โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เตรียมรับแรงกระแทก! เปิด 5 ประเทศเสี่ยง น้ำมันขาดแคลน อาเซียนโดนหนักสุด ไทยอยู่ตรงไหน

สยามนิวส์

เผยแพร่ 22 มี.ค. เวลา 06.19 น. • meimei
สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านในภูมิภาคตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปทั่วโลก โดยเฉพาะวิกฤตด้านพลังงาน หลังอิหร่านสั่งจำกัดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก ทำให้หลายประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันผ่านเส้นทางดังกล่าวเผชิญความเสี่ยงขาดแคลนน้ำมันดิบภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์

วันที่ 22 มีนาคม 2569 สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านในภูมิภาคตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปทั่วโลก โดยเฉพาะวิกฤตด้านพลังงาน หลังอิหร่านสั่งจำกัดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก ทำให้หลายประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันผ่านเส้นทางดังกล่าวเผชิญความเสี่ยงขาดแคลนน้ำมันดิบภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์

ชนวนเหตุของความขัดแย้งครั้งนี้เริ่มขึ้นเมื่อเดือนที่ผ่านมา ภายหลังปฏิบัติการร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลในอิหร่าน ส่งผลให้อายาตลอฮ์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต ก่อนที่อิหร่านจะตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในดูไบ คูเวต และกาตาร์

ล่าสุด Unilad รายงานว่า โรงงานก๊าซหลักในเขตอุตสาหกรรมราส ลัฟฟาน ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตีของอิหร่าน เมื่อวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา

ข้อมูลจากทีมสินค้าโภคภัณฑ์ของ SocGen และ Forbes ระบุว่า หลายประเทศในเอเชียกำลังเผชิญความเสี่ยงสูง เนื่องจากพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซในสัดส่วนมาก ได้แก่

1. เมียนมา นำเข้าน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซสูงถึง 80% และมีน้ำมันสำรองเหลือใช้ได้เพียงประมาณ 1 เดือน

2. เวียดนาม พึ่งพาน้ำมันจากเส้นทางนี้มากกว่า 80% และคาดว่าน้ำมันอาจหมดคลังภายใน 1 เดือนหากสถานการณ์ไม่คลี่คลาย

3. ฟิลิปปินส์ นำเข้าน้ำมันผ่านช่องแคบนี้มากกว่า 3 ใน 4 ของปริมาณการใช้ทั้งหมด

4. สิงคโปร์ มีน้ำมันสำรองเหลือสำหรับใช้งานได้เพียง 40 วัน และอาจต้องจัดหาแหล่งพลังงานใหม่ที่มีราคาสูงขึ้นมาก

5. ไทย แม้อยู่ในสถานการณ์ที่ดีกว่าเล็กน้อย แต่มีน้ำมันสำรองเหลือใช้เพียง 50 วัน โดยปกติไทยนำเข้าน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซราว 400,000 บาร์เรลต่อวัน

นอกจากนี้ ยังมีประเทศอื่น ๆ ที่อยู่ในกลุ่มความเสี่ยง ได้แก่ ไต้หวัน เกาหลีใต้ จีน อินเดีย อินโดนีเซีย และญี่ปุ่น

ในฝั่งสหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อรับมือราคาน้ำมันดิบ WTI ที่พุ่งสูงแตะระดับ 95-98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือเพิ่มขึ้นกว่า 50% นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น โดยมีมาตรการสำคัญ ได้แก่

ระงับใช้กฎหมาย Jones Act เป็นเวลา 60 วัน เพื่ออนุญาตให้เรือสัญชาติต่างชาติสามารถขนส่งน้ำมันและก๊าซระหว่างท่าเรือของสหรัฐฯ ได้สะดวกขึ้น เพิ่มปริมาณการกระจายน้ำมันภายในประเทศ

ระบายน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ โดยประกาศปล่อยน้ำมันดิบ 172 ล้านบาร์เรล คิดเป็นกว่า 40% ของปริมาณสำรองทั้งหมดของสหรัฐฯ เพื่อพยุงราคาตลาดโลกตามข้อตกลงของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA)

ยกเว้นการคว่ำบาตรรัสเซียบางส่วน เพื่อเพิ่มอุปทานน้ำมันในตลาดโลกและลดแรงกดดันด้านราคาต่อประชาชนสหรัฐฯ

สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง หากการเจรจาหรือการเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซยังไม่เกิดขึ้นในเร็ววัน วิกฤตพลังงานครั้งนี้อาจลุกลามจนกลายเป็นภาวะอัมพาตทางเศรษฐกิจในหลายประเทศทั่วเอเชีย.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...