โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Fairfax Financial Holdings พร้อมหนุนฟอลคอนประกันภัยโตตามเป้า 30%

การเงินธนาคาร

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

กลุ่ม Fairfax Financial Holdings เผยปี 68 มีรายได้สุทธิ 4.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เบี้ยประกันภัยรับรวมกว่า 3.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เดินหน้ากลยุทธ์เติบโตอย่างมีวินัย คุมความเสี่ยง-รักษาคุณภาพพอร์ต พร้อมหนุนฟอลคอนประกันภัยขยายธุรกิจในไทย มั่นใจโต 30% และดูแลลูกค้าได้ทุกสถานการณ์

3 เม.ย. 2569 -นาย Brian Young, President, Fairfax Insurance Group เปิดเผยว่า กลุ่ม Fairfax Financial Holdings Limited (FFH) ผู้ให้บริการด้านการรับประกันภัย Property และCasualty รายใหญ่แห่งหนึ่งของโลก สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดา จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่โตรอนโต ภายใต้ชื่อ “FFH” มีสินทรัพย์ประมาณ 107,800 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 3,400,000 ล้านบาท) และมีเงินทุนประมาณ 30,900 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 973,500 ล้านบาท)

บริษัทในกลุ่ม Fairfax ประกอบกิจการอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกา ออสเตรเลีย ในเอเชีย กลุ่มบริษัท Fairfax ดำเนินธุรกิจประกันวินาศภัยอยู่ในประเทศไทย สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเลเซีย อินโดนีเซีย ศรีลังกา อินเดีย จีน และเวียดนาม

ทั้งนี้ Fairfax ได้รับการจัดอันดับเครดิตเรตติ้งในระดับ AA- จาก S&P, Positive Outlook จาก S&P, Fitch และ AM Best อีกทั้งกลุ่ม Fairfax ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 20 บริษัทประกันภัย Property & Casualty ขนาดใหญ่ที่สุดของโลก และยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่สุดของโลกลำดับที่ 393 ของ Fortune Global 500 และติดอันดับบริษัทมหาชนขนาดใหญ่อันดับ 8 ของ Forbes’ Canada และอันดับ 250 ของ Forbes’ Global อีกด้วย

สำหรับผลประกอบการของกลุ่ม FairFax ในปี 2025 ว่า มีรายได้สุทธิ 4.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 151,348.8 ล้านบาท เบี้ยประกันภัยรับรวมกว่า 3.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1,040,523 ล้านบาท

ในด้านทิศทางและกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ กลุ่ม Fairfax ยังคงยึดมั่นในแนวทางการเติบโตอย่างมีวินัย (Disciplined Growth) โดยให้ความสำคัญกับการคัดเลือกความเสี่ยงอย่างรอบคอบ และการบริหารขนาดของพอร์ตประกันภัยอย่างเหมาะสม เพื่อรักษาความสมดุลระหว่างการเติบโตและคุณภาพของผลประกอบการ

โดย Fairfax ยังมุ่งเน้นการสร้างผลกำไรจากการรับประกันภัย (Underwriting Profit) อย่างยั่งยืน โดยตั้งเป้าหมาย Combined Ratio ที่ระดับประมาณ 95% หรือต่ำกว่า ซึ่งสะท้อนถึงวินัยในการบริหารความเสี่ยงและประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ นอกจากนี้ กลุ่ม Fairfax ยังคงรักษานโยบายการตั้งสำรองอย่างรอบคอบ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งของฐานะการเงินในระยะยาว รวมถึงให้ความสำคัญกับการบริหารเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

“Fairfax Financial Holdings ตอกย้ำความแข็งแกร่งทางการเงิน พร้อมโชว์ผลประกอบการปี 2568 Best Year Ever ยืนยันศักยภาพ พร้อมหนุนฟอลคอนประกันภัยเติบโตตามเป้า 30% มั่นใจรับมือดูแลลูกค้าได้ทุกสถานการณ์”

ด้านนาย Gobinath Athappan, CEO, Fairfax Asia กล่าวว่า สำหรับทิศทางในระดับภูมิภาคนั้น Fairfax Asia มีอัตราการเติบโตที่โดดเด่นกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) อยู่ที่ 11% ส่งผลให้เบี้ยประกันภัยรับรวมเติบโตจาก 445 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 14,031 ล้านบาท ในปี 2019 ก้าวกระโดดสู่ 1.08 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 34,053 ล้านบาท ในปี 2025 ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจและการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ดี

โดยในปี 2026 กลุ่มบริษัท Fairfax Asia มุ่งเน้นกลยุทธ์ผ่านการรับประกันภัย การประกันภัยต่อ พร้อมขับคลื่อนนวัตกรรมผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ช่องทางการขายใหม่ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้าน AI รวมถึงการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรผู้รุ่นใหม่เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจอีกด้วย

ด้าน บริษัท ฟอลคอนประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นธุรกิจภายใต้แนวทาง Principle Guideline ของกลุ่ม Fairfax นั้น เป็นบริษัทประกันภัยที่ให้บริการรับประกันภัยกลุ่มลูกค้าธุรกิจองค์กรและกลุ่มลูกค้ารายย่อย ภายใต้การประกันภัยที่หลากหลาย อาทิ ประกันภัยรถยนต์ ประกันภัยทรัพย์สิน ประกันภัยอุบัติเหตุและสุขภาพ ประกันภัยวิศวกรรม ประกันภัยทางทะเลและโลจิสติกส์

ประกันภัยเบ็ดเตล็ด เช่น ประกันภัยการก่อการร้าย ประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ประกันความเสี่ยงภัยทุกชนิด ประกันภัยความซื่อสัตย์ของลูกจ้าง ประกันภัยความรับผิดจากวิชาชีพ ประกันภัยโดรน ประกันสำหรับสัตว์เลี้ยง เป็นต้น

ดังนั้น เพื่อสร้างการเติบโตก้าวกระโดดแบบยั่งยืน ผ่านแผนการขยายธุรกิจไปยังพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพทั่วประเทศ ที่มาพร้อมความสามารถในการรับประกันภัยแบบครบวงจรเพิ่มขึ้น ให้เข้าถึงการให้บริการประชาชนได้ครอบคลุมและสะดวกยิ่งขึ้น โดยตั้งเป้าหมายเบี้ยประกันภัยรับเติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานคุณภาพการพิจารณารับประกันภัย และการนำเทคโนโลยี AI มาช่วยเพิ่มความรวดเร็ว ความโปร่งใสและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการสินไหม

รวมถึงเตรียมแผนการรับมือกับความท้าทายจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อต้นทุนพลังงานและเศรษฐกิจ โดยขานรับนโยบายภาครัฐในการรณรงค์ประหยัดพลังงาน ด้วยการออกมาตรการให้พนักงานสามารถปฏิบัติงานจากที่พักอาศัย (Work From Home) ตามความเหมาะสม เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางและลดการใช้ทรัพยากรพลังงานในภาพรวม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคม

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ แวดวงประกันภัย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...