Breathe Cities ยกกรุงเทพฯ เมืองตัวอย่างจัดการฝุ่น PM2.5
The Bangkok Insight
อัพเดต 21 มี.ค. เวลา 15.23 น. • เผยแพร่ 21 มี.ค. เวลา 15.23 น. • The Bangkok InsightBreathe Cities ยกกรุงเทพฯ เมืองตัวอย่างจัดการฝุ่น PM2.5 ชูโมเดลใช้ Data บูรณาการข้อมูลสุขภาพ-พลังชุมชน ปกป้องกลุ่มเปราะบาง
นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารด้านความยั่งยืนของกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานครได้รับการกล่าวถึงในรายงาน Breathe Better: How leading cities have rapidly cut air pollution ในฐานะเมืองสมาชิกใหม่ของเครือข่าย Breathe Cities ในเอเชียที่กำลังเริ่มนำแนวทางการจัดการอากาศสะอาดไปปรับใช้อย่างเป็นรูปธรรม
รายงานฉบับนี้เป็นความร่วมมือภายใต้โครงการ Breathe Cities และองค์กรหลัก 3 แห่ง ได้แก่ Bloomberg Philanthropies Clean Air Fund และ C40 Cities เพื่อชี้ให้เห็นว่าเมืองใหญ่ทั่วโลกสามารถลดมลพิษทางอากาศได้อย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรม ผ่านการวิเคราะห์ความสำเร็จของ 19 เมืองต้นแบบที่สามารถลดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) และไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) ลงได้อย่างน้อย 20% ภายในระยะเวลา 15 ปี
รายงานย้ำว่า กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จคือการตัดสินใจบนฐานข้อมูลที่แม่นยำ ควบคู่ไปกับการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อส่งเสริมการเดินทางที่ไม่ใช้เครื่องยนต์ เช่น การขยายทางจักรยานและการสร้างพื้นที่เดินเท้า
นอกจากนี้ รายงานฉบับนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะด้วยพลังงานไฟฟ้า และการกำหนดเขตควบคุมมลพิษเพื่อจำกัดการใช้งานยานพาหนะที่ปล่อยไอเสียสูง โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งต่อแนวทางปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพนี้ไปยังเมืองอื่น ๆ ในการยกระดับสุขภาวะของประชากรในเขตเมืองอย่างยั่งยืนและเท่าเทียมกัน
สำหรับบริบทของกรุงเทพมหานคร รายงานได้ระบุถึงความซับซ้อนของปัจจัยที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ ได้แก่ การเผาชีวมวลตามฤดูกาล หมอกควันข้ามพรมแดน และเครือข่ายการขนส่งที่หนาแน่น แม้ว่า กทม. จะมีระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศที่เข้มแข็ง แต่ที่ผ่านมายังขาดอำนาจโดยตรงในการกำกับดูแลแหล่งกำเนิดมลพิษทั้งภายในและภายนอกเขตเมือง
แนวทางการดำเนินงานผ่าน 4 เสาหลัก
1. การขยายฐานข้อมูล
ปัจจุบัน กทม. มีระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศที่เข้มแข็งอยู่แล้ว และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการแก้ปัญหามลพิษ กทม. จึงได้ร่วมมือกับโครงการ Breathe Cities ดำเนินการตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและระบบฐานข้อมูลเพื่อปรับปรุงและบรรเทาวิกฤตคุณภาพอากาศของกรุงเทพมหานคร เพื่อทำหน้าที่หลักในการรวบรวมหน่วยงานต่าง ๆ มาทำงานร่วมกัน รวมถึงเชื่อมโยงข้อมูลด้านสุขภาพ ข้อมูลประชากรกลุ่มเปราะบาง และข้อมูลคุณภาพอากาศที่มีอยู่เดิม จัดทำแผนที่ความเปราะบาง เพื่อให้เห็นว่าพื้นที่ใดและกลุ่มคนใดที่ได้รับผลกระทบจากมลพิษมากที่สุด
2. การกำหนดนโยบาย
มีการเตรียมความพร้อมรองรับ พ.ร.บ. อากาศสะอาด ที่คาดว่าจะช่วยขยายอำนาจให้ กทม. บริหารจัดการอากาศได้มากขึ้น ปรับเปลี่ยนจากการจัดการแค่ในขอบเขตเมือง โดยกำลังจัดทำแผนเขตควบคุมมลพิษร่วมกับ 10 จังหวัดปริมณฑล
3. การสร้างความตระหนักรู้
เน้นการใช้แนวทางจากล่างขึ้นบนในการจัดการคุณภาพอากาศ โดย กทม. และ Breathe Cities ทำงานร่วมกับชุมชนใน 15 เขต ที่เปราะบางที่สุด เพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อนโยบายการจัดการคุณภาพอากาศของ กทม. พร้อมส่งเสริมให้ผู้นำชุมชนมีส่วนร่วมในกระบวนการกำหนดนโยบายและจัดทำงบประมาณแบบมีส่วนร่วม
4. การแบ่งปันบทเรียน
ในเดือน ก.ย. 2568 กทม. ได้เป็นเจ้าภาพจัดงาน Breathe Cities Global Workshop ครั้งที่ 3 เพื่อนำเสนอโครงการจัดการอากาศและระบบพยากรณ์อากาศให้แก่เมืองสมาชิกอื่น ๆ ในเครือข่ายทั่วโลก
การดำเนินงานทั้งหมดนี้ สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ต้องการสร้างความเข้มแข็งให้กับ "เส้นเลือดฝอย" เพื่อปกป้องกลุ่มประชากรที่เปราะบางภายใต้ข้อจำกัดที่มีอยู่
นายพรพรหม ย้ำว่า วันนี้ กทม. ไม่ได้ทำงานด้วยความรู้สึก แต่ใช้ข้อมูลเมืองเป็นเข็มทิศในการแก้ปัญหาอากาศ ขณะเดียวกันเราก็เปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม พร้อมเดินหน้าความร่วมมือในหลายระดับ ทั้งระหว่างจังหวัด ภาคเอกชน และภาควิชาการ เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นระบบ สำคัญที่สุด คือ ชุมชน เพราะการแก้ปัญหาจะเกิดขึ้นจริงได้ ต้องเริ่มจากระดับเส้นเลือดฝอย ที่เชื่อมโยงชีวิตของคนในเมืองเข้ากับนโยบายอย่างแท้จริง
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- เช็กค่าฝุ่น PM2.5 ทั่วไทย 20 มี.ค. เกินมาตรฐาน 15 จังหวัด ส่วนใหญ่ในอีสาน
- ควบคุมการเผาทุกชนิด!! ศกพ. เตือน ฝุ่น PM2.5 ขยับสูงขึ้นภาคอีสาน
- สะพรึง!! GISTDA เผยพื้นที่เผาทั่วไทยเดือนม.ค. สะสมสูงถึง 2.26 ล้านไร่ ส่งผลฝุ่นพุ่ง
ติดตามเราได้ที่