ย้อนอดีต 'สื่อสารไทย' ไปกับ 'โทรเลข วิทยุ โทรทัศน์' และ 'The Wireless House'
ย้อนอดีตกลับสู่ประเทศสยามเพื่อไปสำรวจความเป็นมาของการสื่อสารในประเทศไทยที่พัฒนากันมาจนถึงปัจจุบัน ก่อนยุคอินเตอร์เน็ท
จากจุดเริ่มต้นที่ไม่มีอะไรเลย ต้องสื่อสารทุกอย่างผ่านข้อความ ใส่ลงในซองจดหมาย ผ่านการส่งโดยมนุษย์สู่มนุษย์ มาถึงการใช้อุปกรณ์ช่วย เช่น ธง หรือ ควันไฟ จนมาถึงการใช้เทคโนโลยี ระบบไฟฟ้า และสายไฟต่าง ๆ
โทรเลข คืออะไร
โทรเลขไฟฟ้า เกิดขึ้นในโลกช่วงค.ศ.1830-1840 โดย ซามูเอล มอร์ส (Samuel Morse) ผู้พัฒนาเครื่องส่งสัญญาณและรหัสมอร์ส (จุดและขีด) ได้สำเร็จ
และส่งข้อความโทรเลขทางไกลครั้งแรกได้ในปี ค.ศ. 1844 (พ.ศ. 2387) เพื่อเชื่อมต่อวอชิงตัน ดี.ซี. กับบัลติมอร์ เป็นการปฏิวัติการสื่อสารระยะไกลให้รวดเร็วกว่าเดิมมาก
รหัสมอร์ส (Morse Code)Cr. Kanok Shokjaratkul
ด้วยหลักการ ใช้รหัสสัญญาณไฟฟ้า ผ่านสายไฟ
รหัสมอร์ส (Morse Code) พัฒนาขึ้นโดย มอร์ส และ อัลเฟรด เวล ด้วยการกำหนดจุดและขีดให้เป็นตัวอักษร ทำให้สื่อสารข้อความซับซ้อนทำได้ง่าย
การเชื่อมต่อระดับโลก เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1866 (พ.ศ. 2409) มีการวางสายโทรเลขข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกได้สำเร็จ ทำให้การส่งข่าวสารระหว่างทวีปยุโรปและอเมริกาทำได้รวดเร็ว
ในประเทศไทย โทรเลข ได้เริ่มต้นขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยเปิดใช้โทรเลขสายแรกระหว่างกรุงเทพฯ-ไซ่ง่อน ในปี พ.ศ. 2426 เพื่อบริหารราชการแผ่นดินและการสื่อสารระหว่างประเทศ
โทรเลขสยาม : เมกะโปรเจกต์รวมศูนย์อำนาจและการสื่อสารพลิกแผ่นดิน
"ในสมัยรัชกาลที่ 5 พระองค์ได้เริ่มต้นโทรเลข ขึ้นในปี พ.ศ. 2420 และทำต่อเนื่องจนสิ้นสุดรัชกาลเป็นระยะทางกว่า 7,500 กิโลเมตร และเริ่มต้นโครงการรถไฟสายแรกในปี พ.ศ. 2439
ช่วงสิ้นรัชกาลที่ 5 รถไฟยังยาวไม่ถึง 1,000 กิโลเมตรเลย แต่โทรเลขกลับเชื่อมโยงทุกมณฑลเข้าหากันได้แล้ว"
ดร.วิภัส เลิศรัตนรังษี นักวิชาการอิสระ กล่าวในงานเสวนา In-Focus ครั้งที่ 5 มรดกความทรงจำ : โทรเลข วิทยุ โทรทัศน์ และการเล่าเรื่องใหม่ที่ Wireless House ณ ห้องเอนกประสงค์ มิวเซียมสยาม วันที่ 21 มีนาคม 2569
Cr. Kanok Shokjaratkul
"บริบทของโลกในขณะนั้น ยุโรปมีความพยายามจะแยกการสื่อสารออกจากเดินทางมานานแล้ว ตั้งแต่ระบบทัศนสัญญาณ (Semaphore) ของฝรั่งเศสที่ใช้การชักธงหรือแขนกล จนมาถึงระบบไฟฟ้าและรหัสมอร์ส ของอเมริกาที่ใช้สายไฟเพียงเส้นเดียว
