โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดสูตรลับ Google สัมภาษณ์งานอย่างไร ให้ได้คนที่ใช่..ใน 30 นาที

SME THAILAND ONLINE

เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
ปัญหาพนักงานลาออกบ่อย กลายเป็นตัวฉุดรั้ง SME ให้ไม่เจริญเติบโตและก้าวหน้าเสียที ดังนั้น จะดีกว่าไหม ถ้าเปลี่ยนมาใช้กลยุทธ์แบบ Google ที่ใช้เวลาสัมภาษณ์งานไม่เกิน 30 นาที แต่คัด “ตัวจริง” ที่พร้อมจะสู้ไปกับองค์กรได้แม่นยำกว่าที่คิด

Text: VaViz

ปัญหาพนักงานลาออกบ่อย หรือ Turnover Rate ที่สูงลิ่ว กลายเป็นฝันร้ายที่ทำให้ SME ไม่น้อยต้องเสียศูนย์ นั่นเพราะไม่ใช่แค่ทำให้การทำงานหยุดชะงัก แต่ยังทิ้งต้นทุนความเสียหายทั้งในรูปของเวลาและงบประมาณที่ต้องทุ่มไปกับการฝึกให้คนๆ หนึ่งมีทักษะและความสามารถในหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ

หลายคนอาจคิดว่าสาเหตุที่ทำให้คนลาออกกันง่ายๆ นั้นเป็นเพราะเรื่องของค่าตอบแทน แต่ในมุมมองของ Eric Schmidt อดีต CEO ของ Google นั้น บอกว่ามักเริ่มจากการคัดคนผิดตั้งแต่วินาทีแรกที่สัมภาษณ์ โดยเฉพาะการใช้เวลานานนับชั่วโมงไปกับคำถามที่ไม่ได้วัดกึ๋นจริง

โดย Schmidt ได้เสนอทางลัดที่ทรงพลังในการหาคนตัวท็อป ที่ไม่ใช่แค่เก่ง แต่เป็นคนที่ใช่ ซึ่งพร้อมจะเติบโตไปกับองค์กรได้ภายใน 30 นาที หรือที่รู้จักกันดีว่า “การสัมภาษณ์งานไม่ควรยาวเกินครึ่งชั่วโมงสไตล์ Google” นั่นเอง

เริ่มต้นกฎ 30 นาที: เน้นเนื้อ ไม่เน้นน้ำ (Protein over Fat)

หลายบริษัทมักใช้เวลาสัมภาษณ์นานเป็นชั่วโมง แต่ Schmidt มองว่า การสัมภาษณ์ที่ยืดเยื้อ ไม่ได้แปลว่าจะได้คนที่มีคุณภาพเสมอไป ดังนั้น ควรกำหนดเวลาไว้ที่ 30 นาที เพื่อบีบให้ทั้งผู้สัมภาษณ์และผู้สมัครก้าวข้ามการพูดคุยเรื่อยเปื่อยแล้วเข้าสู่หัวใจสำคัญทันที

สำหรับ SME การใช้เวลา 30 นาที สามารถช่วยลดต้นทุนแฝงจากการเสียเวลาบริหารงานมานั่งสัมภาษณ์คนได้ อย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญของการใช้กฎ 30 นาทีนั้นอยู่ที่ “ต้องเตรียมตัวมาก่อนเป็นอย่างดี” ดังนั้น ผู้สัมภาษณ์ต้องอ่านประวัติผู้สมัครให้จบก่อนเริ่ม และพุ่งเป้าไปที่คำถามเชิงพฤติกรรม เพื่อดูศักยภาพที่แท้จริงภายใน 5 นาทีแรก หากพบว่า “ไม่ใช่” จะได้ไม่เสียเวลาทั้งสองฝ่าย

แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ หากคนสัมภาษณ์ยังไม่แม่นในตัวงานหรือไม่ได้ดู Resume มาก่อน เวลา 30 นาที อาจจะน้อยเกินไป จนทำให้ตัดสินใจผิดพลาดได้เช่นกัน

Warning: SME มักพลาดใช้เวลา 15 - 20 นาทีแรกถามเรื่องทั่วไป หรือให้ผู้สมัครเล่าประวัติที่ยาวเกินไป

** ควรอ่าน Resume มาก่อนให้จบ และเริ่มคำถามแรกด้วย “สถานการณ์ที่ยากที่สุดที่คุณเคยแก้” หรือ “ผลงานที่ภูมิใจที่สุดที่วัดผลได้จริง”

เพิ่มเติม Rule of Four กำหนด “รอบ” ให้เหมาะสม

นอกจากเรื่องเวลาแล้ว Schmidt ยังเป็นคนสั่งลดจำนวนรอบการสัมภาษณ์ของ Google จากเดิมที่เคยสูงถึง 16 ครั้ง ให้เหลือเพียงสูงสุดไม่เกิน 5 ครั้ง เพราะผลวิเคราะห์ทางสถิติของบริษัทชี้ว่า หลังจากการสัมภาษณ์เพียงครั้งเดียว ผู้สัมภาษณ์ก็พร้อมที่จะตัดสินใจได้ประมาณ 75% และเพิ่มขึ้นเป็น 85% หลังการสัมภาษณ์รอบที่ 4 แต่หลังจากนั้นแทบจะไม่ได้ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจรับคนเข้าทำงานเลย

