โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เชื่อมั่นผู้บริโภคไทยล่มสลาย นักวิเคราะห์ชี้คนลดจับจ่าย-เป้าหมายชีวิต

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว
ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย

นักเศรษฐศาสตร์-วิจัยชี้ วิกฤตโลกทำความเชื่อมั่นผู้บริโภคไทยล่มสลาย กัดฟันลดความสุข-เป้าหมายชีวิตพยุงเม็ดเงินในกระเป๋า พร้อมโหยหาความเรียล หันเดินห้าง ดูหมอลำ ร่วมงานวัด หนีมิจฉาชีพออนไลน์-คอนเทนต์ AI แนะธุรกิจใช้แนวทาง Hoping for the best, prepare for the worst หวังได้ แต่ควรเผื่อใจกรณีเลวร้าย บริหารความเสี่ยงวัตถุดิบ-พลังงานระยะยาว จริงจังเรื่องสิ่งแวดล้อม ถอดบทเรียนญี่ปุ่น-ยุโรปช่วยรับมือ

ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร กล่าวในงาน “FOCAL 2026” ซึ่งจัดโดยดับบลิวพีพี มีเดีย (ประเทศไทย) ว่า ขณะนี้ผู้บริโภคไทยอยู่ในภาวะสูญเสียความเชื่อมั่นอย่างรุนแรง เนื่องจากเผชิญความไม่แน่นอนรุนแรงและต่อเนื่อง จนต้องเปลี่ยนการใช้ชีวิตและพฤติกรรมใหม่ กระทบต่อเนื่องไปยังการจับจ่ายที่ลดลง แม้เแต่เรื่องความสุขหรือการให้รางวัลตนเอง

เช่นเดียวกับภาคธุรกิจที่เผชิญความเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ภาพแวดล้อมการแข่งขันในธุรกิจและอุตสาหกรรมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่อาจจะไม่กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกแล้ว

เศรษฐกิจโลกเปลี่ยนถาวร

ดร.พิพัฒน์อธิบายว่า เทรนด์การเปลี่ยนแปลงระดับโลกที่เหมือนคลื่นใต้น้ำซึ่งจะทำให้สภาพแวดล้อมและเศรษฐกิจโลกไม่สามารถดำเนินไปในรูปแบบเดิมได้อีกต่อไปนั้นประกอบไปด้วย 4 ด้าน หรือ 4D คือ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร (Demographic), การถดถอยของโลกาภิวัตน์ (Deglobalization), การลดการปล่อยคาร์บอน (Decarbonization) และเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Technology)

โดยการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรนั้น ทั่วโลกกำลังเผชิญกับการชะลอตัวของการเติบโตของประชากร สำหรับไทยถือว่าได้รับผลกระทบหนักกว่าหลายประเทศ เนื่องจากวัยแรงงานได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วตั้งแต่ปี 2558 และปัจจุบันจำนวนคนเกิดก็น้อยกว่าคนเสียชีวิต

ส่งผลให้ฐานผู้บริโภคหดเล็กลง จำนวนเด็กและวัยรุ่นน้อยลงในขณะที่ผู้สูงอายุเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ตลาดไม่ขยายตัวเหมือนในอดีต และเศรษฐกิจไทย หรือ GDP เติบโตช้าลง จากที่เคยเติบโตระดับ 5-7% เหลือเพียง 2-3% ในปัจจุบัน และคาดว่า GDP ไทยจะไม่สามารถกลับไปเติบโตในระดับเดิมได้อีกแล้ว

ส่วนการถดถอยของโลกาภิวัตน์เกิดจากระเบียบโลก หรือ World Order แบบเดิมทั้งการค้าและกฎหมายระหว่างประเทศกำลังถูกทำลายลง ทั้งด้วยการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และการที่ประเทศมหาอำนาจใหม่อย่างจีนก้าวขึ้นมาท้าทายอำนาจเก่าของสหรัฐอเมริกา นำไปสู่ความขัดแย้งในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นสงครามการค้า สงครามการเงิน สงครามเทคโนโลยี และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์

