TIDLOR ปั้นสินเชื่อแกร่ง ดันกำไรทำสถิติ1.6 พันล.
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - TIDLOR ปิดงบไตรมาส1/2569 โชว์กำไร สุทธิ 1,613.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.7% (YoY) และ 63.3% (QoQ) และทำสถิติสูงสุดใหม่ในรอบไตรมาส รับปัจจัยหนุนจากธุรกิจสินเชื่อและนายหน้าประกัน และการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ตุนพอร์ตสินเชื่อคงค้างรวม 109,926.1 ล้านบาท เติบโต 5.0% (YoY) และ 0.3% (QoQ)
นางสาวชลธิชา ทองไทย ผู้บริหารระดับสูงฝ่ายบัญชีและการเงินบริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือTIDLOR รายงานผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)ถึงผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ว่าบริษัทมีกำไรสุทธิ 1,613.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.7% (YoY) และ 63.3% (QoQ) และทำสถิติสูงสุดใหม่ในรอบไตรมาส โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้ทั้งจากธุรกิจสินเชื่อและนายหน้าประกัน และการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้กลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 6,069.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% (YoY) จากทั้งรายได้ดอกเบี้ยรับตามการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อรวม และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการจากธุรกิจนายหน้าประกัน โดยจำนวนลูกค้าของทั้งสองธุรกิจขยายตัวต่อเนื่อง ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 4,041.9 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 2.2% (YoY) โดยสาเหตุหลักมาจากการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้การขยายตัวของกลุ่มธุรกิจ ทั้งในส่วนของผลขาดทุนด้านเครดิต ต้นทุนทางการเงิน และค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหาร โดยอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost-to-Income Ratio) อยู่ที่ 54.4% ปรับลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า
ตุนพอร์ตสินเชื่อ109,926.1 ล้าน
โดยกลุ่มบริษัทมีพอร์ตสินเชื่อคงค้างรวม 109,926.1 ล้านบาท เติบโต 5.0% (YoY) และ 0.3% (QoQ) โดยได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของทั้งพอร์ตสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันเป็นหลัก ขณะที่จำนวนลูกค้าสินเชื่อเพิ่มขึ้น 8.2% (YoY) สะท้อนการขยายฐานลูกค้าอย่างมีคุณภาพภายใต้นโยบายการปล่อยสินเชื่อที่รอบคอบ โดยการเติบโตดังกล่าวมาจากทั้งช่องทางสาขากว่า 1,892 แห่ง และจากช่องทางดิจิทัล โดยเฉพาะการใช้งานบัตรติดล้อ แอปพลิเคชันเงินติดล้อ และบริการ E-Withdrawal ซึ่งยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และมีบทบาทสำคัญในการยกระดับการให้บริการแบบ Self-service ช่วยเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึง และเสริมประสิทธิภาพการดำเนินงานโดยรวมของกลุ่มบริษัท
ด้านคุณภาพสินทรัพย์ยังคงอยู่ในระดับที่ดี อัตราสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อรวม (NPL Ratio) ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 1.47% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนที่ 1.54% โดยได้รับแรงสนับสนุนจากคุณภาพสินทรัพย์ที่ปล่อยใหม่คงอยู่ในระดับที่ดี การติดตามหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ และผลจากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ภายใต้โครงการภาครัฐ สำหรับอัตราส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อ (Credit Cost) ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 1.7% จาก 3.0% ในช่วงไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักจากการตั้งสำรองที่ลดลง และระดับการตัดจำหน่ายหนี้สูญสุทธิที่ลดลง สอดคล้องกับการปรับตัวดีขึ้นของคุณภาพสินเชื่อโดยรวม ขณะที่สำหรับอัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL Coverage Ratio) อยู่ที่ 340.5%
สำหรับธุรกิจนายหน้าประกันยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยมีเบี้ยประกันวินาศภัยรวม 3,090.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.7% (YoY) ปัจจัยขับเคลื่อนมาจากทั้งความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และช่องทางการขายที่ครอบคลุม รวมถึงการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามายกระดับบริการ ผ่าน 3 แบรนด์หลัก ได้แก่ ประกันติดโล่, อารีเกเตอร์ และเฮ้กู๊ดดี้ ซึ่งช่วยขยายฐานลูกค้าและสร้างการเติบโตของธุรกิจประกันในทุกกลุ่มเป้าหมาย