จุดเปลี่ยนสำคัญคือ สงครามไครเมีย และ กบฏซีปอยในอินเดีย ทำให้อังกฤษเห็นความจำเป็นของการวางสายโทรเลขทางไกลจากลอนดอนมายังอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อการบัญชาการรบ
หลังจากรัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสสิงคโปร์และชวาในปี พ.ศ. 2414 พระองค์ทรงเห็นการใช้โทรเลขติดต่อกับลอนดอนได้ภายในวันเดียว ในช่วงแรกมีบริษัทอังกฤษเข้ามาขอสัมปทานก็ให้ไป แต่กลับไม่มีความคืบหน้า
พระองค์จึงยกเลิกสัญญาและตัดสินใจทำเองในปี พ.ศ. 2419 (ซึ่งจะครบ 150 ปีในปีนี้) โดยมีทั้งสายที่เชื่อมต่อกับต่างประเทศ เช่น สายทวายและสายไซง่อน และสายภายในประเทศ"
โทรเลข : เครื่องมือสำคัญในการ ‘รวมศูนย์อำนาจ’
"ก่อนหน้านั้นเราใช้ระบบ ใบบอก ที่ส่งผ่านม้าเร็ว หรือเรือ ซึ่งใช้เวลานานหลายเดือนกว่าข่าวจากหัวเมืองจะถึงกรุงเทพฯ
รัชกาลที่ 5 ทรงใช้โมเดลเดียวกับอังกฤษ คือส่ง ข้าหลวง ไปประจำตามหัวเมืองพร้อมกับการวางสายโทรเลข ทำให้กรุงเทพฯ สามารถสั่งการได้โดยตรงและรวดเร็ว จนมีคำกล่าวว่า ใคร ๆ ก็เป็นทูตได้ เพราะเพียงแค่รอรับคำสั่งผ่านโทรเลขจากส่วนกลางเท่านั้น
โทรเลขมีส่วนช่วยในเรื่องของความมั่นคงและการปราบกบฏที่ชัดเจนมาก เช่น กรณี กบฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2432 กรุงเทพฯ ส่งโทรเลขสั่งการให้กองทัพจากกำแพงเพชรยกขึ้นไปปราบได้ทันท่วงที
หรือใน วิกฤติการณ์ ร.ศ. 112 ก็มีการสั่งการผ่านโทรเลขไปยังแนวหน้า และกรณี กบฏผู้มีบุญ ในภาคอีสาน กระทรวงมหาดไทยก็สั่งให้กองทัพวางสายโทรเลขตามไปในพื้นที่ทันทีเพื่อให้สื่อสารได้รวดเร็ว
การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่โทรเลข ได้มอบให้กับสยามในยุคนั้นคือการ ย่นระยะเวลา จากเดิมที่การติดต่อจากหนองคายมาถึงกรุงเทพฯ ใช้เวลาถึง 120 วัน หรือ 4 เดือน แต่พอมีโทรเลข ข้อมูลข่าวสารสามารถรู้ถึงกันได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง
นี่คือครั้งแรกที่คนทั้งประเทศสามารถรับรู้ข่าวสำคัญพร้อมกันได้ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน เปลี่ยนโลกทัศน์เรื่องระยะทางและการสื่อสารของไทยไปอย่างสิ้นเชิง"
Cr. Kanok Shokjaratkul
96 ปี วิทยุไทย: จากรากฐานประวัติศาสตร์สู่หลักฐานใต้ดิน
"หากพูดถึง วิทยุไทย ต้องระลึกถึง พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน บิดาแห่งวิทยุกระจายเสียงไทย พระองค์ทรงเป็นพระราชโอรสของรัชกาลที่ 5 ที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและการทหารช่าง
ทรงวางรากฐานสำคัญหลายอย่าง ตั้งแต่การสร้างทางรถไฟ อุโมงค์ขุนตาน ไปจนถึงการริเริ่มทดลองส่งสัญญาณวิทยุในไทย ในสมัยรัชกาลที่ 6 มีจุดทดลองที่วังบ้านดอกไม้, หัวหิน, โคราช และอยุธยา"
