“เวียงหนองหล่ม” โครงการขนาดใหญ่ในพื้นที่ชุ่มน้ำ “ก่อนขุดไม่ได้ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพราะไม่ใช่พื้นที่ป่า หรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า”
สภาพบึงน้ำขนาดใหญ่กว่า 8 บ่อ ระบบผันน้ำแต่ละบ่อ จากการขุดด้วยรถแบคโฮ และขนดินทิ้งรอบบ่อน้ำขนาดใหญ่กว่า 6,000 ไร่ การขุดแล้วเสร็จเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา
สภาพพื้นที่แห้งขอด เคยปกคลุมด้วยหญ้า และต้นพืชเฉพาะถิ่นอย่าง “ต้นอั้น” หรือโกงกางน้ำ ถ้าเป็นฤดูแล้ง ต้นอั่นจะออกดอก ชาวบ้านจะหาผึ้ง และเลี้ยงวัวควาย นับตั้งแต่มีการขุดลอกเมื่อ 2-3 ปีก่อน สภาพพื้นที่เวียงหนองหล่มไม่เหมือนเดิม
นายประทัน ศรีวิชัย ชาวบ้านอาศัยบริเวณเวียงหนองหล่ม จ.เชียงราย บอกว่าตัวเองมีอาชีพเลี้ยงวัว 30-40 ตัว เมื่อพื้นที่มีการขุดลอก ทำให้พื้นที่เลี้ยงวัวหายไป หนองน้ำที่เคยกว้างก็แคบลงเหลือไม่กี่ร้อยไร่ ส่งผลโดยตรงต่ออาชีพ ส่วนพื้นที่รอบๆเวียงหนองหล่ม ก็ถูกขาย เป็นที่นายทุนปลูกยางพาราและทำสวน มีความต้องการใช้น้ำมากขึ้น รวมถึงมีการใช้ยาฆ่าแมลงเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะไหลลงสู่เวียงหนองหล่ม
นกที่หากินบริเวณนี้ส่วนใหญ่เป็นนกน้ำ และมีนกเหยี่ยวที่หนีหนาว แต่ก่อนมีเยอะตอนนี้หายไปหมด เมื่อก่อนรถแบคโฮทำงานเกือบร้อยคัน นกกลัวเสียงดัง เขาอยู่มาหลายรุ่น หลายร้อยปี ตอนนี้ต้องย้ายหนี
นายสุรสิทธิ์ ปุสุรินทร์คำ ปางควายเวียงหนองหล่ม เพื่ออนุรักษ์พันธุ์ควายปัจจุบันมีประมาณ 600 ตัว หลังการขุดลอก แม้พื้นที่จะไม่รับผลกระทบโดยตรง และใกล้แหล่งอนุรักษ์ แต่ผลจากการขุดลอก ทำให้น้ำลงบ่ออย่างรวดเร็ว พื้นที่ชุมน้ำแห้งไว
ช่วงการขุดดินทุกอย่างเสื่อมโทรมไปหมด รอการฟื้นตัว เมื่อปีก่อนช่วงขุดลอกควายล้มตาย 250 ตัว
ด้านนายทนงศักดิ์ ทองแสน นายกเทศมนตรีตำบลจันจว้า อ.แม่จัน จ.เชียงราย กล่าวว่า โครงการขุดลอกเวียงหนองหล่ม เริ่มมาตั้งแต่ปี 2564 ประชาชนอยากให้มีการพัฒนาพื้นที่เนื่องจากเกิดวิกฤตภัยแล้งขาดแคลนน้ำต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562-2563
ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเกษตรและปางควาย ได้ร้องขอกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้นในระหว่างลงพื้นที่
เรามีความใฝ่ฝันอยากได้น้ำเพื่อการเกษตร ยอมรับว่ามีผลกระทบระบบนิเวศที่เปลี่ยนไป วัสดุหรือกองดิน ทำให้บางจุดมีความสูง กระทบสัตว์หรือปลา
ด้านนายทวีชัย โค้วตระกูล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงราย กล่าวถึง ช่วงเริ่มต้นโครงการเวียงหนองหล่มมีพื้นที่ราว 14,000 ไร่ สภาพเดิมไม่สามารถเก็บน้ำไว้ได้ มีการขุดดินออกราว 6,000 ไร่
การออกแบบการขุดพิจารณาจากร่องน้ำเดิม ไม่ได้เป็นผืนเดียวกัน และขุดสระ 8 บ่อ และควบคุมน้ำแต่ละบ่อ ซึ่งกรมชลประทาน เสนองบครม.เป็นแผนดำเนินการปี 2565-2568 งบประมาณ 800 ล้านบาท วิธีนำน้ำเข้าเวียงหนองหล่มมาจากแม่น้ำแม่จัน วางท่อส่งน้ำ 11 กิโลเมตร เวียงหนองหล่มทำอาคารประตูระบายน้ำ 2 แห่ง สามารถระบายน้ำลงสู่แม่น้ำลัว ที่อ.เชียงแสน จ.เชียงราย
คลองส่งน้ำแม่จัน ฤดูน้ำหลากลดผลกระทบน้ำท่วม และคลองส่งน้ำยาว 11 กิโลเมตร ยังสามารถผันน้ำช่วยเหลือเกษตรกรได้ด้วย
นายทวีชัย กล่าวต่อว่า การดำเนินการขุดเวียงหนองหล่ม ดำเนินการโดยสำนักช่างกรมชลประทานระหว่างปี 2565-2568 ทยอยทำปัจจุบันแล้วเสร็จเดือนก.พ.ที่ผ่านมา