ทั้งนี้ ในส่วนของ SME สามารถนำเรื่องนี้มาประยุกต์ใช้ได้ โดยใช้คนสัก 2 – 3 คนในการสัมภาษณ์ โดยคนแรก ดูเรื่องของทักษะการทำงาน หรือ Hard Skills, คนที่สอง ดูเรื่องของทัศนคติและการเข้ากับทีม หรือ Cultural Fit ส่วนคนที่ 3 ที่เป็นเจ้าของหรือหัวหน้าให้ดูเป้าหมายระยะยาวของผู้สมัครว่าโตไปกับบริษัทได้ไหม เป็นต้น

Bonus: ใช้ Work Sample Test แทนการนั่งคุยอย่างเดียว

** แบ่งเวลา 15 นาที ให้ผู้สมัครได้ลองโชว์ของ เช่น ถ้าสมัครแอดมิน ให้ลองตอบแชทลูกค้าจริง หรือถ้าเป็นกราฟิก ให้ลองแก้โจทย์สั้นๆ เพื่อดูวิธีคิดและการรับมือกับแรงกดดัน วิธีนี้จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายกว่าแค่ฟังเขาเล่า

ค้นหา “Learning Animals” คนที่ใฝ่พัฒนาและเรียนรู้ให้เจอ

สุดท้าย ภายในเวลา 30 นาที Schmidt ยังมองหาและเน้นรับคนที่เป็น Learning Animals ซึ่งไม่ใช่แค่คนเก่งที่มีปริญญาหรูๆ แต่คือคนที่มีสัญชาตญาณในการเรียนรู้ตลอดเวลา โดยคนกลุ่มนี้จะมีลักษณะเด่นๆ ดังนี้

- มีความสงสัยใคร่รู้เป็นนิสัย คนประเภทนี้จะไม่ได้ทำงานแค่ตามสั่ง แต่จะชอบถามว่า ทำไมถึงทำแบบนี้ หรือมีวิธีที่ง่ายกว่านี้ไหม โดยจะศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเองโดยที่หัวหน้าไม่ต้องบอก ซึ่งสำคัญมากสำหรับ SME ที่ไม่มีระบบเทรนนิ่งพนักงานแบบบริษัทใหญ่

- มีความยืดหยุ่นทางความคิด Schmidt เชื่อว่าความฉลาดสำคัญกว่าประสบการณ์ในระยะยาว นั่นเพราะคนฉลาดที่ชอบเรียนรู้จะสามารถปรับตัวไปทำโปรเจกต์ใหม่ๆ หรือแก้ปัญหาที่ไม่เคยเจอมาก่อนได้ดีกว่าคนที่ยึดติดกับวิธีเดิมๆ ที่เคยทำมา 10 ปี

- ไม่กลัวความล้มเหลว Learning Animals จะมองว่าความผิดพลาดคือข้อมูลใหม่ ดังนั้น พวกเขาจะกล้าลองทำอะไรใหม่ๆ ล้มแล้วลุกไว และถอดบทเรียนเก่ง ซึ่งตรงกับวัฒนธรรมการทำงานแบบ Lean หรือ Agile ที่ SME นิยมใช้

ดังนั้น หากมีเวลาสัมภาษณ์เพียง 30 นาที อย่าถามแค่ว่า เขาเคยทำอะไรมาบ้าง แต่ควรลองถามประเด็นอื่นๆ แทน เช่น

- ให้เล่าเรื่องที่ต้องเรียนรู้ใหม่ตั้งแต่ต้นภายในเวลาสั้นๆ มีบ้างไหมและทำยังไง? เพื่อดูว่าเขามีวิธีเรียนรู้ (Learning Path) ที่เป็นระบบไหม

- ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา มีทักษะหรือความรู้อะไรใหม่ๆ ที่ได้ศึกษาด้วยตัวเองบ้าง? เพื่อดูว่าเขาเป็นคนแบบ Learning Animals ไหม ถ้าคำตอบคือไม่มีหรือคิดนาน แสดงว่าเขาอาจไม่ใช่คนกลุ่มนี้

- จะทำยังไง? ถ้าวันพรุ่งนี้ตลาดเปลี่ยนไปจนงานที่ทำอยู่ตอนนี้กลายเป็นสิ่งล้าสมัย เพื่อดูทัศนคติต่อความเปลี่ยนแปลงและความกระหายในการอยู่รอดของเขา

Tip: จงจ้างคนที่ “รักการเรียนรู้” (Learning Animals) แทนคนที่ “รู้ไปหมด” (Know-it-alls)

นั่นเพราะคนประเภทแรกจะพาธุรกิจโตไปข้างหน้า ส่วนคนประเภทหลังจะพาธุรกิจย่ำอยู่กับที่

แม้บริบทของ Google ที่เป็นองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งมีระบบคัดกรองผู้สมัครอย่างเข้มข้น จะแตกต่างจาก SME แต่การนำแนวคิดข้างต้นมาปรับใช้จะช่วยให้การสัมภาษณ์งานมีโครงสร้าง ไม่ใช่การคุยทั่วไป, ใช้คำถามที่วัดพฤติกรรมจริง เช่น เคยแก้ปัญหายังไง, ช่วยให้ตัดสินใจหรือสรุปได้ว่าผู้สมัครคนนั้นผ่านหรือไม่ผ่าน, ลดคำถามที่ไม่เกี่ยวข้องกับงาน และแบ่งรอบสัมภาษณ์ให้มีหน้าที่ชัดเจน เช่น รอบ HR, รอบหัวหน้างาน หรือรอบทดลองงาน

สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ SME ทำการสัมภาษณ์ได้อย่าง “สั้น กระชับ และตัดสินใจได้ชัดเจน” รวมถึงลดการตัดสินใจที่ใช้ความรู้สึกมากเกินไป เพิ่มความเป็นระบบในการคัดเลือกคน และลดความเสี่ยงในการจ้างผิดคนได้นั่นเอง

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...