันที่ 1 เมษายนด้วยนะ

ทำความรู้จัก April Fool’s Day คือวันอะไร ตรงกับวันที่เท่าไหร่

April Fool’s Day ตรงกับวันที่ 1 เมษายนของทุกปี ซึ่งเป็นวันที่หลายคนทั่วโลกรู้จักกันดีในชื่อ "วันโกหกโลก" หรือ "วันเมษาหน้าโง่" ซึ่งเป็นวันที่ผู้คนมักหยอกล้อหรือเล่นมุกตลกใส่กันอย่างสนุกสนาน โดยธรรมเนียมนี้มีมาตั้งแต่ในอดีตและได้รับความนิยมในหลายประเทศ

ทั้งนี การเล่นมุกในวันที่ 1 เมษายน 2569 ควรอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม ไม่สร้างความเดือดร้อนหรือความเข้าใจผิดแบบร้ายแรง เนื่องจากยุคดิจิทัลอาจสื่อ Fake News หรือข่าวเท็จออกไปได้ง่าย เพื่อให้ทุกคนได้ร่วมสนุกและหัวเราะไปด้วยกันอย่างมีความสุขในวัน April Fool’s Day

รู้จัก April Fool’s Day ตรงกับวันที่ 1 เมษายนของทุกปี

ประวัติที่มา April Fool’s Day ทำไมตรงกับวันที่ 1 เมษายนของทุกปี

ประวัติวัน April Fool’s Day (วันโกหกโลก)เป็นการละเล่นที่นิยมกันของบางประเทศแถบยุโรป คาดว่ามาจากชาวกรีก โรมัน และยังนิยมมาจนถึงปัจจุบัน

ทั้งนี้ April Fool’s Day มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรในตำนาน Nun’s Priest’s Tale ที่เกิดขึ้นในปี ค.ศ.1564 เป็นเรื่องเล่าที่เกิดขึ้นในวันครบรอบงานหมั้นระหว่าง พระเจ้าริชาร์ดที่ 2 แห่งอังกฤษ กับ เจ้าหญิงแอนน์แห่งโบฮีเมีย สมเด็จพระราชินีแห่งอังกฤษ เกี่ยวกับสุนัขจิ้งจอกที่ตบตาไก่ตัวผู้ที่หลงตัวเอง

ต่อมาในยุคกลาง การเฉลิมฉลองของชาวยุโรปส่วนมากจัดขึ้นในวันที่ 25 มีนาคมของทุกปี บางแห่งสิ้นสุดในวันที่ 1 เมษายน มีการอ้างถึงวันโกหกโลก (April Fool’s Day) ในงานเขียนของกวี ปี ค.ศ.1563 เกี่ยวกับการส่งคนรับใช้ไปทำภารกิจที่โง่เขลาในวันที่ 1 เมษายน จากบทกวีแสดงให้เห็นว่า การเล่นเอพริลฟูลส์เดย์เป็นที่นิยมในชาวบริเตนใหญ่

ขณะที่ ประวัติวันโกหกโลก (April Fool’s Day) ในเนเธอร์แลนด์กลับมีที่มาแตกต่างออกไป โดยมีบันทึกไว้เมื่อปี ค.ศ.1572 เกี่ยวกับชัยชนะของชาวดัตช์ในการยึดเมืองแห่งหนึ่ง เกิดเป็นสุภาษิตว่า Op 1 april verloor Alva zijn bril แปลว่า ในวันที่ 1 เมษายน Alva ทำแว่นตาหาย อันเป็นเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการยึดเมืองบรีเอลล์ ซึ่งดยุคอัลวาเรซ เด โตเลโด (Álvarez de Toledo) ของสเปนพ่ายแพ้

ดังนั้นที่มาของ วันโกหกโลก (April Fool’s Day) จึงมีประวัติยาวนานถึง 460 ปี ที่ปัจจุบันแพร่หลายไปทั่วโลก และเป็นที่รู้กันว่าเมื่อถึงวันที่ 1 เมษายน มักจะมีการแกล้งกัน หรือโกหกสร้างเรื่องป่วนๆ มาให้ชวนสงสัยว่าเรื่องจริงหรือหลอก (และส่วนใหญ่จะเป็นอย่างหลัง) ก็แทบไม่ค่อยมีใครโกรธ เพราะรู้กันเป็นธรรมเนียมว่าวันนี้คือ “เมษาหน้าโง่” นั่นเอง

April Fool’s Day (1 เมษายน 2569) ระวังคอนเทนต์โกหก… จนเกินขอบเขต

นอกจากการกลั่นแกล้งหยอกล้อของคนทั่วไปแล้ว หลายแบรนด์สินค้าก็มักจะนำกิมมิกของวันโกหกโลก (April Fool’s Day) มาสร้างกระแสไวรัลให้กับแบรนด์ตัวเองเป็นที่รู้จักในวันนี้ได้แทบทุกปี เรียกได้ว่าเป็นวันแห่งการสร้างไวรัลประจำปีเลยก็ว่าได้ แบรนด์ไหนสร้างสรรค์อะไรแปลกๆ ฮาๆ ให้เป็นที่พูดถึงในโลกโซเชียลก็ยิ่งได้เอนเกจมากขึ้น แม้จะผ่านมาเกือบ 500 ปี วันโกหกโลก (April Fool’s Day) ก็สามารถลื่นไหลไปตามกระแสแห่งยุคได้โดยไม่เลือนหายไปตามกาลเวลา

อย่างไรก็ตาม แม้จะรู้กันดีว่าวันที่ 1 เมษายน April Fool’s Day จะเป็นวันแห่งการโกหกโลก แต่ถ้าหากแกล้งกันรุนแรงจนถึงขั้นบาดเจ็บ ทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย ผู้กระทำผิดก็มีโทษตามกฎหมาย รวมถึงการโพสต์สิ่งหลอกลวงก็อยู่ในอำนาจกฎหมาย พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ด้วยเช่นกัน ดังนั้นควรหยอกล้อกันพอขำๆ ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใครและตนเองจะดีกว่า

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ประวัติ April Fool’s Day (วันโกหกโลก) ทำไมตรงกับ 1 เมษายนของทุกปี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...