การขุดลอกได้รับการพิจารณา และตระหนักถึงการอนุรักษ์ โดยยอมรับว่าการเลี้ยงสัตว์ ปศุสัตว์ ได้รับผลกระทบ มีหน่วยงานต่างๆ ช่วยบรรเทาผลกระทบเกษตรกร
ด้านนายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา นายกสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต กล่าวถึงการขุดลอกเวียงหนองหล่ม รู้สึกตกใจในฐานะคนทำงานด้านสิ่งแวดล้อม ตอนนี้ต้องยอมรับสภาพเวียงหนองหล่มเปลี่ยนจากการเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ และพบว่าสิ่งที่เป็นปัญหา เรื่องแรกคือการป้องกันไมยราพยักษ์แพร่กระจาย สองผลกระทบจากชาวประมง พันธุ์ปลาบริเวณเวียงหนองหล่มสำรวจเมื่อปี 2565 คาดว่าปริมาณปลาและพันธุ์ปลาจะได้รับผลกระทบแน่นอน ส่วนคนเลี้ยงควายต้องมีพื้นที่ฟื้นฟูหญ้าสำหรับเลี้ยงควาย เพราะบริเวณตลิ่งบ่อมีความสูงชัน ไม่สอดคล้องกับสภาพเดิม ขณะเดียวกันชาวประมงหาปลาก็ลำบากเช่นเดียวกันเพราะพื้นที่ลาดชัน
นายสมเกียรติ กล่าวถึงแผนฟื้นฟูระยะยาว โดยเฉพาะพันธุ์ไม้น้ำที่มีอยู่ชายฝั่งและโคลนมีพืชน้ำ “ต้นอั้น” หรือโกงกางน้ำพืชเฉพาะถิ่นพบเฉพาะเวียงหนองหล่ม
ถ้าหากพื้นฟูระบบนิเวศบางส่วน จะช่วยเสริมการท่องเที่ยวและการประมง ฟื้นฟูทรัพยากรและวิถีชีวิต ส่วนการกันพื้นที่อนุรักษ์ปี 2540-2545 บริเวณเวียงหนองหล่มเคยมีพื้นที่ 39,000 ไร่ เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่ในประเทศไทย ปัจจุบันลดลงกว่าครึ่ง การพัฒนาพื้นที่ได้ จะคงสภาพพื้นที่ชุ่มน้ำตามฤดูกาลได้อย่างไร
ด้านนางเตือนใจ ดีเทศน์ อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชน และสมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า ตัวเองให้ความสำคัญกับเวียงหนองหล่ม การลงพื้นที่ตรวจสอบตั้งแต่ปี 2559 มีการแย่งชิงพื้นที่ ปัญหาบริษัทขนาดใหญ่ปลูกยางพารา ซึ่งแผนแม่บทต้องมีความชัดเจนเน้นการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำต้องกันพื้นที่ชัดเจน ความหลากหลายทางชีวภาพ นกหายาก เช่น เหยี่ยวแดงหายไป ความหลากหลายพื้นที่ชีวภาพจะรักษาไว้อย่างไร
การขุดลอก ส่งผลต่อระบบนิเวศ ควายที่ตายตอนนี้ยังไม่ได้รับการเยียวยาเลย
นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ปัจจุบันเวียงหนองหล่ม ยังไม่มีแผนกันพื้นที่ ซึ่งต้องมีการอนุรัษ์ร่วมด้วย ส่วนแผนที่ทำไว้ผลักดันงบประมาณได้มาด้านเดียว ส่วนด้านอื่น เช่น ถนน โบราณสถาน ยังไม่ได้รับงบประมาณสนับสนุน ถ้าหากมีการประชุม สทนช.แผนการจัดการลุ่มน้ำ สามารถทำพร้อมกันได้ ทำเป็นภาพรวม
ขณะที่การกันแนวเขตปัจจุบัน ดำเนินการยังมีปัญหาการบุกรุก ปัจจุบันดำเนินการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ แต่ติดปัญหาท้องถิ่นทำได้ยาก เพราะกระทบกับประชาชน
กรณีควายตาย ควายอดอยาก กรมปศุสัตว์ บอกว่าติดเชื้อในกระแสเลือด ร่วมกับโรคพยาธิ ทำให้วัว 250 ตัวตาย เมื่อไม่สามารถประกาศภัยพิบัติได้ ทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือได้
ด้านนายอัตถพงศ์ ฉันทานุมัติ ผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า ปัญหาวัวและควายตาย มีสารพิษในน้ำจากการขุดลอกหรือไม่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบคุณภาพน้ำ ถ้าตรวจสอบจะหาแนวทางแก้ไขได้ ขณะเดียวกันนายจุมพล ขุนอ่อน รองเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตั้งข้อสังเกตหนึ่งของวัว ควายล้มตายรอบเวียงหนองหล่ม อาจมาจากโรคระบาดเพราะตายพร้อมกันจำนวนมาก