กรรณิกา ชีวภักดี อดีตผู้อำนวยการ พิพิธภัณฑ์และหอจดหมายเหตุ กรมประชาสัมพันธ์ กล่าวในงานเสวนาเดียวกัน
Cr. Kanok Shokjaratkul
"ต่อมาในวันที่ 1 เมษายน 2469 เมื่อทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงพาณิชย์และคมนาคม จึงได้ตั้งกองใหม่และหาบุคลากรที่มีความสามารถ มาวางรากฐานการกระจายเสียง
มีการเปิดสถานีวิทยุกรุงเทพฯ ที่พระราชวังพญาไท วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2473 โดยใช้เครื่องส่งจากบริษัทฟิลิปส์ มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการศึกษา การค้า และความบันเทิง
หลังจากวิทยุเป็นปึกแผ่น ก็เริ่มมีการศึกษาเรื่องโทรทัศน์ในช่วงปีพ.ศ 2493 ในปี 2495 ครม. มีมติให้ใช้คำว่า โทรทัศน์ แทนคำว่า โทรภาพ และเปิดสถานีโทรทัศน์แห่งแรกในวันที่ 24 มิถุนายน 2498 โดยมี อาจารย์จำนง รังสิกุล เป็นผู้สร้างสรรค์รายการและเป็นบิดาแห่งโทรทัศน์ไทย"
Cr. Kanok Shokjaratkul
'สถานีวิทยุศาลาแดง' สถานีวิทยุโทรเลขแห่งแรกของประเทศไทย
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กระทรวงทหารเรือจัดตั้งสถานีวิทยุโทรเลขขึ้น 2 สถานี คือ สถานีกลาง ที่ตำบลศาลาแดง อำเภอประทุมวัน จังหวัดพระนคร มณฑลกรุงเทพ และ สถานีภูมิภาค ที่จังหวัดสงขลา
และเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดสถานีวิทยุโทรเลขของราชการแห่งแรกในสยาม ที่ตำบลศาลาแดง วันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2456
ในปี พ.ศ. 2464 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามถนนซึ่งเชื่อมระหว่างถนนเพลินจิตกับถนนพระรามที่ 4 และตัดผ่านด้านหน้าสถานีนี้ว่าถนนวิทยุ
ในเหตุการณ์กบฏแมนฮัตตัน พลตรีสฤษดิ์ ธนะรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 1 สั่งการให้โจมตีที่ตั้งของทหารเรือทุกแห่ง รวมถึงสถานีวิทยุแห่งนี้ เมื่อกองสัญญาณทหารเรือย้ายออกไป พื้นที่ก็ถูกทิ้งร้าง
Cr. Kanok Shokjaratkul
พ.ศ. 2504 โรงเรียนเตรียมทหาร ได้ย้ายมา อาคารสถานีวิทยุรวมถึงเสาอากาศ ก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานโดยกรมศิลปากร ในปี พ.ศ. 2526
พ.ศ. 2544 โรงเรียนเตรียมทหารย้ายออกไป พี.คอน. ดีเวล็อปเมนท์ ได้เปิดเป็นสวนลุมไนท์บาซาร์ มีการรื้ออาคารสถานีวิทยุศาลาแดงออกไป สวนลุมไนท์บาซาร์ปิดกิจการ พ.ศ. 2554 ย้ายไปย่านรัชดาภิเษก
พ.ศ. 2557 กลุ่มทีซีซีชนะการประมูลพื้นที่สวนลุมไนท์บาซาร์รวมถึงพื้นที่สนามมวยเวทีลุมพินี โครงการ วัน แบงค็อก เปิดให้บริการระยะแรก พ.ศ. 2567 มีกำหนดแล้วเสร็จ พ.ศ. 2570