ส่งผลให้โลกและไทยต้องเผชิญกับความผันผวนและเกิดปัญหาต่อห่วงโซ่อุปทาน เช่น การขาดแคลนพลังงานหรือวัตถุดิบ

สำหรับการลดการปล่อยคาร์บอน มาจากการที่โลกกำลังเผชิญกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประเด็นเรื่องการลดคาร์บอน การประหยัดพลังงาน และการรักษาสิ่งแวดล้อม ไม่เพียงเป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่ทั่วโลกต้องร่วมกันรับมือ

แต่ยังเป็นเทรนด์ที่ภาคธุรกิจต้องให้ความสำคัญ เนื่องจากผู้บริโภคจะให้ความสำคัญและสะท้อนความต้องการออกมามากขึ้นเรื่อย ๆ ผ่านการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการ

สุดท้ายคือ เทคโนโลยีดิจิทัล หลังการพัฒนาและการปรับใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วแบบก้าวกระโดด เห็นได้จาก ChatGPT ที่ใช้เวลาเพียง 2 เดือนในการเข้าถึงผู้ใช้งาน 100 ล้านคน ซึ่งเร็วกว่าเทคโนโลยีในอดีตมาก ความรวดเร็วนี้ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม การให้ความสนใจ และช่องทางการใช้เวลาบนหน้าจอของผู้บริโภคไปอย่างสิ้นเชิง

“ความเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้สภาพแวดล้อมการแข่งขันในธุรกิจและอุตสาหกรรมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง และไม่สามารถคาดหวังให้โลกหรือเศรษฐกิจกลับไปเติบโตและใช้วิธีการเดิม ๆ ได้อีกต่อไป”
ความเชื่อมั่นผู้บริโภคล่มสลาย
ดร.พิพัฒน์กล่าวต่อไปว่า ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทำให้ผู้บริโภคไทยอยู่ในภาวะ “สูญเสียความเชื่อมั่น” เนื่องจากผลกระทบของสภาพเศรษฐกิจชะลอตัวควบคู่ไปกับ
เงินเฟ้อที่เริ่มสูงขึ้น หรือ Stagflation ทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคหดหายไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ต้องแบกรับภาระค่าครองชีพหนักหน่วงขึ้น จนต้องรีเซตระบบชีวิตใหม่และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการจับจ่ายและการใช้ชีวิต

“สิ่งที่ทำให้ Stagflation น่ากังวลและสร้างความเจ็บปวดได้มากกว่า คือการที่ประชาชนต้องแบกรับผลกระทบจากราคาพลังงานและสินค้าที่แพงขึ้น ในขณะที่เศรษฐกิจและการจ้างงานไม่ได้เติบโตตาม ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคหดหายไปอย่างรวดเร็ว”
สอดคล้องกับผลวิจัยของดับบลิวพีพี มีเดีย ซึ่งนายณัฐวีร์ ณีว มาวิจักขณ์ ผู้บริหารแผนกการตลาด และนายแพน จรุงธนาภิบาล ผู้อำนวยการแผนกการตลาด บริษัท ดับบลิวพีพี มีเดีย (ประเทศไทย) ที่ระบุว่า ขณะนี้ผู้บริโภคไทยอยู่ในภาวะที่ความเชื่อมั่นล่มสลาย เนื่องจากสูญเสียความมั่นคงทางการเงิน และสูญเสียความสามารถในการควบคุมสภาวะแวดล้อมและทิศทางชีวิตของตนเอง

รวมถึงสูญเสียความไว้ใจในข้อมูลข่างสารต่าง ๆ เพราะข่าวสารจำนวนมากมีความคิดเห็นส่วนตัวเข้าไปปะปนกับข้อเท็จจริง หรือเป็นข้อมูลที่ถูกสร้างและดัดแปลงด้วย AI ทำให้ผู้บริโภคไม่เชื่อถือข้อมูลที่เห็นบนหน้าจอ

ลดความสุข-เป้าหมายชีวิต

โดยความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดคือ การระมัดระวังการใช้จ่ายขั้นสุดจากการสูญเสียความเชื่อมั่นทางการเงิน ผู้บริโภคจึงหันมาสร้างกำแพงปกป้องตัวเอง มีสติในการจับจ่าย และให้คุณค่ากับเงินทุกบาทมากขึ้น โดยมักจะหาความสุขจากการล่าส่วนลดที่ทำให้รู้สึกว่าตนประสบความสำเร็จเล็ก ๆ