นายอนุสรณ์ รัฐอนันต์พินิจ ปศุสัตว์จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า จากการตรวจสอบวัวและควายที่ตาย สาเหตุมาจากพยาธิในเม็ดเลือด และกระเพาะอาหาร ตอนนี้ไม่มีวัวตาย รักษาโดยถ่ายพยาธิ ส่วนการเยียวยาการช่วยเหลือไม่เข้าหลักเกณฑ์ชดเชยได้ เพราะไม่ได้ประกาศเขตภัยพิบัติ
เมื่อสอบถามว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงเปลี่ยนแปลงพื้นที่ชุมน้ำหรือไม่?
ปศุสัตว์จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า เบื้องต้นดูแลตลอดคาดว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้เป็นโรคและพยาธิ
ด้านนายอนันต์ เพ็ชร์หนู อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ภาค 1 กล่าวว่า ร่างแผนพัฒนาและฟื้นฟูเวียงหนองหล่ม ปี 2566-2570 งบประมาณ 3,870 ล้านบาท พัฒนาใน 5 ด้าน 20 แผนงาน 65 โครงการ ด้านแรก การบริหารจัดการพื้นที่ ด้านที่สอง ด้านการบริหารจัดการน้ำ ด้านที่สาม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านที่สี่ การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและโบราณคดี และด้านสุดท้าย การส่งเสริมอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิต ซึ่งการศึกษาได้ทำในปี 2564 และ 2565
เมื่อแผนฯทำเสร็จผ่านอนุกรรมการแม่น้ำจังหวัด ปัจจุบันไม่มีแล้วยกเลิก แต่แต่งตั้งขึ้นมาใหม่ 9 จังหวัด โดยจังหวัดเชียงรายเป็นหนึ่งในนั้น หลังจากนั้นจะนำเสนอเข้าสู่ลุ่มน้ำโขงเหนือ ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเป็นประธาน เมื่อเห็นชอบส่งไปยังสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ โดยมีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ช่วงนั้นมีบึงใหญ่ที่เห็นชอบ กว๊านพะเยา และเวียงหนองหล่ม เสนอเข้าคณะรัฐมนตรี
ช่วงรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อเสนอเข้าไปทีมงานรัฐบาล ระบุว่าแผนนี้ครอบคลุมทุกมิติ อยากให้ สทนช. ทำเฉพาะส่วนด้านน้ำ จึงให้กลับมาทบทวนใหม่
นายอนันต์ กล่าวย้ำว่า แผนฯเวียงหนองหล่ม ไม่ได้ผ่านมติคณะรัฐมนตรี ขณะเดียวกันกรมชลประทานดึงแผนงานออกไปและตั้งงบประมาณของกรมฯเสนอใหม่ผ่าน ครม.และได้รับการรับรอง ทำให้เกิดผลต่อเนื่อง
แผนใน 5 ด้าน มีหลายกระทรวงในหลายมิติ เมื่อไม่ผ่าน ครม.จึงไม่สามารถจัดตั้งงบประมาณ ถ้าจะให้เป็นไปตามแผนฯครบ 5 ด้าน ต้องจ่ายเองแต่ละกรมฯจึงไม่มีหน่วยงานไหนทำ
ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ภาค 1 กล่าวว่า การขับเคลื่อนเวียงหนองหล่มปัจจุบัน ตามพ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ 2561 มาตรา 78 กำหนดไว้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำหนดให้กรมทรัพยากร น้ำเป็นผู้ดูแลพื้นที่ชุ่มน้ำ และแหล่งน้ำสาธารณะนอกเขตพื้นที่ชลประทาน หากมองภาพใหญ่นอกเขตชลประทาน กรมน้ำจะเป็นผู้ดูแล จะต้องประกาศกฎกระทรวง
เวียงหนองหล่มเป็นหนึ่งในพื้นที่แอ่งเชียงแสน เป็นพื้นที่ชุมน้ำระดับประเทศ ไม่ใช่ระดับนานาชาติ กรมฯน้ำรับผิดชอบ แต่ยังไม่ประกาศกฎกระทรวง ถ้ามีประกาศกฎกระทรวง การขุดจะไม่ได้ขุดแบบนี้ จะมีการแบ่งโซน เช่น อนุรักษ์ หรือพัฒนา จะต้องอยู่ในมติเดียวกัน
โครงการนี้ได้ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ?
