โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศบก. แถลงความพร้อมน้ำมันไทย ยันสต็อก ใช้ได้นานกว่า 103 วัน

The Bangkok Insight

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง แถลงความพร้อมน้ำมันไทย ยันสต็อกรวมทุกด้านใช้ได้นานกว่า 103 วัน

ท่ามกลางความตึงเครียดของสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านพลังงาน รัฐบาลไทยได้จัดตั้งศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์ (ศบก.) เพื่อเฝ้าระวังและบริหารจัดการเชื้อเพลิงภายในประเทศอย่างใกล้ชิด ล่าสุดกรมธุรกิจพลังงานได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับปริมาณการผลิต การสำรอง และแผนการกระจายน้ำมัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่าไทยยังมีพลังงานเพียงพอและพร้อมรับมือกับความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติในระยะนี้

ความพร้อมน้ำมันไทย

นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ระบุถึงสถานภาพน้ำมันเบนซินว่า ปัจจุบันโรงกลั่นหลัก 5 แห่ง (บางจาก, บางจากศรีราชา, ไออาร์พีซี, เอสพีอาร์ซี และไทยออยล์) มีกำลังการผลิตรวมอยู่ที่ 35.28 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งเมื่อผ่านกระบวนการผสมเอทานอลโดยผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 จะทำให้มีปริมาณน้ำมันพร้อมจำหน่ายเพิ่มขึ้นเป็น 43.40 ล้านลิตรต่อวัน โดยจะกระจายผ่านปั๊มแบรนด์หลักเป็นจำนวน 28.78 ล้านลิตร และส่วนที่เหลือจะจัดสรรให้กับกลุ่มผู้ค้ารายย่อยหรือจ็อบเบอร์ที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องเพื่อกระจายให้ถึงมือผู้บริโภคทุกกลุ่ม

สำหรับน้ำมันดีเซลซึ่งเป็นหัวใจหลักของภาคขนส่ง มีโรงกลั่น 6 แห่งร่วมผลิตดีเซลพื้นฐานได้สูงถึง 79.9 ล้านลิตรต่อวัน (ข้อมูลวันที่ 20 มี.ค.) เพื่อส่งต่อให้ภาคอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้า และเรือเดินทะเล ส่วนน้ำมันดีเซลหมุนเร็วสำหรับรถยนต์ทั่วไปนั้น มีผู้ค้า 11 รายเร่งผลิตออกมาได้ 66.8 ล้านลิตร โดยมีการระบายน้ำมันออกสู่ปั๊มน้ำมันรวม 15 รายใหญ่ในปริมาณสูงถึง 71 ล้านลิตร ซึ่งเป็นการดึงน้ำมันจากสต็อกเก่าออกมาใช้เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม กรมธุรกิจพลังงานยอมรับว่าความต้องการใช้ดีเซลในปัจจุบันมีความผันผวนสูง โดยปกติจะอยู่ที่ 67 - 70 ล้านลิตรต่อวัน แต่บางช่วงเวลาพุ่งสูงไปถึง 100 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งเกินกว่าขีดความสามารถการผลิตปกติเล็กน้อย ทำให้ต้องเร่งดึงสต็อกสำรองออกมาหมุนเวียนและกระจายตัวให้เร็วที่สุดเพื่อให้ทันต่อการใช้งานในแต่ละพื้นที่ที่มีความต้องการหนาแน่น

ในส่วนของการตรวจสอบการกักตุนน้ำมัน อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานได้สั่งการให้ตรวจสอบบริษัทจำหน่ายน้ำมันใน จ.อ่างทอง พบความผิดปกติเบื้องต้นเรื่องใบกำกับการขนส่งของบริษัท ไออาร์พีซี ที่ระบุปลายทางเป็นกรุงเทพฯ แต่กลับพบตัวสินค้ายูที่อ่างทอง ขณะนี้ได้เก็บตัวอย่างน้ำมันทั้งแก๊สโซฮอล์ 91, 95 และดีเซล เพื่อตรวจสอบคุณภาพแล้ว โดยจะส่งมอบหลักฐานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีฐานสำแดงเอกสารการขนส่งไม่ถูกต้องและสืบหาเจตนาที่แท้จริงต่อไป

ด้านแผนการรับมือ นายกรัฐมนตรีได้สั่งกำชับให้กระทรวงพลังงานผ่อนปรนข้อจำกัดต่างๆ เพื่อเร่งนำน้ำมันเข้าสู่ระบบโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะการปลดล็อกช่วงเวลาขนส่งน้ำมันเข้าเขตเมืองและการเติมน้ำมันดีเซลเพิ่มอีก 130 ล้านลิตรเข้าสู่โครงข่ายการจำหน่าย ซึ่งคาดว่าหากสามารถเร่งการส่งมอบน้ำมันเพิ่มได้วันละ 10 ล้านลิตรอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์ความตึงเครียดเรื่องการรอคิวน้ำมันจะเริ่มคลี่คลายลงภายใน 1 - 2 สัปดาห์ข้างหน้า

ทั้งนี้ ข้อมูลสรุป ณ วันที่ 21 มี.ค. ยืนยันว่าประเทศไทยมีน้ำมันสำรองรวมทุกประเภทเพียงพอต่อการใช้งานไม่น้อยกว่า 103 วัน แบ่งเป็นน้ำมันสำรองเพื่อการค้า 15 วัน, สำรองตามกฎหมาย 25 วัน, น้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่ง 33 วัน และปริมาณน้ำมันที่ยืนยันการจัดหาแน่นอนแล้วอีก 30 วัน ขอให้ประชาชนมั่นใจในเสถียรภาพทางพลังงานของประเทศและไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกจนเกินควร

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...