เกาะติดสงครามอิหร่าน 21 มี.ค. 69 “ทรัมป์” ส่งสัญญาณลดระดับปฏิบัติการ
วันที่ 21 มี.ค. เวลาประมาณ 04.15 น. ตามเวลาประเทศไทย ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความบน Truth Social ระบุว่า สหรัฐฯ ใกล้จะบรรลุเป้าหมายในการทำสงครามกับอิหร่านแล้วและกำลังพิจารณาลดระดับปฏิบัติการทางทหาร หลังความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางปะทุขึ้น นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลผนึกกำลังกันเปิดฉากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถล่มเตหะราน เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา
โพสต์ของประธานาธิบดีทรัมป์ ระบุว่า เรากำลังเข้าใกล้การบรรลุเป้าหมายของเราอย่างมาก ขณะที่เรากำลังพิจารณาลดระดับปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ของเราในตะวันออกกลาง ต่อระบอบก่อการร้ายของอิหร่าน ได้แก่
- ทำลายขีดความสามารถด้านขีปนาวุธของอิหร่าน แท่นยิง และทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องอย่างสิ้นเชิง
- ทำลายฐานอุตสาหกรรมด้านการป้องกันประเทศของอิหร่าน
- กำจัดกองทัพเรือและกองทัพอากาศ รวมถึง ระบบป้องกันภัยทางอากาศ
- ไม่ยอมให้อิหร่านเข้าใกล้ขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ และรักษาความพร้อมให้สหรัฐฯ สามารถตอบโต้ได้อย่างรวดเร็วและรุนแรงหากเกิดสถานการณ์ดังกล่าว
- ปกป้องชาติพันธมิตรในตะวันออกกลางของสหรัฐฯ ในระดับสูงสุด รวมถึง อิสราเอล ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน คูเวต และประเทศอื่น ๆ
ทรัมป์ยังระบุด้วยว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะได้รับการดูแลและรักษาความปลอดภัยจากประเทศที่ต้องใช้เส้นทางเดินเรือสำคัญดังกล่าว แต่ไม่ใช่สหรัฐฯ ยกเว้นแต่จะมีการร้องขอ ก็จะช่วย แต่เมื่อภัยคุกคามจากอิหร่านหมดไป ก็ไม่มีความจำเป็นแล้ว
อิหร่านขู่โจมตี “สถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลก”
อิหร่านขู่ว่าจะขยายวงการโจมตีตอบโต้ไปยังสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและแหล่งท่องเที่ยวทั่วโลก
โดย พลเอก อับดุลฟาซล์ เชคาร์ชี โฆษกทางทหารระดับสูงของอิหร่าน เตือนว่า “สวนสาธารณะ พื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ และแหล่งท่องเที่ยวทั่วโลก จะไม่ปลอดภัยสำหรับศัตรูของประเทศ”
คำขู่ดังกล่าวทำให้เกิดความกังวลขึ้นอีกครั้งว่า อิหร่านอาจหันกลับมาใช้การโจมตีด้วยกำลังทหารนอกตะวันออกกลางอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน สงครามก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง
อิสราเอลกล่าวว่า อิหร่านยิงขีปนาวุธใส่ตนตั้งแต่เช้าวันที่ 21 มี.ค. ขณะที่ซาอุดีอาระเบียกล่าวว่าได้ยิงโดรนตก 20 ลำในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยกระทรวงกลาโหมซาอุฯ กล่าวว่า ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือความเสียหายใด ๆ
อิหร่านได้เพิ่มการโจมตีประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซีย นับตั้งแต่ที่อิสราเอลทิ้งระเบิดแหล่งก๊าซธรรมชาติใหญ่สุดของอิหร่าน “เซาท์พาร์ส” (South Pars)
สหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่านบางส่วนแล้ว
เมื่อวันที่ 20 มี.ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ สก็อตต์ เบสเซนต์ ประกาศการออกใบอนุญาตระยะสั้นที่จำกัดขอบเขต เพื่ออนุญาตให้ขายน้ำมันอิหร่านที่ติดค้างอยู่ในทะเลได้
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นการพลิกนโยบายของสหรัฐฯ ที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน และผลลัพธ์ที่ได้นั้นยังไม่แน่นอน
ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ผลกระทบต่อราคาน้ำมันน่าจะมีจำกัด และอาจเพิ่มเงินทุนให้กับรัฐบาลอิหร่านที่สหรัฐฯ กำลังโจมตีอยู่
ทั่วโลก ราคาน้ำมันกำลังพุ่งสูงขึ้นเนื่องจากสงครามส่งผลกระทบต่อการขนส่งและการผลิต
เบสเซนต์กล่าวว่า ใบอนุญาตนี้ใช้ได้กับการขายน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่มีต้นกำเนิดจากอิหร่านซึ่งบรรทุกอยู่บนเรือในขณะนี้
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เสริมว่า ใบอนุญาตนี้จะมีผลจนถึงวันที่ 19 เม.ย.
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้จะนำน้ำมันประมาณ 140 ล้านบาร์เรลเข้าสู่ตลาดโลกอย่างรวดเร็ว
แต่เบสเซนต์ไม่ได้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการทำงานของการยกเว้น หรือว่าจะมีแนวทางเพื่อป้องกันไม่ให้เงินจากการขายน้ำมันไหลกลับไปยังรัฐบาลอิหร่านหรือไม่
“มุจตาบา” เผย “ศัตรูของอิหร่านกำลังพ่ายแพ้”
เมื่อวันที่ 20 มี.ค. มุจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ได้ออกแถลงการณ์เนื่องในวันปีใหม่เปอร์เซีย หรือ “โนว์รูซ” (Nowruz) โดยกล่าวว่า “ศัตรูของอิหร่านกำลังพ่ายแพ้” ขณะที่สหรัฐฯ และอิสราเอลยังคงโจมตีประเทศอย่างต่อเนื่อง
ในแถลงการณ์ที่อ่านออกอากาศทางโทรทัศน์ของอิหร่าน มุจตาบาได้ยกย่องความแน่วแน่ของประชาชนชาวอิหร่าน และกล่าวว่าโนว์รูซปีนี้เป็นการเริ่มต้นปีแห่ง “เศรษฐกิจแห่งการต่อต้านภายใต้ความสามัคคีและความมั่นคงของชาติ”
เขาบอกว่า “ในขณะนี้ ด้วยความสามัคคีอันพิเศษที่เกิดขึ้นระหว่างท่านทั้งหลาย เพื่อนร่วมชาติของเรา แม้จะมีความแตกต่างกันในด้านศาสนา สติปัญญา วัฒนธรรม และต้นกำเนิดทางการเมือง ศัตรูกำลังพ่ายแพ้แล้ว”
ผู้นำสูงสุดของอิหร่านคนใหม่กล่าวว่า ในขณะที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเชื่อว่าหลังจากการโจมตีเพียง 1 หรือ 2 วัน ประชาชนอิหร่านจะโค่นล้มรัฐบาลได้ แต่ความเชื่อนี้เป็น “การคำนวณผิดพลาดอย่างร้ายแรง”
เขากล่าวว่า “สงครามเริ่มต้นขึ้นภายใต้ความเชื่อผิด ๆ ที่ว่า หากผู้นำสูงสุดของระบอบการปกครองและบุคคลสำคัญทางทหารบางคนเสียชีวิต จะทำให้ประชาชนของเราหวาดกลัวและสิ้นหวัง และด้วยวิธีนี้ ความฝันที่จะครอบงำอิหร่านและแบ่งแยกประเทศก็จะสำเร็จ แต่กลับกัน ความแตกแยกได้เกิดขึ้นในหมู่ศัตรูแล้ว”
นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า รัฐธรรมนูญของอิหร่านนั้นร่างขึ้นโดยคำนึงถึงภาวะสุญญากาศทางอำนาจ เป็น “พิธีสารเพื่อความอยู่รอด” ที่ออกแบบมาเพื่อให้ระบบสามารถดำเนินต่อไปได้แม้ในช่วงเวลาที่วิกฤตที่สุด
อังกฤษไฟเขียวสหรัฐฯ ใช้ฐานทัพถล่มอิหร่าน
รัฐบาลอังกฤษอนุญาตให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพของประเทศในการโจมตีฐานยิงขีปนาวุธของอิหร่านที่ใช้ในการโจมตีเรือเดินสมุทรในช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากคณะรัฐมนตรีได้ประชุมกันเพื่อหารือเกี่ยวกับสงครามอิหร่านและการปิดกั้นเส้นทางเดินเรือสำคัญดังกล่าวโดยอิหร่าน
แถลงการณ์จากรัฐบาลอังกฤษระบุด้วยว่า คณะรัฐมนตรีได้ยืนยันว่า ข้อตกลงที่อนุญาตให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพของอังกฤษในการป้องกันตนเองร่วมกันของภูมิภาค ครอบคลุมถึงปฏิบัติการเชิงป้องกันของสหรัฐฯ เพื่อลดทอนประสิทธิภาพของฐานยิงขีปนาวุธและขีดความสามารถที่ใช้ในการโจมตีเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม อังกฤษจะไม่เข้าไปมีส่วนร่วมโดยตรงในการโจมตีใด ๆ และหลักการเบื้องหลังแนวทางของอังกฤษต่อความขัดแย้งยังคงเหมือนเดิม
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังก่อนหน้านี้ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ ปฏิเสธคำร้องขอของสหรัฐฯ ในการใช้ฐานทัพอังกฤษเพื่อโจมตีอิหร่าน แต่อนุญาตให้ใช้ฐานทัพในปฏิบัติการป้องกันตนเองเท่านั้น โดยให้เหตุผลว่า จำเป็นต้องตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าปฏิบัติการทางทหารใด ๆ มีความชอบธรรมภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีสตาร์เมอร์ได้เปลี่ยนท่าทีในเวลาต่อมา หลังอิหร่านเปิดฉากโจมตีพันธมิตรอังกฤษทั่วตะวันออกกลาง
ด้านประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยหลังทราบข่าวการตัดสินใจของรัฐบาลอังกฤษที่ไฟเขียวให้ใช้ฐานทัพ โดยระบุว่า เป็นการตอบสนองที่ล่าช้ามาก และมองว่าควรจะดำเนินการเร็วกว่านี้ เพราะทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์อันดีและเป็นพันธมิตรอันดับ 1 ของสหรัฐฯ แต่เรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ขณะที่ อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง ด้วยการโพสต์ข้อความบน X ระบุว่า การที่นายกรัฐมนตรีของอังกฤษอนุญาตให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพของตัวเองเพื่อรุกรานอิหร่านนั้น ทำให้ชีวิตของพลเรือนตกอยู่ในอันตราย พร้อมเสริมว่า อิหร่านจะใช้สิทธิ์ในการป้องกันตนเอง
ทั้งนี้ ฐานทัพอังกฤษที่คาดว่าสหรัฐฯ จะใช้งาน ได้แก่ ฐานทัพอากาศแฟร์ฟอร์ด (RAF Fairford) ในกลอสเตอร์เชียร์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ และฐานทัพอากาศดิเอโก การ์เซีย (Diego Garcia) ในมหาสมุทรอินเดีย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เดนมาร์กขนเลือด-ระเบิดไปกรีนแลนด์ เตรียมรับมือหากสหรัฐฯ บุกยึด
F-35 สหรัฐฯ ลงจอดฉุกเฉินในตะวันออกกลาง อิหร่านอ้างเป็นคนยิงจนเสียหาย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เกาะติดสงครามอิหร่าน 21 มี.ค. 69 “ทรัมป์” ส่งสัญญาณลดระดับปฏิบัติการ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com