ผบช.ภ.9 แถลงผลกวาดล้าง จชต. รวบ 27 ผู้ต้องหา คดี สส.นราธิวาส คืบหน้า จับ 3 ล่า 2
ยะลา – วันที่ 6 เมษายน 2569 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมยะลารวมใจ ชั้น 2 ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า จังหวัดยะลา (ศปก.ตร.สน.ยะลา) พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้เป็นประธานแถลงข่าวผลการปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) โดยมีผู้ร่วมแถลงข่าวประกอบด้วย นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา, นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการ ศอ.บต., พล.ต.เฉลิมพงค์ คงบัว เลขาธิการ กอ.รมน. ภาค 4 สน. และ พล.ต.ต.ชุมพล ศักดิ์สุรีย์มงคล หน.สสส.กกล.ตร.จชต. พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ฯ ได้กล่าวถึงนโยบายเร่งด่วนของนายกรัฐมนตรีในการเร่งรัดติดตามตัวผู้ก่ออาชญากรรมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเร็ว พร้อมทั้งให้ ศอ.บต. เร่งลงพื้นที่เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้ทุกพื้นที่เตรียมความพร้อมขั้นสูงสุดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เน้นย้ำการดูแลความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว การจัดการจราจร การเฝ้าระวังการลอบวางระเบิดตามจุดตรวจและจุดเสี่ยง โดยให้นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพ และให้กวาดล้างขบวนการลักลอบน้ำมันผิดกฎหมายอย่างจริงจัง
พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ฯ ได้สรุปผลการปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายตั้งแต่เดือนมกราคม ถึง มีนาคม 2569 ว่า เจ้าหน้าที่ได้เข้าปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายรวม 55 ครั้ง เชิญตัวและควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 41 คน อยู่ในกระบวนการซักถาม 10 คน เกิดการปะทะขณะเข้าปิดล้อม ส่งผลให้คนร้ายเสียชีวิต 3 ราย (ยะลา 1 ราย, ปัตตานี 2 ราย) ซึ่งทั้งหมดมีหมายจับและประวัติการก่อเหตุความไม่สงบหลายคดี ด้านการดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับแล้ว 79 หมาย ติดตามจับกุมได้ 27 หมาย แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม รวมมีผู้ต้องหาเข้าสู่กระบวนการแล้ว 27 คน พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ฯ ย้ำว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงปฏิบัติงานภายใต้กรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด ยึดหลักสิทธิมนุษยชน และบังคับใช้กฎหมายเฉพาะผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเท่านั้น พร้อมทั้งขอขอบคุณเครือข่ายภาคประชาชนและผู้นำชุมชนที่ให้ความร่วมมือแจ้งเบาะแสเพื่อนำสันติสุขกลับคืนสู่พื้นที่อย่างยั่งยืน
ในส่วนของความคืบหน้าคดีอุกฉกรรจ์ กรณีคนร้ายลอบยิงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พล.ต.ต.ชุมพล ศักดิ์สุรีย์มงคล หน.สสส.กกล.ตร.จชต. เปิดเผยว่า ขณะนี้มีความคืบหน้าไปมาก สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องได้แล้ว 3 ราย และกำลังเร่งติดตามจับกุมอีก 2 ราย รวมผู้ร่วมขบวนการ 5 ราย กลุ่มคนร้ายได้มีการวางแผนดักรอและสะกดรอยตาม โดยส่งคนไปดักดูเป้าหมายที่สนามบินหาดใหญ่ ขณะที่ทีมสังหารนำรถไปจอดดักรอหน้าบ้านพัก เมื่อรถ สส. ขับผ่านมา ทีมสังหารได้ขับรถสะกดรอยตามก่อนจะเร่งเครื่องแซงและใช้อาวุธปืนยิงถล่ม จากนั้นได้ขับรถหลบหนีนำไปทิ้งไว้ที่อู่ซ่อมรถในอำเภอตากใบเพื่อทำลายหลักฐาน เจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการทั้ง 5 ราย ประกอบด้วย คนชี้เป้าที่สนามบิน, นาย ก. ผู้ประสานงานและจัดหาทีมยิงและอาวุธปืน (มีประวัติเคยพัวพันคดีจ้างวานฆ่าแต่ศาลยกฟ้อง), คนขับรถก่อเหตุ (ให้การรับสารภาพ), ทีมมือปืน 2 ราย คือ นาย ข. และ นาย ค. (อยู่ระหว่างหลบหนี) และเจ้าของอู่รถที่รับจ้างชำแหละรถ (รับสารภาพแล้ว) พล.ต.ต.ชุมพลฯ กล่าวว่า แม้ผู้ประสานงานหลักจะปฏิเสธ แต่เจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานแน่นหนา 100% ทั้งอาวุธปืนเถื่อน กล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพรถยนต์ตั้งแต่ก่อเหตุ เส้นทางการหลบหนี และชิ้นส่วนรถที่ถูกแยกชิ้นส่วน ส่วนรถคันที่ก่อเหตุเป็นรถใช้งานนอกแบบของทางราชการที่เจ้าหน้าที่รัฐได้ให้เพื่อนยืมไปใช้ แล้วเพื่อนคนดังกล่าวให้กลุ่มผู้ต้องหายืมต่ออีกทอดหนึ่ง จากการสืบสวนเชิงลึกยังไม่พบความเชื่อมโยงว่าเจ้าหน้าที่รัฐรายดังกล่าวมีส่วนรู้เห็นหรือสั่งการ แต่จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยเรื่องการนำรถหลวงไปให้บุคคลภายนอกยืมใช้ ส่วนผู้บงการและมูลเหตุจูงใจที่แท้จริงยังไม่สามารถสรุปได้ เนื่องจากผู้ต้องหาคนสำคัญที่รับงานยังไม่ยอมให้การพาดพิงถึงบุคคลที่สาม เจ้าหน้าที่จะเร่งขยายผลเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
📰 อ่านข่าวฉบับเต็มพร้อมภาพประกอบทั้งหมด
👉 คลิกอ่านต่อที่ 77kaoded.news