โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักดาราศาสตร์พบร่องรอย “โลกิ” กาแล็กซีแคระที่สาบสูญ ซ่อนตัวอยู่ในกาแล็กซีทางช้างเผือก

SPACEMAN

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

นักดาราศาสตร์ค้นพบเบาะแสสำคัญเกี่ยวกับการกำเนิดและวิวัฒนาการของกาแล็กซีทางช้างเผือก หลังพบกลุ่มดาวฤกษ์โบราณจำนวน 20 ดวงที่ซ่อนตัวอยู่ในระนาบกาแล็กซี ซึ่งคาดว่าเป็นซากที่หลงเหลืออยู่ของกาแล็กซีแคระที่สาบสูญไปนาน โดยนักวิจัยได้ตั้งชื่อให้กับกาแล็กซีโบราณนี้ว่า "โลกิ" (Loki) การค้นพบนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ Monthly Notices of the Royal Astronomical Society ประจำเดือนเมษายน พ.ศ. 2569

กาแล็กซีทางช้างเผือกที่เราอาศัยอยู่นั้นเติบโตจนมีขนาดใหญ่โตอย่างในปัจจุบันได้ด้วยการกลืนกินและรวมตัวกับกาแล็กซีขนาดเล็กอื่น ๆ ตลอดช่วงเวลาหลายพันล้านปีที่ผ่านมา นักดาราศาสตร์สามารถแยกแยะได้ว่าดาวฤกษ์ดวงใดในทางช้างเผือกมีต้นกำเนิดมาจากกาแล็กซีอื่น โดยอาศัยการสังเกตลักษณะความรีของวงโคจรและปริมาณธาตุหนักที่ประกอบอยู่ในดาวฤกษ์เหล่านั้น

ตามปกติแล้ว ดาวฤกษ์ที่ถือกำเนิดขึ้นในยุคแรกเริ่มของเอกภพจะประกอบไปด้วยก๊าซไฮโดรเจนและฮีเลียมเป็นหลัก ก่อนที่ดาวเหล่านั้นจะหลอมรวมธาตุทั้งสองให้กลายเป็นธาตุที่หนักขึ้น และส่งต่อธาตุหนักเหล่านี้ไปยังดาวฤกษ์รุ่นต่อไป นักดาราศาสตร์เรียกดาวฤกษ์ที่มีธาตุหนักอย่างเช่นเหล็กในปริมาณที่น้อยมาก ๆ ว่า "ดาวฤกษ์ที่มีธาตุโลหะต่ำ" กาแล็กซีโบราณที่ประกอบไปด้วยดาวฤกษ์เหล่านี้จึงเปรียบเสมือนบล็อกตัวต่อชิ้นแรก ๆ ที่สร้างเอกภพขึ้นมา

ในการศึกษาครั้งล่าสุดนี้ นักวิจัยได้วิเคราะห์คุณสมบัติทางเคมีของกลุ่มดาวฤกษ์ที่มีธาตุโลหะต่ำจำนวน 20 ดวงซึ่งพบในระนาบของกาแล็กซีทางช้างเผือก โดยมีความแตกต่างจากดาวฤกษ์ธาตุโลหะต่ำทั่วไปที่มักจะกระจายตัวอยู่บริเวณรอบนอกหรือกลดกาแล็กซี (Halo) ดาวฤกษ์กลุ่มใหม่ที่พบนี้มีทั้งดวงที่โคจรไปในทิศทางเดียวกับการหมุนของกาแล็กซีและดวงที่โคจรสวนทาง โดยที่ทุกดวงมีวงโคจรที่ค่อนข้างรี

เมื่อทีมวิจัยวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีอย่างละเอียด พบว่าดาวกลุ่มนี้ได้รับอิทธิพลจากเหตุการณ์ที่ให้พลังงานสูงในอดีต เช่น ซูเปอร์โนวา ไฮเปอร์โนวา การรวมตัวกันของดาวนิวตรอน และดาวฤกษ์มวลมากที่หมุนอย่างรวดเร็ว แต่กลับไม่พบร่องรอยของการระเบิดจากดาวแคระขาว ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นว่าดาวฤกษ์ทั้ง 20 ดวงน่าจะถือกำเนิดมาจากแหล่งเดียวกัน นั่นคือเป็นกาแล็กซีแคระที่เต็มไปด้วยพลังงานมหาศาลแต่มีอายุขัยสั้น ซึ่งแม้ว่าดาวเหล่านี้จะมีทิศทางการโคจรที่แตกต่างกัน แต่องค์ประกอบทางเคมีที่สอดคล้องและแคบกว่ากลุ่มดาวทั่วไป เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ยืนยันว่าพวกมันมาจากระบบปิดเดียวกันซึ่งก็คือกาแล็กซีแคระโลกินั่นเอง

การค้นพบกาแล็กซีแคระโลกิในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเติมเต็มจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การรวมตัวของกาแล็กซีทางช้างเผือก แต่ยังเปิดมุมมองใหม่ในการตามหาซากกาแล็กซีโบราณที่อาจซ่อนตัวอยู่ในระนาบกาแล็กซีของเรา ในอนาคต โครงการสำรวจทางสเปกโทรสโกปีขนาดใหญ่อย่างโครงการ WEAVE และ 4MOST จะช่วยให้นักดาราศาสตร์สามารถศึกษาดาวฤกษ์โบราณเหล่านี้ได้ในสเกลที่กว้างขึ้น และอาจนำไปสู่การไขความลับอื่น ๆ ที่ถูกซุกซ่อนอยู่ในกาแล็กซีทางช้างเผือกของเรามาอย่างยาวนาน

ข้อมูลอ้างอิง: Phys. org

  • A lost galaxy called 'Loki' may be hiding inside the Milky Way
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...