นายทวีชัย โค้วตระกูล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงราย กล่าวว่า โครงการขุดลอกเวียงหนองล่ม ไม่มีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม
เวียงหนองหล่มตอนนั้นไม่ได้อยู่เขตป่า ไม่อยู่ในข่ายที่ต้องศึกษา เพราะเป็นการขุดลอกตะกอนดิน
นายทวีชัย ย้ำว่าการขุดลอกมีการหารือทุกขั้นตอน ความเหมาะสมในขอบเขต ขุดตามร่องน้ำเดิม ไม่กระทบด้านอื่นๆ ไม่ได้คิดฝ่ายเดียวให้เป็นแบบนี้
ยอมรับว่าการทำงานเห็นผลกระทบ ในการปฏิบัติงานแต่ละปีงบประมาณ มีการปรับที่ประชาชนอยากให้ปรับ ก็ปรับให้ แม้ไม่อยู่ในแบบ
ที่ผ่านมาลงพื้นที่พบผู้นำชุมชน รับฟังชาวบ้าน ยืนยันว่าจะแก้ปัญหาความกังวลใจในการใช้ประโยชน์
น.ส.ศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า หลังจากลงพื้นที่และหารือกับทางจังหวัดเชียงราย พบว่าการขุดลอกบ่อน้ำมีความลาดชันสูง กระทบปางควายและพืชพันธุ์ นกหายาก เช่น เหยี่ยว หายไปเมื่อเปรียบเทียบกับโซนอนุรักษ์ ทางกสม.เข้าใจถึงความต้องการใช้น้ำในช่วงหน้าแล้ง ทางเทศบาลตำบลจันจว้า อ.แม่จัน จึงเสนอแผนขุดลอกดังกล่าว ส่วนแผนการพัฒนาเวียงหนองหล่ม แบบบูรณาการ มี 5 แผนรวมถึงการอนุรักษ์ ครม.ไม่เห็นชอบจึงทำไม่ได้ แต่กรมชลประทานเสนอแผนขุดลอกในหน่วยงานก่อน แผนบูรณาการจึงไม่ได้ทำ
ถ้าเราสามารถย้อนไปอดีตได้ ทำแผนบูรณาการทั้งหมดพร้อมกัน จะสามารถจัดหาแหล่งน้ำได้ ทั้งดูแลพื้นที่โซนอนุรักษ์ กำหนดพื้นที่พัฒนาชัดเจน แจ้งประชาชนทราบล่วงหน้า
น.ส.ศยามล กล่าวอีกว่า เมื่อเหตุการณ์ดำเนินการแล้ว และไม่ทำประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ได้รับฟังเพียงเสียงชาวบ้านในพื้นที่ เมื่อดำเนินการแล้วมีปัญหาจริงๆ กรมชลประทานรับปากว่า จะเร่งทำแผนฟื้นฟูพื้นที่ขุดลอก ส่วนกรณีวัวและควายที่ตาย กว่า 250 ตัว จะนำผลตรวจมาดูว่าสาเหตุการตายของวัวมาจากพยาธิ หรือปากเท้าเปื่อยตามที่ชาวบ้านตั้งข้อสงสัย ซึ่งจากการขุดลอกจะมีสารเคมีขึ้นมาหรือไม่ ซึ่งถ้ารู้สาเหตุจะทำให้ทราบกลไกการเยียวยาต่อไป
กสม.จะมีความเห็นไปถึงรัฐบาล ให้นำแผนบูรณาการที่จังหวัดทำ ให้กรมทรัพยากรน้ำเร่งประกาศเป็นกฎกระทรวง ให้เวียงหนองหล่มเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำระดับชาติ และเสนอแผนบูรณาการของบประมาณทุกด้านเกี่ยวกับการฟื้นฟูแหล่งน้ำ
รายงาน : โกวิทย์ บุญธรรม ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคเหนือ