โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รถไฟจีน-ลาว เปิดให้บริการวันนี้ (3 ธ.ค.) ควรรู้อะไรบ้าง? ก่อนตกขบวน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 02 ธ.ค. 2564 เวลา 19.08 น. • เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2564 เวลา 19.08 น.

รวมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการเปิดให้บริการเส้นทางรถไฟสายจีน-ลาว ซึ่งจะเปิดให้บริการเที่ยวปฐมฤกษ์วันนี้

วันที่ 3 ธันวาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จะมีการเปิดให้บริการเส้นทางรถไฟสายสาธารณรัฐประชาชนจีน และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หรือ The China-Laos Railway ช่วงโบเต็น-นครเวียงจันทน์ เที่ยวปฐมฤกษ์ ในวันนี้ ซึ่งตรงกับวันสถาปนาสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวครบรอบ 46 ปี และวันก่อตั้งความสัมพันธ์ทางการทูตลาว-จีน ครบรอบ 60 ปี

ในการเปิดให้บริการเส้นทางรถไฟดังกล่าว ซึ่งนับเป็นก้าวแรกของการเชื่อมโยงระหว่างจีนกับกลุ่มประเทศในภูมิภาคอาเซียน มีเรื่องที่คนไทยควรรู้ก่อนตกขบวน ซึ่ง “ประชาชาติธุรกิจ” รวบรวมไว้ให้ดังนี้

บิ๊กโปรเจ็กต์ 6,800 ล้านเหรียญสหรัฐ

นายกวิน วิริยพานิชย์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเวียงจันทน์ สปป.ลาว เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า โครงการลงทุนรถไฟความเร็วสูง (High Speed Train) ลาว-จีน เป็นการร่วมทุนระหว่างรัฐบาลลาวและจีน มูลค่าการลงทุนประมาณ 6,000-6,800 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยฝ่ายจีนถือหุ้น 70% และรัฐบาลลาว 30%

โดยเป็นรถไฟรางเดี่ยวขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ขนาดรางกว้าง 1.435 เมตร โดยขบวนรถไฟขนส่งสินค้า กำหนดความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนรถไฟสำหรับผู้โดยสารกำหนดความเร็ว 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทั้งนี้ ระบบได้ออกแบบเผื่อไว้สำหรับการเดินทางพื้นที่ราบตั้งแต่วังเวียงถึงนครหลวงเวียงจันทน์ ให้สามารถวิ่งได้เร็วถึง 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

โครงการรถไฟลาว-จีน ประกอบด้วย 32 สถานี ซึ่งแยกเป็นสถานีรถไฟขนส่งสินค้าทั้งหมด 22 แห่ง สถานีโดยสาร 10 แห่ง มีสถานีหลัก 5 แห่ง ได้แก่ 1) สถานีบ้านนาเตย 2) สถานีบ้านถิ่น-นาแล เมืองไซ แขวงอุดมไซ 3) สถานีแขวงหลวงพระบาง 4) สถานีวังเวียง 5) สถานีนครหลวงเวียงจันทน์ ผ่านอุโมงค์ 75 แห่ง ความยาวโดยรวมประมาณ198 กิโลเมตร และสะพานรถไฟ 163 แห่ง รวมระยะทางประมาณ 61 กิโลเมตร

“การเดินทางโดยใช้รถไฟความเร็วสูงจากลาวไปจีน ใช้เวลาประมาณ 7-8 ชั่วโมงถึงจีน แต่หากเป็นการขนส่งสินค้าใช้เวลา 10-12 ชั่วโมง โดยประมาณ เป็นการใช้ระยะเวลาในการเดินทางปกติและขนส่งสินค้าได้เร็วมาก หากเมื่อเทียบจากการเดินทางโดยรถทั่วไป หรือรถขนส่งสินค้า ดังนั้นจะเห็นว่าจะทำให้การเดินทางสะดวกมากขึ้น ไม่เพียงประชาชน นักท่องเที่ยว หรือการขนส่งสินค้าทั้งจากลาวไปจีน หรือจากจีนมาลาว”

นายกวินกล่าวอีกว่า ก่อนที่จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ทางลาวได้จัดส่งบุคลากรที่ไปฝึกอบรมการให้บริการที่จีน 200-300 คน เพื่อเตรียมความพร้อมและให้มีองค์ความรู้ในการให้บริการเดินรถไฟความเร็วสูง ส่วนการบริหารจัดการการให้บริการ รวมไปถึงการคิดค่าบริการ โดยส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทจีนที่เป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ในการจัดการทั้งหมด

รถไฟจีน-ลาว เกี่ยวกับไทยอย่างไร ?

