‘กรมขนส่งทางบก’ตั้ง War Room ตรวจเอกชนฉวยโอกาสขึ้นค่าโดยสาร เก็บค่าธรรมเนียมเพิ่ม
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า กรมฯ ได้จัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ (War Room) เพื่อติดตามผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยได้สั่งการให้สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ และกองตรวจการขนส่งทางบก ลงพื้นที่ตรวจการให้บริการของผู้ประกอบการขนส่งอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้มีการฝ่าฝืนกฎหมายหรือเรียกเก็บค่าโดยสารเกินกว่าอัตราที่กำหนด
ขณะเดียวกันได้กำกับดูแลอัตราค่าโดยสารรถโดยสารสาธารณะทุกประเภทอย่างใกล้ชิดและห้ามไม่ให้ผู้ประกอบการปรับขึ้นค่าโดยสารโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือฉวยโอกาสเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดโดยเด็ดขาด
นายสรพงศ์ กล่าวต่อว่า กรมฯ ได้ติดตามสถานการณ์ด้านพลังงานและต้นทุนการประกอบการขนส่งอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มผลกระทบและพิจารณามาตรการที่เหมาะสมในการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่งและผู้ใช้บริการให้สามารถดำเนินกิจการและใช้บริการขนส่งสาธารณะได้อย่างต่อเนื่อง
“จากการกำกับดูแลผู้ประกอบการขนส่งทุกประเภทของกรมฯเบื้องต้นได้เก็บข้อมูลผลกระทบด้านต้นทุน เพื่อเตรียมเสนอมาตรการเยียวยาต่อกระทรวงคมนาคม หากวิกฤตพลังงานยืดเยื้อ เพื่อให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจต่อไปได้ โดยไม่กระทบกับประชาชน” นายสรพงศ์ กล่าว
ส่วนภาคการขนส่งสินค้าได้ประสานสมาคมสหพันธ์ภาคเอกชนให้ยังคงดำเนินกิจการขนส่งสินค้าเพื่อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ยังสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ไม่ให้มีผลกระทบต่อการขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภคของประชาชน
ขณะเดียวกันกรมฯและสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยอยู่ในระหว่างการเร่งรัดผลักดันการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือร่วมกับกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เพื่อพัฒนาศักยภาพพนักงานขับรถ ให้สามารถขับรถบรรทุกได้อย่างปลอดภัย และเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่ง ซึ่งจะช่วยให้ภาคการขนส่งทางถนนใช้พลังงานอย่างประหยัดในภาพรวม
นอกจากนี้กรมฯอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบ DLT-TMS ซึ่งเป็นระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในการบริหารจัดการงานขนส่งที่จะสามารถช่วยให้ผู้ประกอบการขนส่งสามารถบริหารจัดการงานขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการขนส่งเที่ยวเปล่า ช่วยให้ประหยัดพลังงานในการขนส่ง