โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

หุ้นไทย ธีม Infra Tech มาแรง กลุ่มไฟฟ้า นิคมฯ สื่อสาร รับอานิสงส์ลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

บล.กรุงศรี ชี้เม็ดเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีและดาต้าเซ็นเตอร์เร่งตัว หลังบีโอไออนุมัติโครงการลงทุนกว่า 9.5 แสนล้านบาท ดันหุ้นกลุ่มไฟฟ้า นิคมอุตสาหกรรม รับเหมา สื่อสาร พลังงาน โดดเด่น ชี้เป้าหุ้นหลายตัวยังฟื้นไม่เต็มที่เทียบก่อนสงครามอิหร่าน

วันที่ 7 พ.ค.2569 นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัย บล.กรุงศรี ประเมินว่ากระแสการลดความตึงเครียดของสงคราม (De-escalation) มีแนวโน้มชัดเจนมากขึ้น และจะเป็นปัจจัยหนุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก รวมถึงตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง แม้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) จะฟื้นตัวกลับมาใกล้ระดับก่อนเกิดสงครามแล้วก็ตาม

หลายกลุ่มอุตสาหกรรมที่ตลาดกังวลผลกระทบจากสงครามก่อนหน้านี้ อาทิ กลุ่มท่องเที่ยว ค้าปลีก เช่าซื้อ และโรงพยาบาล ยังปรับตัวลดลงมากกว่าดัชนี SET โดยลดลงราว 11.8-20.2% เทียบกับ SET ที่ลดลงเพียง 1.1% สะท้อนว่าหุ้นหลายกลุ่มอาจถูกขายมากเกินกว่าผลกระทบจริง เนื่องจากระยะเวลาความขัดแย้งไม่ได้ยืดเยื้ออย่างที่กังวล

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยหนุนเพิ่มเติมจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ซึ่งคาดว่าจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 16 พฤษภาคมนี้ ประเมินว่าจะมีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจสูงสุดราว 2.16 แสนล้านบาท หรือประมาณ 1.2% ของจีดีพี ช่วยหนุนเศรษฐกิจและหุ้นอิงการบริโภคในประเทศ

ขณะเดียวกัน สัญญาณการลงทุนจากต่างชาติยังแข็งแกร่ง โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) อนุมัติโครงการลงทุนใหม่ 6 โครงการ มูลค่ารวม 9.5 แสนล้านบาท นำโดยกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งคาดว่าจะช่วยผลักดันการลงทุนภาคเอกชนแตะระดับ 1 ล้านล้านบาทต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 2 และเป็นแรงหนุนสำคัญต่อหุ้นธีม “Infra Tech” หรือโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี

กลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์เด่น ได้แก่ กลุ่มโรงไฟฟ้า เช่น บมจ.กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ (GULF), บมจ.กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL), บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม เช่น บมจ.อมตะ คอร์ปอเรชัน (AMATA) และบมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA)

รวมถึงกลุ่มรับเหมาก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ บมจ.สเตคอน กรุ๊ป (STECON), บมจ.ไพลอน (PYLON), บมจ.อินฟราเซท (INSET) กลุ่มพลังงานอย่าง บมจ.ปตท. (PTT) และกลุ่มสื่อสาร เช่น บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) และบมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC)

ฝ่ายวิจัยบล.กรุงศรี ยังมองว่า ราคาน้ำมันดิบที่เริ่มลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป สะท้อนความกังวลด้าน Supply Disruption ที่เริ่มคลี่คลาย โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์เช้าวันนี้ (7 พ.ค.)เคลื่อนไหวบริเวณ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลงจากระดับก่อนหน้าที่ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ช่วยลดแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ อัตราผลตอบแทนพันธบัตร และค่าเงินบาท

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันที่ยังทรงตัวในระดับสูงกว่าช่วงก่อนสงคราม ยังช่วยประคองหุ้นกลุ่ม Energy Security ได้ในระยะถัดไป

สำหรับหุ้นเด่นที่ฝ่ายวิจัยบล.กรุงศรี เลือกได้แก่ บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC), บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) และบมจ.อมตะ คอร์ปอเรชัน (AMATA) จากปัจจัยหนุนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีที่เร่งตัว รวมถึงราคาหุ้นที่ยังอยู่ในโซนน่าสนใจเมื่อเทียบกับระดับก่อนเกิดสงคราม

นอกจากนี้ ยังมีหุ้นที่คาดว่ามีโอกาสฟื้นตัวแรงจากการปรับฐานลึกกว่าตลาด ได้แก่ GPSC, บมจ.โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา (CENTEL), ADVANC, บมจ.โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) และบมจ.อิชิตัน กรุ๊ป (ICHI)

ส่วนหุ้นที่คาดว่ากำไรไตรมาส 1 ปี 2569 จะออกมาโดดเด่นในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ ได้แก่ บมจ.ไทยออยล์ (TOP), ADVANC และ GULF

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและต่างประเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...