“จีน-ปากีสถาน” ออกแถลงการณ์ร่วม เสนอ 5 ข้อเรียกร้อง หยุดยิงในสงครามอิหร่าน
"จีน-ปากีสถาน" ออกแถลงการณ์ร่วม เสนอ 5 ข้อเรียกร้อง หยุดยิงในสงครามอิหร่าน พร้อมเรียกร้องเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยเร็ว ขณะความขัดแย้งยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 2
วันที่ 1 เมษายน 2569 เวลา 06.11 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า จีนและปากีสถานออกแถลงการณ์ร่วมในวันอังคาร เรียกร้องให้มีการหยุดยิงในสงครามอิหร่านโดยทันที พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการคุ้มครองการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งขณะนี้ยังคงถูกปิดเป็นส่วนใหญ่ ส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานของโลกอย่างหนัก
ข้อเรียกร้องดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของข้อเสนอร่วม 5 ข้อ เพื่อฟื้นฟูสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียและตะวันออกกลาง หลังการหารือระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศจีน หวัง อี้ และ รัฐมนตรีต่างประเทศปากีสถาน อิชาค ดาร์ ที่กรุงปักกิ่ง โดยทั้งสองประเทศเรียกร้องให้มีการคุ้มครองเรือและลูกเรือที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และให้กลับมาเปิดเส้นทางเดินเรือตามปกติโดยเร็วที่สุด
จีนและปากีสถาน ระบุว่า การเจรจาและการทูตเป็นหนทางเดียวที่สามารถแก้ไขความขัดแย้งได้ พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการเคารพอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และความมั่นคงของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค รวมถึงอิหร่านและประเทศในอ่าวเปอร์เซีย นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศยังสนับสนุนการเริ่มต้นการเจรจาสันติภาพ และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการใช้กำลังหรือการข่มขู่ใช้กำลัง
แถลงการณ์ยังเรียกร้องให้มีการคุ้มครองพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น โรงงานพลังงาน ระบบไฟฟ้า โรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล และโรงงานนิวเคลียร์ ให้เป็นไปตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ พร้อมเน้นย้ำบทบาทขององค์การสหประชาชาติและความร่วมมือพหุภาคีในการสร้างกรอบสันติภาพระยะยาว
ทั้งจีนและปากีสถานยังเรียกร้องให้มีการเจรจาระหว่างอิหร่านและสหรัฐ เพื่อยุติสงครามที่กำลังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น โดยปากีสถานกำลังมีบทบาทสำคัญในฐานะตัวกลางเจรจาสันติภาพ เนื่องจากมีความสัมพันธ์ที่ดีกับทั้งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ และมีความสัมพันธ์ระยะยาวกับอิหร่านซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้าน
ขณะเดียวกันสงครามที่ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่สองได้เพิ่มความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มเศรษฐกิจจีน ซึ่งพึ่งพาการส่งออกเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจถึงหนึ่งในสามของการเติบโตในปีที่ผ่านมา โดยผลสำรวจภาคการผลิตของจีนที่เผยแพร่ในวันอังคารพบว่า ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้กำไรของภาคโรงงานถูกกดดันอย่างหนัก
โดยรวมแล้ว ความขัดแย้งในตะวันออกกลางไม่ได้กระทบเฉพาะตลาดพลังงานเท่านั้น แต่เริ่มส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก การค้า และภาคการผลิต โดยเฉพาะจีนซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ของโลก
อ้างอิง : www.bloomberg.com