ดิสนีย์แลนด์ แดนมหัศจรรย์กับข้อพิสูจน์ที่ว่าจะเปลี่ยนโลกให้ดี ไม่ต้องรอให้เป็นทีของเวทมนตร์
หากมีใครพูดถึงแดนมหัศจรรย์ที่ตั้งอยู่บนดิน แน่นอนว่าหนึ่งในอาณาจักรที่ผุดขึ้นมาในความคิดใครหลายคนคงหนีไม่พ้น “ดิสนีย์แลนด์” สวนสนุกในฝันที่จะพาแขกผู้มีเกียรติทุกท่านเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศเหนือจินตนาการ โชว์สวยสะดุดตา และประสบการณ์สุดคาดฝันจนไม่อยากจะลากลับสู่โลกความเป็นจริง แต่ความมหัศจรรย์ของดินแดนที่แผ่อาณาจักรไปยังทั่วโลกนี้ยังไม่หมดแค่เพียงการสร้างความสุขให้กับผู้มาเยือน แต่ยังสร้างความสุขให้กับโลกและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
©taylor gregory/Unsplash
ผลสำรวจจาก Uswitch ชี้ว่า Walt Disney World Magic Kingdom คว้าอันดับ 1 จาก 27 สถานที่ยอดฮิตทั่วโลกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด ด้วยคะแนน 56/60 ตามมาด้วย ดิสนีย์แลนด์ฮ่องกงและปารีสในท็อป 10 และโตเกียวดิสนีย์แลนด์ในท็อป 15 ซึ่งผลสำรวจดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงความพยายามและความใส่ใจที่ดิสนีย์มีให้กับสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด ทั้งยังมีการตั้งเป้าหมายสำหรับสิ่งแวดล้อมที่ต้องไปให้ถึงภายในปี 2030 อีกมากมาย อาทิ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ลดการใช้น้ำ และลดรอยเท้าพลาสติก (Plastic Footprint) ของทุกธุรกิจในบริษัท โดยไม่ลืมคำนึงถึงประสบการณ์ดี ๆ ที่นักท่องเที่ยวจะได้รับหลังจากมาผ่อนคลายในดินแดนนี้เช่นเดียวกัน
พื้นที่ขนาดใหญ่ของดิสนีย์แลนด์ที่ต้องใช้พลังงานอย่างมหาศาลต่างพึ่งพิงพลังงานสะอาดทดแทนเพื่อลดอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในปี 2020 ที่ผ่านมาดิสนีย์เปิดตัวโซลาร์ฟาร์มขนาด 270 เอเคอร์ 50+ เมกะวัตต์ข้าง Disney World Resort ซึ่งช่วยนำพลังงานแสงอาทิตย์มาจุนเจือ 2 ใน 4 ธีมพาร์คที่ออร์แลนโด ร่วมกับแผงโซลาร์เซลล์ 5 เมกะวัตต์ซึ่งเรียงตัวกันเป็น Hidden Mickey ที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2016 โดยแผงโซลาร์ขนาดใหญ่นี้สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อปีได้มากกว่า 52,000 เมตริกตันหรือเทียบเท่ากับการกำจัดรถออกจากถนน 9,300 คันต่อปี นอกจากนี้ ดิสนีย์ยังได้เริ่มต้นโครงการหลังคาแผงโซลาร์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรปด้วย โดยแผงหลังคาโซลาร์ได้รับการติดตั้งที่ดิสนีย์แลนด์ปารีสในพื้นที่ 42 เอเคอร์ และจะสร้างพลังงานสะอาดหมุนเวียนให้กับรีสอร์ต 17% ซึ่งเทียบเท่ากับการใช้พลังงานของเมืองเล็ก ๆ ต่อปี โดยมีกำหนดแล้วเสร็จภายในปี 2023 ทั้งนี้ดิสนีย์ยังไม่วายทิ้งลูกเล่นเล็ก ๆ ไว้ เมื่อแผงดังกล่าวไม่เพียงแต่เก็บพลังงานหรือกันแดดกันฝนให้กับผู้มาเยือนเท่านั้น แต่เมื่อโครงการนี้ได้รับการติดตั้งอย่างสมบูรณ์แล้ว ในยามค่ำคืนผู้คนที่ได้มีโอกาสบินผ่านเมืองวิเศษนี้ก็จะสามารถเห็นรูปเรืองแสงของมิกกี้เมาส์จากจุดหลังคาแผงโซลาร์เซลล์นี้ได้อีกด้วย ดิสนีย์แลนด์ปารีสยังใช้พลังงานความร้อนใต้พิภพมาก่อนเพื่อจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับสวนสนุกและโรงแรม รวมถึงระบบทำความร้อนของสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่นกัน พลังงานสะอาดยังถูกนำมาใช้กับอาณาจักรฝั่งเอเชีย ทั้งโตเกียวดิสนีย์แลนด์ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อจัดแสดงขบวนพาเหรด รวมถึงเซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์ที่นำพลังงานความร้อนเหลือทิ้ง (waste heat) มาใช้เป็นพลังงานในสวนสนุกจนลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 60% ส่วนพาหนะที่เคลื่อนไปรอบสวนสนุกนั้น ดิสนีย์ก็ได้แสดงออกถึงความพยายามอย่างมากที่จะลดการปล่อยก๊าซอันไม่พึงประสงค์สู่โลกที่บอบบาง โดยในขณะนี้ดิสนีย์ได้ลงทุนกับกลุ่มผู้วิจัยเพื่อค้นหานวัตกรรมเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำ และในขณะเดียวกันก็ใช้น้ำมันไบโอดีเซลรีไซเคิลจากร้านอาหารต่าง ๆ ในพื้นที่ รวมถึงก๊าซ CNG และพลังงานไฟฟ้าเพื่อขับเคลื่อนเรือในสวนสนุกให้แล่นต่อไป ทั้งนี้ดิสนีย์แลนด์ยังมีจุดชาร์จไฟสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อบริการแขกที่มาเยือน ซึ่งก็นับเป็นการสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดตั้งแต่ก่อนที่แขกจะก้าวเท้าเข้ามาในดินแดนแห่งนี้ด้วยซ้ำ
©Zino Scheers/Unsplash
หนึ่งในไฮไลต์ที่แขกจากทุกสารทิศต่างรอคอยอย่างใจจดใจจ่อก็คือการแสดงพาเหรดในยามค่ำคืนที่จะมีพลุสุดตระการตาจุดขึ้นหลังปราสาทดั่งภาพเปิดฉากในภาพยนตร์ที่เราทุกคนต่างคุ้นชิน แต่ก็เป็นที่รู้กันดีว่าการจุดพลุนั้นสร้างมลพิษทางอากาศมากมายอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ทั้งยังสร้างมลภาวะทางเสียงให้กับผู้คนรอบข้าง ซึ่งแน่นอนว่าเป็นการขัดกับความพยายามปกป้องเยียวยาสิ่งแวดล้อมอย่างสิ้นเชิง ดังนี้แล้วดิสนีย์แลนด์จึงได้พยายามหาทางคิดค้นดอกไม้ไฟที่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดแต่ยังคงให้ภาพละลานตาชวนฝันแก่ทุกคนเช่นเดิม ในปี 2004 ดิสนีย์จึงได้นำเสนอเครื่องยิงพลุไร้ควันที่ได้รับการจดสิทธิบัตรเรียบร้อย โดยใช้อากาศอัดมาทำหน้าที่แทนดินปืน 100% ทำให้การแสดงพลุแต่ละครั้งเป็นมิตรกับทั้งยังช่วยในเรื่องของการควบคุมเวลาของการปล่อยดอกไม้ไฟ และทำให้โชว์มีความอลังการมากยิ่งขึ้นด้วย
ไม่เพียงเท่านั้น ดิสนีย์แลนด์ยังมีเป้าหมายที่จะลดจำนวนขยะที่จะถูกฝังกลบให้เหลือศูนย์ด้วย ในช่วงปีที่ผ่านมา ดิสนีย์ได้เริ่มติดตั้งถังขยะสำหรับทิ้งเศษอาหารซึ่งเป็นถังขยะใบที่สามเคียงข้างกับขยะทั่วไปที่จะถูกฝังกลบและขยะรีไซเคิล และด้วยความร่วมมือจากแขกทุกท่าน ขยะเศษอาหารที่ทุกคนสละเวลาเพียงไม่กี่นาทีในการแยกทิ้งให้ถูกต้องจะถูกแปลงและส่งต่อให้กับเกษตรกรทั่วประเทศเพื่อที่จะนำไปเลี้ยงสัตว์ต่อไป นอกจากนี้ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2019 ที่ผ่านมา บริษัท เดอะ วอลต์ ดิสนีย์ ยังประกาศนโยบายเลิกใช้หลอดและช้อนพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง ซึ่งจะช่วยลดปริมาณหลอดพลาสติกได้มากกว่า 175 ล้านชิ้นและลดจำนวนขยะช้อนพลาสติกสำหรับคนเครื่องดื่มได้กว่า 13 ล้านชิ้นต่อปี ทั้งยังวางแผนที่จะลดปริมาณถุงพลาสติกและตั้งใจเลิกใช้ถ้วยโพลีสไตรีนในธุรกิจทั้งหมดอีกด้วย โดยในช่วงปีที่ผ่านมานี้เรายังเห็นสินค้าจากดิสนีย์ที่ทำมาจากวัสดุรีไซเคิล ดังเช่น