โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปลี่ยนของขวัญสงกรานต์เป็น ‘แผนเกษียณ’ ให้พ่อแม่ การเงินมั่งคั่ง ครอบครัวก็มั่นคง

Thairath Money

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว
ภาพไฮไลต์

เทศกาลสงกรานต์นี้ หลายคนเตรียมของฝากพิเศษให้พ่อแม่หรือผู้ใหญ่ที่ดูแลเรามา ไม่ว่าจะของที่เขาอยากได้, มือถือใหม่, เงินสด ไปจนถึงทองคำ สิ่งเหล่านี้เป็นตัวแทนของความคิดถึงและคำขอบคุณให้กับคนที่เรารักแต่ในโลกที่ความไม่แน่นอนสูงขึ้น เราลองเปลี่ยนจากของขวัญเฉพาะช่วงเทศกาล มาเป็นการเตรียมพร้อมให้คนที่เรารักมีความสุขในระยะยาวอย่างการทำ “แผนเกษียณ” ให้พ่อแม่ปู่ย่าดีไหม?

แผนเกษียณ คืออะไร?

นิยามทั่วไปของ การเกษียณอายุ คือ หลังจาก 60 ปีจะหยุดทำงานซึ่งรายได้ที่เคยมีก็อาจลดหายไป แต่รายจ่ายไม่ได้หายไปด้วย ดังนั้นเราเลยต้องมี แผนเกษียณเพื่อจัดการเรื่องเงินให้พอใช้ตลอดช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่

แผนเกษียณ เลยมาพร้อมกับเป้าหมายและเงินที่ต้องใช้จ่ายในแต่ละเดือน ดังนั้น การกลับบ้านสงกรานต์รอบนี้ อาจเป็นจังหวะที่ดีในการชวนพ่อแม่มาคุย เปิดใจกันว่าเขาอยากใช้ชีวิตแบบไหนหลังจากเกษียณ วางแผนการเงินในตอนนี้อย่างไร กังวลเรื่องไหน และเราจะช่วยดูแล ช่วยเติมเต็มอย่างไรได้บ้างจัดเงิน จัดพอร์ตให้พร้อม เกษียณอย่างมีสุข

Thairath Money สรุปวิธีเริ่มต้นวางแผนเกษียณให้คนที่เรารักมาไว้ที่นี่แล้ว

1. เช็ก "สุขภาพ" การเงินและร่างกาย

เมื่อคิดถึงคำว่าเกษียณก็อาจต้องใช้เงินมหาศาลหลักแสนหรือหลักล้าน แต่ถ้าเราพูดคุยกับพ่อแม่ก่อนว่า ฐานเดิมหรือเงินตอนนี้จัดสรรไว้แบบไหน เรื่องที่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษมีอะไรบ้าง เราอาจวางแผนเกษียณเพื่อเติมเติมให้ท่านได้ตรงจุด และง่ายขึ้น

สำรวจทรัพย์สิน-หนี้สิน เช่น สิทธิสวัสดิการ, เงินฝาก, หนี้สินทุกประเภท ฯลฯ เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะหลายบ้านมีที่ดิน และเงินฝากหลายที่จนลูกหลานไม่รู้มาก่อน หรือตัวพ่อแม่เองก็ลืมไปว่ามีทรัพย์สินนี้อยู่ หรือส่วนหนี้สินต้องเช็กให้ชัดว่า มีหนี้อยู่ที่ไหนบ้าง เช่น ในระบบธนาคาร, สหกรณ์, หนี้นอกระบบ, ยืมเงินคนใกล้ตัวไว้ เป็นต้น ถ้าวันนึงเจ้าหนี้ทวงเงินก้อนใหญ่ แผนการเงินที่เตรียมไว้อาจผิดไปจากที่คิด

นอกจากนี้ สุขภาพก็เป็นเรื่องสำคัญ ต้องเปิดใจคุยกันตรงๆ ว่า ตอนนี้พ่อแม่มีโรคประจำตัวอะไรบ้าง กังวลเรื่องอะไร ทานยา/ยาบำรุงอะไรอยู่บ้าง (ป้องกันไปซื้อยากินเองจนเกิดปัญหาในท้ายที่สุด) แนะนำว่าถ้ารู้ตัวเร็ว ลูกหลานก็วางแผนซื้อประกันสุขภาพให้ได้ในเบี้ยฯ ที่ไม่สูงนัก หรืออาจเช็กว่า สิทธิการรักษาในปัจจุบันมีอะไรบ้าง เช่น ถ้ามีบัตรทองก็เตรียมเงินให้พร้อมกับค่าใช้จ่ายส่วนอื่นๆ แทน

2. จัดลำดับความสำคัญ ให้พ่อแม่แฮปปี้

ข้อมูลในครอบครัวพร้อมก็ถึงเวลามาจัดสรรให้ตรงใจ เบื้องต้นให้แบ่งเป็น

เป้าหมายพื้นฐาน (Need) ได้แก่ ค่าอาหาร ค่ายา ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าใช้จ่ายประจำต่างๆ

เป้าหมายเพื่อความสุข (Want) ได้แก่ เงินทำบุญ เงินท่องเที่ยว หรือเงินรับขวัญหลาน

เมื่อทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย และแยกหมวดหมู่ให้ชัดเจน จะทำให้เห็นภาพว่า แผนการเงินเดิมที่วางไว้เพียงพอแค่ไหน และเราจะเข้าไป "เติมเต็ม" ในส่วนไหนได้บ้าง เช่น ถ้าเงินเก็บของพ่อแม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายพื้นฐานในแต่ละเดือนไปจนถึงอายุ 80-90 ปี ลูกอาจเน้น เงินก้อนพิเศษเป็นรายปีให้พ่อแม่ไว้ไปเที่ยวต่างประเทศปีละครั้งแทน เป็นต้น

3. สร้าง “แผนเกษียณ” เห็นสภาพคล่องชัดเจน

หลายบ้านมีทรัพย์สินมากมาย แต่ยังเจอปัญหา “เงินขาดมือ” ดังนั้นเลยต้องจัดการกระแสเงินสด และพอร์ตเกษียณให้ดี เรามี 2 คำแนะนำในเรื่องนี้

1) มีเงินสำรองฉุกเฉิน อย่างน้อย 6-12 เดือนของค่าใช้จ่ายประจำ โดยอาจฝากเงินฝากในบัญชีออมทรัพย์ที่ถอนได้ง่าย

2) ทรัพย์สินที่มี ต้องกระจายความเสี่ยง ตัวอย่างเช่น บางบ้านมีที่ดินเยอะ พอถึงเวลาต้องจ่ายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง กลับต้องไปหยิบยืมเพื่อมาจ่ายให้ภาครัฐ

ดังนั้น อาจวางแผนให้สินทรัพย์บางส่วน ต้องสร้าง สภาพคล่องให้เรา เมื่อมีเงินใหม่เติมเข้ามา อาจแบ่งไปเก็บ/ลงทุนในสินทรัพย์ที่สร้างกระแสเงินสด ไม่ว่าจะเงินฝากที่ให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย, พันธบัตร, หุ้นกู้ หรือกองทุนรวมที่มีปันผลแต่ก่อนจะลงทุนอะไร ทั้งครอบครัวควรเข้าใจความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น และเลือกการลงทุนที่เรารับไหว เพื่อลดความขัดแย้งในครอบครัว

4. ออกแบบ “พอร์ตเกษียณ” เตรียมไว้ให้พ่อแม่

สำหรับใครที่มีโจทย์ชัดเจนแล้วว่า จะเตรียมเงินก้อน หรือเตรียมเงินเท่าไรให้พ่อแม่ ก็ถึงเวลามาจัดพอร์ตลงทุนตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ Thairath Money เลยขอยกตัวอย่างบางส่วนมาให้ลองดูกัน

*คิดจากผลตอบแทนทบต้น เงินทุกบาทที่ได้มานำกลับไปรวมกับต้นเพื่อสร้างผลตอบแทน

สร้างเงินฉุกเฉิน 100,000 บาท

กรณีตั้งเป้าหมายเก็บเงินนี้ภายใน 2 ปี ด้วยบัญชีเงินฝากดิจิทัลที่ให้อัตราดอกเบี้ย 1.7% ต่อปี จะต้องออมเดือนละ 4,062.49 บาท (ได้ดอกเบี้ยมาต้องนำกลับไปฝากในบัญชีเสมอ)

เก็บเงินปีละ 60,000 บาทนาน 10 ปีไว้ให้พ่อแม่มีเงินก้อนใช้หลังเกษียณ

กรณีผลตอบแทน 1.7% ต่อปี จะมีเงินรวม 648,044 บาท
กรณีผลตอบแทน 5% ต่อปี จะมีเงินรวม 754,674 บาท
กรณีผลตอบแทน 10% ต่อปี จะมีเงินรวม 956,245 บาท

มีเงินก้อน 500,000 บาท ลงทุนแล้วให้พ่อแม่ได้เดือนละกี่บาท

กรณีผลตอบแทน 1.7% ต่อปี จะได้ประมาณ 708 บาท/เดือน
กรณีผลตอบแทน 5% ต่อปี จะได้ประมาณ 2,083 บาท/เดือน
กรณีผลตอบแทน 10% ต่อปี จะได้ประมาณ 4,166 บาท/เดือน

สิ่งที่สำคัญกว่าการลงทุนให้ได้ผลตอบแทนที่มากที่สุด คือการกระจายความเสี่ยง และเลือกลงทุนในสิ่งที่เราเข้าใจและใจเรารับไหว เพราะยิ่งลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสูง ยิ่งต้องวางแผนรับมือให้มากกว่าเดิม

บทความนี้หลายคนคงได้ไอเดียไปวางแผนชีวิต ส่วนสงกรานต์ปีนี้ ลองเปลี่ยนจากของขวัญพิเศษ เป็นการนั่งล้อมวงคุยเรื่อง "การเงินในอนาคต" ของครอบครัวดูบ้าง แม้อาจจะเป็นเรื่องที่คุยยากในช่วงแรก แต่นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ทุกคนในบ้างจะรู้สึกมั่นคง และมีความสุขมากขึ้น

อ้างอิง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ธนาคารแห่งประเทศไทย, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปลี่ยนของขวัญสงกรานต์เป็น ‘แผนเกษียณ’ ให้พ่อแม่ การเงินมั่งคั่ง ครอบครัวก็มั่นคง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...