โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

‘คมนาคม’ เปิดแผนลงทุนบิ๊กโปรเจ็กต์ 1.96 ล้านล้าน ดันแลนด์บริดจ์ เรือธงรัฐบาลอนุทิน 2

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า สำหรับโครงการลงทุนของกระทมรวงคมนาคมที่เร่งรัดการผลักดันในรัฐบาลนายอนุทิน 2 จำนวน 6 โครงการ วงเงินประมาณ 1.96 ล้านล้านบาท โดยโครงการแรกคือ โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน) หรือโครงการแลนด์บริดจ์ 9.97 แสนล้านบาท ยังคงเป็นนโยบายเรือธงของรัฐบาลที่มีการส่งต่อความต่อเนื่องมาตั้งแต่รัฐบาลก่อนหน้า

“โครงการฯ มีความคุ้มค่าต่อการลงทุนแน่นอน ซี่งจะช่วยสร้างงานเพิ่มขึ้นกว่าแสนอัตรา ส่วนความล่าช้าในการขนถ่ายสินค้าเมื่อเทียบกับสถิติการถ่ายลำเรือในสิงคโปร์ที่สูงถึง 90% การใช้เวลาผ่านแลนด์บริดจ์ของไทยถือว่าไม่เสียเวลาและเป็นโอกาสในการเชื่อมมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิกเข้าด้วยกัน” นายพิพัฒน์ กล่าว

นายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่า ทั้งนี้ตามแผนของสนข. ได้เริ่มเตรียมความพร้อมด้านเอกสารประกวดราคาไว้ล่วงหน้าแล้ว คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือนในการจัดทำเอกสารและเตรียมการต่าง ๆ ซึ่งจะเริ่มเปิดประมูลได้ในช่วงปลายปี 2570 จากนั้นจะตรวจสอบเอกสารและลงนามในสัญญาโครงการฯแล้ว ก่อนเริ่มดำเนินการก่อสร้างเฟสแรกได้ภายในปี 2571 ระยะเวลาการก่อสร้าง 4 ปี ก่อนเปิดให้บริการต่อไป

ต่อมาโครงการที่สอง คือ โครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) เพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพฯ-หนองคาย ระยะ (เฟส) ที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย วงเงิน 3.4 แสนล้านบาท ที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบโครงการฯแล้ว โดยปัจจุบันการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) อยู่ระหว่างการจัดทำขอบเขตของงานและราคากลาง รวมถึงการจัดทำรายละเอียดสัญญาก่อนเปิดประมูลงานโยธาต่อไป

นอกจากนี้ยังมีโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 สายใต้ วงเงิน ล้านบาท ประกอบด้วย 1.ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กม. วงเงิน 30,422 ล้านบาท 2.ช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่-สงขลา ระยะทาง 321 กม. วงเงิน 66,270 ล้านบาท และช่วง 3.ชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กม. วงเงิน 7,772 ล้านบาท

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ส่วนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน วงเงิน 2.24 แสนล้านบาท และแผนการดึงดูดการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)นั้น ยืนยันไม่แก้ไขสัญญาไฮสปีด 3 สนามบิน เพราะจะนำไปสู่การฟ้องร้องจากผู้ยื่นประมูลรายอื่นที่ได้

“ดังนั้นเพื่อความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ทุกอย่างต้องดำเนินไปตามสัญญาเดิมที่ประมูลไว้ หลังเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 อาจมีจำนวนผู้เดินทางเข้าประเทศน้อยลงหรือการประเมินผลในช่วงก่อนหน้าอาจคลาดเคลื่อนไปบ้าง แต่รัฐบาลจะพยายามหาวิธีการเพิ่มจำนวนผู้มาใช้บริการรถไฟความเร็วสูงและสนามบินอู่ตะเภาให้ได้มากที่สุดแทนการแก้สัญญา” นายพิพัฒน์ กล่าว

ทั้งนี้กระทรวงฯมีนโยบายผลักดันโครงการ Entertainment Complex ด้านกีฬา และโครงการสวนสนุกขนาดใหญ่ในพื้นที่ วงเงิน 3 แสนล้านบาท เพื่อจูงใจให้คนเดินทางมายังสนามบินอู่ตะเภามากขึ้น โดยเน้นโครงการดึงดูดนักท่องเที่ยวระดับโลก ปัจจุบันเตรียมเชิญชวนนักลงทุนมาสร้างสนามกีฬาแบบครบวงจร (Compact) ในลักษณะของความบันเทิงที่ไม่มีคาสิโน

สำหรับแนวทางการขับเคลื่อนโครงการเหล่านี้ นายพิพัฒน์ ระบุว่า หากนายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาผู้แทนราษฎรเสร็จแล้ว เบื้องต้นจะเชิญทางสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EEC และรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลหารือร่วมกันเพื่อเดินหน้าเชิญชวนนักลงทุนอย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายหลัก คือ การเติมผู้ใช้บริการเข้าไปในพื้นที่ EEC ให้มากที่สุด เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการสามารถเริ่มต้นการก่อสร้างโครงการต่างๆ ได้ตามแผน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...