แบรนด์ Mickey & Co. ที่ออกคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าและกระเป๋าที่ผลิตด้วยเส้นใยรีไซเคิลจากขวดพลาสติกกว่า 50% รวมถึงยังมีสินค้าใหม่ที่นำเสนอภายใต้ฉลาก “Play, Drink, Repeat” หรือ “Fun, Eat, Repe” เพื่อโปรโมตการใช้งานซ้ำ โดยสินค้าในกลุ่มนี้ก็อย่างเช่น หลอดดื่มน้ำซิลิโคนและขวดน้ำซิลิโคนพับได้ เป็นต้น และในช่วงต้นปีที่ผ่านมาดิสนีย์ก็ได้เปิดตัวกล่องใส่ตุ๊กตาแบบใหม่ที่ปราศจากการใช้พลาสติก โดยตัวกล่องนั้นจะทำจากกระดาษที่สามารถรีไซเคิลได้ 100% และยังสามารถแกะออกมาเพื่อสร้างเป็นฉากแสนสวยประกอบการเล่นได้ รวมถึงเก็บกลับเป็นกล่องเอาไว้ใส่ตุ๊กตาเจ้าหญิงแสนน่ารักหรือสารพัดของกุ๊กกิ๊กก็ได้เช่นกัน โดยคอลเล็กชั่นนี้เริ่มวางขายจากในเว็บไซต์ก่อนที่จะนำไปวางขายทั่วโลกภายในปีนี้
นี่เป็นเพียงแผนปฏิบัติบางส่วนที่แดนมหัศจรรย์แห่งนี้ได้ดำเนินการเพื่อสร้างความสุขให้เราและโลกไปอย่างพร้อมเพรียงกัน ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นผ่านรายงานในปี 2019 ที่แสดงให้เห็นว่าดิสนีย์สามารถลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิลงได้ถึง 47% เมื่อเทียบกับปี 2012 และยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างโลกที่ดีกว่า เพื่อหวังว่าในอนาคต คำว่าแดนมหัศจรรย์จะไม่ถูกจำกัดใช้แค่ในพื้นที่รอบรั้วเท่านั้น แต่จะเป็นนิยามของโลกทั้งใบที่ได้รับการเยียวยาและหายป่วยได้อย่างอัศจรรย์ด้วยความร่วมมือจากเราทุกคน
ที่มา :
บทความ “ดิสนีย์แลนด์ ดินแดนแห่งความสนุกที่ขับเคลื่อนเคียงข้างสิ่งแวดล้อม” โดย กนกพร กลิ่นเกลา จาก salforest.com
บทความ “Powering the Magic with Renewable Energy” จาก thewaltdisneycompany.com
บทความ “Disneyland Paris Embarks on One of the Largest Solar Canopy Energy Projects in Europe” จาก thewaltdisneycompany.com
บทความ “The world’s most eco-friendly tourist attractions, revealed” จาก uswitch.com
บทความ “Using Solar Energy To Power Disney Parks” โดย Melissa Roden จาก mickeyblog.com
บทความ “Energy Conservation and Emissions Reduction” จาก publicaffairs.disneyland.com
บทความ “ENVIRONMENTAL SUSTAINABILITY” จาก thewaltdisneycompany.com
บทความ “How Disneyland reduced the emissions from their fireworks” จาก breeze-technologies.de
บทความ “New Zero Waste Disney Initiative: Food Waste Bins in Disneyland” โดย Kristen Marron จาก piratesandprincesses.net
บทความ “Disney Expands Environmental Commitment By Reducing Plastic Waste” โดย Dr. Mark Penning จาก disneyparks.disney.go.com
บทความ “Introducing the Mickey & Co. Collection – Made with Recycled Fiber from Plastic Bottles Collected in Part from Walt Disney World Resort” โดย Laura Cirigliano จาก disneyparks.disney.go.com
บทความ “New Line Of Disney Reusable Merchandise For Earth Month” โดย Suzannah Mitchell Otis จาก vegandisneyfood.com
บทความ “First Look: Disney Announces New Plastic-Free Packaging for Classic Dolls” โดย Anthony Armenia จาก disneyparks.disney.go.com
เรื่อง : บุษกร บุปษธำรง