โครงการได้ก่อสร้าง อาคารพิพิธภัณฑ์ เดอะ ไวร์เลส เฮาส์ โดยย้ายฐานรากของอาคารและสะพานไม้ รวมถึงเสาวิทยุ ไปตั้งอยู่ใกล้แยกวิทยุมากขึ้น รวมถึงนำสถาปัตยกรรมของอาคารสถานีวิทยุศาลาแดงเดิมมาปฏิสังขรณ์
โดยมีพิธีเปิดไปเมื่อวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2568 ซึ่งตรงกับวันครบรอบ 111 ปีของการเปิดอาคารสถานีวิทยุศาลาแดง
Cr. Kanok Shokjaratkul
คืนชีพตำนานวิทยุโทรเลขบนถนนวิทยุ 'The Wireless House'
"หัวใจหลักของOne Bangkok มีอยู่ 4 ประการ คือความใส่ใจในรายละเอียด, ความหลากหลาย, เทคโนโลยีแห่งอนาคต และ Heritage การไม่ลืมรากเหง้า
พื้นที่ตรงนี้มีประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่า เพราะถูกขึ้นทะเบียนโดยกรมศิลปากรว่าเป็นเขตโบราณสถาน
ภารกิจของเราคือการทำให้ศิลปะและวัฒนธรรมเข้าถึงทุกคนได้ผ่านเส้นทางศิลปะ โดยมี The Wireless House เป็นจุดเริ่มต้น"
จรินทร์ทิพย์ ชูหมื่นไวย หัวหน้าภัณฑารักษ์ และผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายศิลปะและวัฒนธรรม โครงการ วัน แบงค็อก กล่าวในงานเสวนาเดียวกัน
Cr. Kanok Shokjaratkul
"เมื่อเราขุดลงไปเพื่อทำที่จอดรถชั้นใต้ดิน เราได้พบกับฐานอาคารเดิมของสถานีวิทยุโทรเลขศาลาแดง ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี และพบกับโบราณวัตถุ ฉนวนแก้ว ที่อยู่ใต้เสาวิทยุ และเศษเครื่องเซรามิกต่าง ๆ
เราทำงานร่วมกับนักโบราณคดี กษมา เกาไศยานนท์ และวิศวกรอย่างละเอียด ตัดสินใจ ยกและย้าย ฐานอาคารและเสาวิทยุจากตำแหน่งเดิม โดยหั่นฐานอาคารออกเป็นชิ้น ๆ แล้วย้ายมาติดตั้งใหม่ในตำแหน่งที่ใกล้ถนนมากขึ้นเพื่อให้คนเข้าชมได้ง่ายขึ้น
สำหรับเสาวิทยุที่สูง 60 เมตร เราตัดเป็น 7 ท่อนแล้วเก็บรักษาไว้ในคอนเทนเนอร์นานถึง 10 ปี ก่อนจะนำมาจัดแสดงเพียงบางส่วน ( 20 เมตร) ส่วนที่เหลือเก็บไว้ในห้องใต้ถุนอาคารใหม่
นอกจากตัวอาคารแล้ว มีการออกแบบภูมิทัศน์ที่เล่าเรื่องราวในอดีตด้วย เราได้ตรวจวิเคราะห์ละอองเรณูในดินเพื่อดูว่าในอดีตมีพืชชนิดใดปลูกอยู่บ้าง
Cr. Kanok Shokjaratkul
แม้เราจะปลูกข้าวตามสภาพเดิมที่เป็นทุ่งนา ได้ยาก แต่นักออกแบบสวนก็ได้เลือกปลูก ต้นไอริสน้ำ ที่มีใบคล้ายต้นข้าวแทน เพื่อย้ำเตือนถึงบรรยากาศดั้งเดิม
นอกจากนี้ยังมีงานศิลปะร่วมสมัยจากศิลปินญี่ปุ่น (Yuri Suzuki) ที่สื่อสารเรื่อง การสื่อสารไร้สาย เสียง และการส่งต่อสัญญาณ ติดตั้งอยู่ด้วย
เป้าหมายสูงสุดของการสร้างThe Wireless House เราต้องการให้ประวัติศาสตร์อยู่ร่วมสมัยกับผู้คนในปัจจุบัน
แม้แต่โลโก้ที่เราใช้คำว่า The Wireless House ก็มาจากชื่อพระราชทาน ถนนวิทยุ ซึ่งหมายถึง Wireless
เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต เชื่อมต่อกัน
Cr. Kanok Shokjaratkul
ภายในมีนิทรรศการประวัติศาสตร์โทรเลข มีเสียงบันทึกเหตุการณ์สำคัญ และมีกิจกรรมให้เด็ก ๆ ได้ลองส่งรหัส Morse Code จริง ๆ เพื่อให้ประวัติศาสตร์ยังคงมีชีวิตอยู่ตลอดไป"
ปิดท้ายการเสวนาในวันนี้ด้วยการเดินทางไปยังสถานที่จริงเพื่อเยี่ยมชม สถานีวิทยุโทรเลขศาลาแดง สถานีวิทยุโทรเลขแห่งแรกของประเทศไทย ที่ The Wireless House ณ One Bangkok
สำหรับผู้ที่อยากส่งโทรเลข มีคำแนะนำ 2 ข้อ คือ 1) เขียนให้ชัดเจน ให้เจ้าหน้าที่อ่านลายมือออก 2) อย่าเขียนยาว เพราะในสมัยก่อนคิดค่าส่งโทรเลขตามจำนวนคำ ยิ่งยาวยิ่งแพง
ก่อนเดินเข้าไปชมใน The Wireless House ให้ลองหลับตาแล้วจินตนาการไปว่าเรากำลังอยู่ในปี พ.ศ. 2456 เสียก่อน จากนั้นจึงเดินเข้าไป…
Cr. Kanok Shokjaratkul
เปิดประตูไปพบกับนิทรรศการต่าง ๆ ลงกดรหัสมร์อส (Morse Code) ผ่านเครื่อง Telegraph Key หากส่งผ่านตามขั้นตอน จะได้รับซองจดหมายเป็นของที่ระลึกกลับบ้านไปด้วย
มีวิทยุแร่ ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า แต่ใช้การประกอบวงจรกับไดโอดและคอยล์ แล้วใช้สายอากาศเลื่อนหาคลื่น เสียงจะดังออกมาจากหูฟังที่ภายในมีแร่สั่นสะเทือนอยู่
มี วิทยุหลอด ใช้ไฟฟ้า ภายในมีหลอดสูญญากาศ 8 หลอด เป็นที่มาของวลี เสียงดังแปดหลอด เพราะรุ่นนี้ให้เสียงที่ชัดเจนและกังวานมาก
อาคารหลังนี้ไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นที่เดิม พื้นที่เดิมในปัจจุบันเป็นพื้นที่ปิดอยู่ด้านหลัง
หากสังเกตที่ชั้น 1 บริเวณส่วนกลาง จะเห็นหมุดสีทองและสีดำ 4 หมุด หมุดเหล่านี้คือขอบเขตของโบราณสถานเดิม
Cr. Kanok Shokjaratkul
ในส่วนของฐานรากของจริง ถูกตัดแบ่งเป็น 10 ส่วน โดย 1 ส่วนนำมาจัดแสดง ส่วนอีก 9 ส่วนที่เหลือถูกฝังไว้ใต้ดินลึก 6 เมตรจากจุดที่เรายืนอยู่ แล้วปิดทับด้วยซีเมนต์เพื่อสร้างอาคารใหม่ทับข้างบน
เสาวิทยุ ที่เห็นอยู่ข้างนอก ของจริงสูง 60 เมตร ตัดแบ่งมา 7 ท่อน โดยนำ 4 ท่อนไปเก็บไว้ในชั้นใต้ดิน และนำ 3 ท่อนบนมาติดตั้งโชว์ มีความสูงประมาณ 20 เมตร เนื่องจากข้อจำกัดด้านพื้นที่และการใช้สลิงยึด ซึ่งอาจเกิดอันตรายต่อตึกสูงรอบข้างได้ วิศวกรจึงประเมินว่าความสูง 20 เมตรเป็นระดับที่ปลอดภัยที่สุด
The Wireless House One Bangkok
(เดอะ ไวร์เลส เฮาส์ วัน แบงค็อก)
ตั้งอยู่ที่ One Bangkok
ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ
เปิดทุกวัน เวลา 10.00-20.00 น.
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul