โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Samsung มูลค่าทะลุล้านล้าน ชิปความจำเป็นที่ต้องการ ทำหุ้นโต 4 เท่า กำไรไตรมาสเดียวมากกว่าทั้งปี 68

Thairath Money

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว
ภาพไฮไลต์

หุ้นของ Samsung Electronics พุ่งขึ้นกว่า 15% ในช่วงเช้าวันนี้ (6 พฤษภาคม) ส่งผลให้มูลค่าตามตลาดของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านชิปของเกาหลีใต้ทะยานทะลุระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางกระแสที่นักลงทุนทั่วโลกทุ่มเงินเข้าซื้อหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI อย่างต่อเนื่อง

การทะยานขึ้นของหุ้น Samsung ครั้งนี้ ส่งให้บริษัทกลายเป็นรายที่ 2 ในเอเชียที่มีมูลค่าตลาดทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อจาก Taiwan Semiconductor Manufacturing Company หรือ TSMC โดยข้อมูลจาก FactSet ระบุว่า Samsung เคยแตะระดับล้านล้านดังกล่าวมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ราคาหุ้นของ Samsung ในครั้งนี้ยังทำสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ และมีแนวโน้มสร้างสถิติการปรับตัวขึ้นรายวันที่มากที่สุดเท่าที่เคยมีมาอีกด้วย

แรงหนุนสำคัญมาจากผลประกอบการไตรมาสแรกที่แข็งแกร่งอย่างมาก ซึ่ง Samsung Electronics เพิ่งรายงานผลประกอบการออกมาเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยกำไรจากการดำเนินงานพุ่งขึ้นมากกว่า 8 เท่าหรือ 750% จากปีก่อน แตะ 57.2 ล้านล้านวอน (ประมาณ 39,317 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือกว่า 1.2 ล้านล้านบาท) ขณะที่รายได้รวมเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 133.9 ล้านล้านวอน (ประมาณ 92,032 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือกว่า 2.9 ล้านล้านบาท*)

ที่น่าสนใจคือ กำไรจากการดำเนินงานในไตรมาสแรกเพียงไตรมาสเดียวของบริษัทนั้นสูงกว่ากำไรตลอดทั้งปี 2025 ที่อยู่ที่ 43.6 ล้านล้านวอนเสียอีก สะท้อนถึงการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์และความต้องการในชิปความจำที่เพิ่มมากขึ้น

อีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่นของนักลงทุน คือรายงานจาก Bloomberg ที่ระบุว่า Apple ได้เริ่มหารือเบื้องต้นกับทั้ง Samsung และ Intel เพื่อสำรวจความเป็นไปได้ในการผลิตชิปสำหรับอุปกรณ์ Apple ภายในสหรัฐฯ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่าบริษัทต้องการกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพา TSMC ในฐานะซัพพลายเออร์หลักเพียงรายเดียว

ไม่ใช่แค่ Samsung เท่านั้นที่ได้รับอานิสงส์ หุ้นของยักษ์ใหญ่ชิปหน่วยความจำอีกรายของเกาหลีใต้คือ SK Hynix ก็พุ่งขึ้นมากกว่า 10% เช่นกัน ส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นเกาหลีใต้ KOSPI ปรับตัวขึ้นมากกว่า 5% ทะลุระดับ 7,000 จุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

การเติบโตของยอดขายชิปหน่วยความจำความเร็วสูง หรือ HBM (High-Bandwidth Memory) เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนความสามารถในการทำกำไรของ Samsung อย่างไรก็ตาม บริษัทก็ยังเผชิญการแข่งขันอย่างหนัก หลังจากเสียความได้เปรียบในตลาด HBM ให้กับคู่แข่งอย่าง SK Hynix

ที่ผ่านมา Samsung พยายามเร่งไล่ตามและลดช่องว่างกับ SK Hynix ในตลาดหน่วยความจำสำหรับ AI ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บริษัทประกาศว่าได้กลายเป็นผู้ผลิตรายแรกของโลกที่เริ่มผลิตชิป HBM4 ในระดับแมสโปรดักชัน พร้อมเริ่มส่งมอบให้ลูกค้าบางรายแล้ว แม้จะยังไม่เปิดเผยชื่อก็ตาม

