จับแล้ว ‘หนูเฉิน’ บิ๊กพ่อค้ายานรก จัดฉากแกล้งตายหนีคดี 66 หมาย
เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ที่ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พล.ต.ท.สำราญ นวลมารองผบ.ตร. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลการจับกุมนายฐปนันท์ หรือ “หนูเฉิน” ผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ ที่มีหมายจับรวมกว่า 66 หมาย โดยผู้ต้องหารายนี้ หลบหนีคดีมานาน และเคยวางแผนให้คนใกล้ชิดสร้างสถานการณ์แกล้งเสียชีวิต เมื่อปี 65 เพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุมของเจ้าหน้าที่ ก่อนจะถูกทางการเกาหลีใต้ควบคุมตัว และส่งกลับประเทศไทย มาถึงสนามบินสุวรรณภูมิในช่วงบ่ายที่ผ่านมา
พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ผู้ต้องหารายนี้ถือเป็นบุคคลสำคัญในเครือข่ายค้ายาเสพติด มีความเกี่ยวข้องกับคดีจำนวนมาก และเป็นหนึ่งในผู้นำเข้ายาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทย โดยความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของหลายหน่วยงาน รวมถึงการประสานงานกับต่างประเทศ
พล.ต.ท.สำราญ บอกว่า คดีนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญของผู้ที่คิดเข้าสู่วงการค้ายาเสพติด การจับกุมยาเสพติดตั้งแต่ปี 42 ได้ปรากฎชื่อของผู้ค้ายาเสพติด “หนูเฉิน” ในหลากหลายชื่อโดยตลอดระยะเวลาหลายปี ผู้ต้องหาได้เปลี่ยนชื่อหลายครั้ง และพยายามอำพรางตัวเอง รวมถึงจัดฉากว่าถูกฆาตกรรมเพื่อหลบหนีคดี แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถหลบหนีการติดตามของเจ้าหน้าที่ได้ ยืนยันว่า จะเดินหน้าปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสกัดกั้น จับกุมผู้ค้า ยึดทรัพย์ และติดตามผู้หลบหนีมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง แม้จะใช้ชื่อปลอมหลายชื่อ และมีบุคคลในเครือข่ายช่วยจัดฉากการเสียชีวิต บริเวณแม่น้ำเมย เมื่อปี 65 ขณะเดียวกัน ยังพบว่าผู้ต้องหาเป็นผู้สั่งการสำคัญในเครือข่ายค้ายาเสพติด มีหมายจับคงค้างอยู่จำนวนมาก และมีเครือข่ายที่ถูกออกหมายจับเพิ่มเติมอีกกว่า 400 หมาย ซึ่งเจ้าหน้าที่เตรียมเร่งสอบสวนขยายผลให้ครบทุกคดี
พล.ต.ท.สำราญ ยังระบุว่า ตลอดระยะเวลาที่หลบหนี ผู้ต้องหาได้ย้ายที่อยู่ไปต่างประเทศ และยังคงมีบทบาทสั่งการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังเตรียมเพิ่มมาตรการเข้มงวด โดยเฉพาะช่วงเทศกาลที่อาจถูกใช้เป็นช่องทางลำเลียงยาเสพติด ทุกหน่วยงานยังคงปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ ไม่มีวันหยุด ทั้งการตั้งจุดตรวจ การใช้สุนัขตำรวจ และการข่าว เพื่อสกัดกั้นยาเสพติดในทุกเส้นทาง
ขณะที่ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. เปิดเผยว่า ความสำเร็จในคดีนี้ เป็นผลจากนโยบายรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง และการบูรณาการความร่วมมือทั้งหน่วยงานในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะความร่วมมือด้านข่าวกรองจากประเทศเกาหลีใต้ หรือหน่วยข่าวกรองแห่งชาติ (NIS) ที่สนับสนุนข้อมูลสำคัญ จนสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหารายนี้ได้ หลังหลบหนีและใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศนานกว่า 14 ปี
“เครือข่ายของ หนูเฉิน ถือเป็นกลุ่มสำคัญ ที่มีบทบาทในการลักลอบนำเข้ายาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทย คิดเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 25-30 ของปริมาณยาเสพติดที่ทะลักเข้ามาในแต่ละปี พร้อมฝากเป็นอุทาหรณ์ไปยังผู้ที่ยังเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด ว่าแม้จะมีทรัพย์สินหรือใช้ชีวิตอย่างหรูหราเพียงใด สุดท้ายก็ไม่สามารถหลบหนีความผิดได้“ พ.ต.ต.สุริยา กล่าว
ด้าน พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. เปิดเผยว่า คดีนี้เป็นผลจากการทำงานเชิงลึกของชุดสืบสวนที่ติดตามผู้ต้องหารายนี้มาอย่างต่อเนื่อง หลังพบพิรุธจากการแจ้งเสียชีวิตในต่างประเทศ
โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาสืบสวนนานกว่า 4 ปี ตรวจสอบเส้นทางการเดินทางของบุคคลใกล้ชิดและเครือญาติ จนพบความผิดปกติ ก่อนแกะรอยผู้ต้องสงสัยจากการเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น และต่อไปยังเกาหลีใต้ กระทั่งมีการตรวจสอบลายนิ้วมือ ยืนยันตัวบุคคลตรงกับผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงประสานความร่วมมือกับหน่วยงานด้านยาเสพติด และหน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้ จนนำไปสู่การจับกุมได้ในที่สุด
ทั้งนี้ มีรายงานจากการสืบสวนทราบว่า นายฐปนันทน์ หรือ นายอธิฐาน หรือ "หนูเฉิน" อายุ 43 ปี เป็นบุคคลที่มีชื่ออยู่ในบัญชีผู้เป็นที่ต้องการตัวมากที่สุด (Most Wanted) ของกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และเคยมีชื่อในบัญชีประกาศสืบจับที่มีเงินรางวัลสูงถึง 1 ล้านบาท โดยนายฐปนันทน์ หรือ “หนูเฉิน” เริ่มเข้าสู่วงจรยาเสพติดจากการเป็นผู้เสพ และขยับขึ้นมาเป็นผู้ค้ารายย่อยในย่านศรีนครินทร์ ช่วงปี 2543 – 2545 จนกระทั่งพัฒนาความสัมพันธ์กับกลุ่มชาติพันธุ์ ในประเทศเพื่อนบ้านเพื่อจัดตั้งโรงงานผลิตยาเสพติด และทำหน้าที่เป็นตัวการหลักในการนำเข้ายาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทย
พฤติการณ์ที่สำคัญของผู้ต้องหารายนี้ มีความเชื่อมโยงกับคดียาเสพติดรายใหญ่หลายคดี อาทิ :
- ปี 2552 : ถูกจับกุมพร้อมยาบ้าจำนวน 26,000 เม็ด ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ก่อนจะหลบหนีระหว่างการพิจารณาคดีในชั้นอุทธรณ์ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
- ปี 2555 : เกี่ยวข้องกับการจับกุมเครือข่ายนายนิพนธ์ ร่วมกับอดีตทหารสังกัดกองพันทหารช่าง พร้อมยาบ้ากว่า 3.8 ล้านเม็ด และไอซ์ 71 กิโลกรัม ซุกบ้านหรู่ในย่าน อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี โดยสืบสวนพบว่านายฐปนันทน์ หรือ “หนูเฉิน” เป็นผู้รับคำสั่งจากนักโทษชายในเรือนจำ ซึ่งเป็นหลานชายแท้ ๆ ของขุนส่า อดีตราชายาเสพติดชื่อดัง เพื่อดำเนินการกระจายยาเสพติด จากการสืบสวนพบว่านายฐปนันทน์ หรือ “หนูเฉิน” เป็นผู้สั่งการในคดี
- ปี 2555 : เกี่ยวข้องกับการจับกุมคดีนายอาทิตย์ พร้อมของกลาง ยาบ้า 1.6 ล้านเม็ด ไอซ์ 36 กิโลกรัม ได้ที่แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร
- ปี 2560 : เกี่ยวข้องกับคดีจับกุมยาบ้ากว่า 10.3 ล้านเม็ด ในย่าน อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ และคดีจับกุมยาบ้า 10.5 ล้านเม็ด ไอซ์ 12 กิโลกรัม ในพื้นที่เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร
- ปี 2562 : เกี่ยวข้องกับการลำเลียงไอซ์น้ำหนัก 1.5 ตัน ซึ่งถูกซุกซ่อนในช่องลับของรถบรรทุกพ่วงที่ด่านตรวจในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก
นอกจากนี้ ในช่วงปลายปี 65 นายฐปนันทน์หรือ “หนูเฉิน” พรางตัวอย่างแนบเนียนที่เคยหลอกคนทั้งโลกว่า “ตายไปแล้ว” จากข่าวว่าถูกฆาตกรรม โยนศพทิ้งริมแม่น้ำเมย ในเขตเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เพื่อสร้างสถานการณ์ให้เจ้าหน้าที่หลงเชื่อว่าเสียชีวิตแล้ว แต่จากการสืบสวนทางลับพบว่าผู้ต้องหายังคงมีความเคลื่อนไหวอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน
ต่อมาสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ได้สืบสวนติดตามความเคลื่อนไหว นายฐปนันทน์ หรือ “หนูเฉิน” มาโดยตลอด จนสืบทราบว่าได้เดินทางไปยังสาธารณรัฐเกาหลี จึงได้ประสานความร่วมมือไปยังสำนักงาน ปปส. เพื่อประสานความร่วมมือต่อไปยังสาธารณรัฐเกาหลี จนสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหารายสำคัญรายนี้กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยได้ โดยเป็นหมายจับของกองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 ในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และความผิดฐานฟอกเงิน ซึ่งผู้ต้องหารายนี้มีหมายจับมากกว่า 60 หมายจับ.