ความระมัดระวังนี้ยังลามไปถึงการลดทอนความคาดหวังและย่อขนาดความสุขลง ไม่ว่าจะเป็นปรับลดสเกลการให้รางวัลตัวเองให้ประหยัดขึ้น และย่อขนาดเป้าหมายความสุขและความสำเร็จให้เล็กลง เช่น การได้ทานข้าวพร้อมหน้ากับครอบครัว และเปลี่ยนนิยามความสำเร็จเป็นการดูแลตนเองให้แข็งแรงเพื่อไม่เป็นภาระทั้งต่อตนเองและคนรอบข้าง

คนโหยหาความเรียล

ขณะเดียวกันด้านการรับสื่อผู้บริโภคโหยหาความสมจริงมากขึ้น เพราะมีมุมมองว่า โฆษณาหรือคอนเทนต์ที่สวยงามหรือสมบูรณ์แบบเกินไปนั้นเสี่ยงที่จะเป็นของปลอม หรือเกี่ยวข้องกับมิจฉาชีพ ทำให้คอนเทนต์ที่มีความผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ภาพสั่น หรือพูดผิด ได้รับความเชื่อถือมากกว่า

นอกจากนี้ความต้องการความสมจริงยังผลักดันให้ผู้บริโภคออกไปใช้ชีวิตมากขึ้น อาทิ เดินห้างสรรพสินค้า, เข้าร้านสะดวกซื้อ หรือแม้แต่ตลาดสด รวมถึงเข้าร่วมกิจกรรมท้องถิ่น เช่น งานหมอลำ ลิเกหรืองานวัด เห็นได้จากจำนวนผู้ร่วมงานเหล่านี้ซึ่งเยอะขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอด 3 ปีที่ผ่านมา

หวังได้แต่ต้องเผื่อกรณีเลวร้าย

ดร.พิพัฒน์กล่าวว่า การรับมือความเปลี่ยนแปลงทั้ง 4D นั้นธุรกิจต้องยอมรับว่าสภาพแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจเปลี่ยนไปแล้ว และบางด้าน เช่น การเติบโตของ GDP อาจไม่กลับไปเหมือนเดิมอีก เพื่อวางแผนธุรกิจ และบริหารความเสี่ยงการขาดแคลนวัตถุดิบและพลังงานหากสถานการณ์ลากยาว ภายใต้แนวคิดหวังผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แต่ต้องเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดไว้ด้วย หรือ Hoping for the best, prepare for the worst

โดยเน้นพัฒนาคุณภาพสินค้าให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคให้ตรงจุดและลึกซึ้งขึ้น รวมถึงใช้ส่วนลดเล็ก ๆ น้อย ๆ เปิดใจผู้บริโภคให้ทดลองสินค้าหรือเปลี่ยนใจจากแบรนด์อื่น ต่อยอดจากพฤติกรรมที่ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการเปรียบเทียบราคาอย่างหนัก โดยจัดเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญก่อนการตัดสินใจซื้อ เพื่อชิงฐานผู้บริโภคที่มีขนาดเล็กลง

พร้อมยกระดับผลิตภาพหรือประสิทธิภาพในการทำงานให้สูงขึ้นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์เทียบเท่าเดิมชดเชยจำนวนแรงงานที่หดหายไป รวมถึงเข้าไปมีส่วนร่วมแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง เพราะผู้บริโภคจะให้ความสำคัญและเรียกร้องให้แบรนด์แสดงความรับผิดชอบ
ต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเรื่อย ๆ

ทั้งนี้อาจเรียนรู้วิธีการปรับตัวจากประเทศที่เคยผ่านวิกฤตโครงสร้างประชากรมาก่อนหน้า เช่น ญี่ปุ่นและยุโรป มาปรับใช้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เชื่อมั่นผู้บริโภคไทยล่มสลาย นักวิเคราะห์ชี้คนลดจับจ่าย-เป้าหมายชีวิต

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...