HBM4 ถือเป็นเทคโนโลยีหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูงรุ่นที่ 6 และเป็นรุ่นล่าสุดในปัจจุบัน โดยคาดว่าชิปรุ่นนี้จะมีบทบาทสำคัญในสถาปัตยกรรม AI รุ่นใหม่ของ Nvidia ที่ชื่อว่า Vera Rubin ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับงาน AI ขั้นสูงใน Data Center

นักวิเคราะห์มองว่า การพุ่งขึ้นอย่างร้อนแรงของหุ้น Samsung นี้มีแรงขับเคลื่อนหลักจากความต้องการชิปหน่วยความจำที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ภาวะอุปทานตึงตัว และความสามารถในการแข่งขันของบริษัทที่ดีขึ้นในตลาด HBM

ตามรายงานของ CNBC นักวิเคราะห์หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของ Morningstar อย่าง Yu Jing Jie ระบุว่า “ขณะนี้ตลาดกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนชิป DRAM และ NAND อย่างรุนแรง จากความต้องการด้าน AI ที่พุ่งสูงมาก เพราะ AI ต้องใช้ทั้งแบนด์วิดท์และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลจำนวนมหาศาล”

สำหรับ DRAM คือหน่วยความจำความเร็วสูงแบบชั่วคราวที่ใช้เก็บข้อมูลระหว่างที่โปรเซสเซอร์กำลังประมวลผล ขณะที่ NAND เป็นหน่วยความจำสำหรับจัดเก็บข้อมูลระยะยาว ซึ่งสามารถเก็บข้อมูลไว้ได้แม้ปิดเครื่อง

แม้ผู้ผลิตชิปทั่วโลกกำลังเร่งเพิ่มกำลังการผลิต แต่การสร้างกำลังการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ใหม่ต้องใช้เวลาประมาณ 2-3 ปี กว่าจะเริ่มเดินสายการผลิตได้เต็มรูปแบบ ซึ่งหมายความว่าอุปทานจะยังคงตึงตัวในระยะสั้น และเป็นปัจจัยหนุนให้ตลาดคาดการณ์ว่ากำไรและอัตรากำไรของผู้ผลิตชิปจะเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่องในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า

ด้าน Rolf Bulk หัวหน้าฝ่ายเซมิคอนดักเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานของ The Futurum Group มองว่า แม้โรงงานผลิตชิปแห่งใหม่ของหลายบริษัทจะทยอยเปิดดำเนินงานในอีกหลายปีข้างหน้า แต่ราคาของหน่วยความจำที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ Samsung และผู้เล่นรายอื่น น่าจะยังได้รับแรงสนับสนุนต่อไปอีกระยะหนึ่ง

เขายังเสริมด้วยว่า เสียงตอบรับจากลูกค้าต่อผลิตภัณฑ์ HBM4 รุ่นล่าสุดของ Samsung เป็นไปในเชิงบวก ซึ่งช่วยให้บริษัทสามารถลดช่องว่างทางเทคโนโลยีกับ SK Hynix ได้มากขึ้น

แม้ปัจจุบัน SK Hynix จะยังครองความเป็นผู้นำในตลาด HBM ด้วยส่วนแบ่งราว 55% เทียบกับ Samsung ที่มีอยู่ประมาณ 25% แต่นักลงทุนเริ่มกังวลกับช่องว่างดังกล่าวน้อยลง เนื่องจากในช่วงหลัง ความสามารถในการทำกำไรของ DRAM แบบดั้งเดิมกลับแซงหน้ากำไรจากตลาด HBM ไปแล้ว ทำให้ Samsung ยังคงมีฐานธุรกิจหน่วยความจำที่แข็งแกร่งรองรับการเติบโตในระยะยาว

*อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 6 พฤษภาคม 2026

ที่มา: CNBC, Bloomberg, Samsung

ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Samsung มูลค่าทะลุล้านล้าน ชิปความจำเป็นที่ต้องการ ทำหุ้นโต 4 เท่า กำไรไตรมาสเดียวมากกว่าทั้งปี 68

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...