โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

สส.ปชน.ชี้สถานการณ์พลังงานบานปลายส่อกระทบค่าครองชีพ

ไทยโพสต์

อัพเดต 22 มีนาคม 2569 เวลา 20.36 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สส.ภูเก็ต ปชน. เผย สถานการณ์พลังงานบานปลายส่อกระทบค่าครองชีพ ประชาชนต้องการผู้บริหาร รัฐบาลอย่าแค่ประชุมแบบขอไปที
22 มีนาคม 2569 นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต 2 พรรคประชาชน กล่าวว่า "ขณะนี้สังคมกำลังกังขาทั้งในการสื่อสารและการบริหารจัดการของภาครัฐที่ยังปากแข็งออกมาป่าวประกาศแทบจะรายวันว่าน้ำมันพอ ยิ่งพอเห็นนั่งประชุมกันหน้าสลอนแล้วยิ่งสิ้นหวังครับ เพราะนอกจากยืนยันคำเดิม เพิ่มเติมคือ 'ไม่มีไอ้โม่ง' แล้วโยนบาปให้ประชาชนว่าตื่นตระหนกแห่ไปเติมกันมากเองจนน้ำมันไม่พอ
ผมคิดว่าบทสรุปประชุมแบบนี้มันช่างไร้ยางอายสิ้นดีเพราะมันสวนทางกับสถานการณ์ที่เป็นจริงจนอยากชวนทุกท่านตั้งแต่หัวโต๊ะยันปลายโต๊ะออกจากห้องแอร์มาแหกตาดูความทุกข์ยากของประชาชนบ้างว่าคนที่เขารอต่อคิวเติมน้ำมันเขาต้องเจอปัญหาขนาดไหน
สิ่งที่สำคัญที่สุดในสถานการณ์แบบนี้การสื่อสารที่ตรงไปตรงมาและการบริหารจัดการวิกฤตเพื่อไม่ให้ใครคนใดคนหนึ่งฉวยโอกาสทำกำไรจนเกินงามท่ามกลางความลำบากของประชาชนทั้งแผ่นดินคือสิ่งสำคัญมาก
สิ่งที่รัฐบาลต้องมองให้ออกคือสถานการณ์มีแนวโน้มลากยาวและต้องเตรียมแผนสำรอง จนถึงตอนนนี้เส้นทางน้ำมันหลักผ่านช่องแคบฮอร์มุสยังคงถูกปิด ซึ่งเส้นทางนี้เป็นเส้นทางหลักที่น้ำมันกว่า 20%ของโลกต้องผ่านและไทยพึ่งน้ำมันจากเส้นทางนี้มากถึง 54%
ซึ่งสถานการณ์ยังไม่มีแนวโน้มไปในทางที่ดีขึ้นแต่กลับขยายสู่การโจมตีแหล่งพลังงานหลักในตะวันออกกลางหลายแห่งทั้งที่ฝ่ายอิหร่านถูกโจมตีและการตอบโต้กลับไปยังพันธมิตรอ่าวที่มีความใกล้ชิดกับสหรัฐ
ท่ามกลางปัญหาที่ดูยืดเยื้อและที่พวกท่านอุตส่านั่งประชุมกันให้เห็น ความน่าสังเวชใจก็คือท่านแทบไม่มีมาตรการใดใหม่ออกมาที่ทำให้ประชาชนเชื่อมั่นได้ นอกจากคำแก้ตัว แล้วจะไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนกได้อย่างไรครับ
จนถึงตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นความล้มเหลวในการกระจายน้ำมัน ปัญหาขาดแคลนหน้าปั๊มเกิดจากการบริหารระบบขนส่งที่ผิดพลาด และการปล่อยให้ภาคอุตสาหกรรมเข้ามา แย่งเติมน้ำมันของประชาชนทั่วไปเพื่อกักตุนและใช้สิทธิอุดหนุนราคายังคงอยู่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
และหลังจากนี้ สิ่งที่ต้องเตรียมรับมือให้ดีคือวิกฤตทางการเงินของกองทุนน้ำมันฯ ปัจจุบันกองทุนฯ ติดลบ ไปแล้วกว่า 12,605 ล้านบาท จากการแบกภาระอุดหนุนดีเซลถึง 18 บาท/ลิตร ซึ่งเสี่ยงที่จะต้องกู้เงิน
โดยที่ภาครัฐยังไม่มีแผนสำรองใดออกมาหากต้องยกเลิกตรึงราคา หมายความว่าราคาพุ่งไปอีกเท่าตัว ซึ่งเหตุการณ์นี้ผมเชื่อว่าจะมาถึงแน่ๆแบบที่หลายคนแอบแซวว่า ถ้าวันลอยตัวมาถึงเมื่อไหร่ วันนั้นคงมีน้ำมันพอให้เติม สามารถกระจายน้ำมันได้ดีอย่างที่ไม่เคยทำได้เลยในช่วงตรึงราคา
โดยสรุป ผมคิดว่ารัฐควรเลิกปฏิเสธความรุนแรงของปัญหาได้แล้ว ที่สำคัญคืออย่ารีบปฏิเสธว่าไม่มีไอ้โม่ง ดูคนใกล้ตัวมากๆให้ดี และจะตั้งคนไหนดูแลวิกฤตก็ขอให้ดูเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนด้วยครับ คือ เรื่องแบบนี้ถ้าไม่โง่ก็ต้องบอกว่าไม่รู้ว่าผีห่าซาตานตนใดเข้าสิงจนต้องตั้งบรรดาพ่อค้าน้ำมันที่ได้ประโยชน์จากน้ำมันไปดูเรื่องปัญหาน้ำมัน ไปถามเด็กประถมยังรู้เลยครับว่าเป็นไปไม่ได้
เรื่องนี้สำคัญมากครับ ถ้าแก้ไม่ได้จะกระทบต่อต้นทุนการขนส่งที่ตอนนี้ต้นทุนพุ่งขึ้น 12% ซึ่งตอนนี้ราคาอุปโภคบริโภคที่เริ่มปรับตัวสูงขึ้นแล้ว ทั้ง อาหารทะเล (ขึ้น 10-15%), เนื้อหมู(ขึ้น 10 บาท/กก.), ไข่ไก่, ต้นทุนพลาสติกไปจนถึงปุ๋ยการเกษตรที่้เป็นปัจจัยสำคัญของการเกษตร และมีแนวโน้มจะขึ้นไปอีก แค่มาตรการร้านธงฟ้าราคาถูกของคุณศุภจี เอาไม่อยู่หรอกครับ
การเป็นผู้บริหารที่ไม่บริหาร พาวิกฤตไปสู่วิบัติแบบที่เป็นมาเสมอ ระวังประชาชนจะกรีดร้อง _วย ไม่ไหวแล้วโว้ยแทนรวยไม่ไหวแล้วโว้ยนะครับ"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...