โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ขุดคดีสยอง! สัปเหร่อหนุ่มปากีฯ ขุดศพหญิง 48 ร่าง ขืนใจ จนสำเร็จใคร่

Thaiger

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวไทย

ขุดคดีสยอง! สัปเหร่อปากีสถานขืนใจศพผู้หญิง 48 ร่าง

โซเชียลมีเดียแห่แชร์เรื่องราวสุดสะพรึง ตำรวจปากีสถานจับกุมนายโมฮัมหมัด ริยาซ ชายวัย 28 ปี อาชีพสัปเหร่อประจำสุสานในเมืองการาจี ชาวบ้านเห็นเขาวิ่งหนีด้วยความตื่นตระหนกจึงช่วยกันจับตัวไว้เพราะสงสัยว่าเป็นหัวขโมย ตำรวจสายตรวจผ่านมาพบเหตุการณ์จึงควบคุมตัวไปสอบปากคำ

ทีแรกริยาซอ้างว่าเขาลงไปในหลุมศพแล้วเห็นผู้หญิงเบิกตาโพลงพร้อมยิงฟันใส่ เขาตกใจกลัวจนต้องวิ่งหนี ตำรวจเค้นสอบอย่างหนักจนริยาซยอมรับสารภาพความจริงสุดช็อก เขาบอกว่าตลอด 8 ปีที่ผ่านมาเขาล่วงละเมิดทางเพศศพผู้หญิงมาแล้วถึง 48 ร่าง ริยาซมีผู้ร่วมก่อเหตุคือวาซีร์ซึ่งเป็นรุ่นพี่ในสายอาชีพ แต่วาซีร์เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ประมาณ 2 ปี

ริยาซเล่าวิธีเลือกลงมือว่าเขามักพุ่งเป้าไปที่หลุมศพใหม่ ดินบริเวณนั้นยังขุดออกง่าย คนทั่วไปมักไม่ทันสงสัย พฤติกรรมความผิดปกตินี้เรียกว่าโรคเนโครฟิเลีย หรือโรคใคร่ศพ

ทั้งนี้ ในปากีสถาน การมีเพศสัมพันธ์กับศพ ถือเป็น ความผิดทางอาญาที่ร้ายแรง ผู้กระทำความผิดอาจได้รับโทษสูงสุดคือ จำคุกตลอดชีวิต

ก่อนหน้านี้ในอดีต เคยมีลงโทษเพียงลหุโทษในข้อหาบุกรุกพื้นที่ฝังศพ และเพื่อให้สอดคล้องกับหลักคำสอนทางศาสนาอิสลามที่เน้นย้ำเรื่อง “ความศักดิ์สิทธิ์ของผู้ล่วงลับ” ถือว่าการทำร้ายหรือละเมิดศพมีโทษรุนแรงเช่นเดียวกับการกระทำต่อผู้ที่มีชีวิตอยู่

กฎหมายนี้ถูกผลักดันอย่างจริงจังหลังจากมีรายงานคดีสะเทือนขวัญหลายคดี เช่น กรณีชายในเมืองการาจีที่สารภาพว่าล่วงละเมิดศพผู้หญิงเกือบ 50 ศพในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...