จีนได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาสู่การก้าวเป็นชาติมหาอำนาจอันดับ 1 ที่มีอิทธิพลต่อกลุ่มประเทศภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative, BRI) ซึ่งเป็นหลักคิดในการสร้างเครื่องมือ ในการเชื่อมโยงระบบขนส่งทางรางในรูปแบบของรถไฟฟ้าความเร็วสูง ซึ่งในอนาคตจีนยังต้องการเชื่อมผ่านไทยลงไปถึงสิงคโปร์อีกด้วย

เมื่อปี 2560 มีการทำ MOU บันทึกความร่วมมือ 3 ประเทศระหว่าง ไทย-ลาว-จีน เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางและการขนส่งสินค้าข้ามแดนเพื่อพัฒนาระบบโลจิสติกส์ผ่านการขนส่งทั้งทางราง ทางถนน ทางอากาศและทางเรือ เพื่อสร้างโอกาสและการเติบโตของการส่งออกการนำเข้าของประเทศไทยต่อไปในอนาคตโดยมีอีสานเป็นระเบียงเศรษฐกิจใหม่ (Esan New Economic Corridor)

ทั้งนี้ โครงการรถไฟความเร็วสูงจากจีน-ลาว ใช้เวลาก่อสร้างอีก 5-7 ปี และโครงการรถไฟทางคู่ที่จะไปเชื่อมต่อใช้ระยะเวลาพัฒนาอีก 4-5 ปี จะเกิดการเชื่อมโยงโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ และไทยจะเป็นประตูการค้าการลงทุนที่สำคัญของภูมิภาค

นายมงคล วิศิษฎ์สตัมภ์ กงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง กล่าวว่า ผู้ประกอบการไทยควรฉวยโอกาสนี้ขนส่งสินค้าข้ามแม่น้ำโขงจาก สปป.ลาว ไปจีน เพราะจีนเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกา อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจขยายตัวเฉลี่ย 6.4% มีประชากรกว่า 1,412 ล้านคน รายได้เฉลี่ยต่อคนนับหมื่นดอลลาร์สหรัฐต่อปี เป็นตลาดการค้าขนาดใหญ่

การเปิดเดินรถไฟความเร็วสูงเชื่อมระหว่าง จีน-สปป.ลาว ถือเป็นการพลิกโฉมภาคการขนส่ง ทั้งคนและสินค้าได้ภายใน 1 วัน ลดเวลาการขนส่งสินค้าทางถนนและทางเรือที่ใช้เวลามากกว่า ปัจจุบันสินค้าไทยที่ส่งไปจีนส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกษตรและผลไม้ ถัดมาคือสินค้าสุขภาพและความงาม การขนส่งทางรางเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการส่งสินค้าที่ราคาถูกลง สะดวกและรวดเร็ว

การเตรียมความพร้อมเชื่อมโยงรถไฟไทย-ลาว-จีน

ก่อนหน้านี้ กระทรวงคมนาคมรายงานว่า การเชื่อมทางรถไฟความเร็วสูงในส่วนของไทยยังอยู่ระหว่างดำเนินการ เช่น การก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ระยะที่ 1 ช่วง กรุงเทพฯ-นครราชสีมา มีระยะทาง 253 กม. กำหนดเปิดให้บริการ ปี 2569 สำหรับระยะที่ 2 นครราชสีมา-หนองคาย มีระยะทาง 356 กิโลเมตร ปัจจุบันได้ออกแบบรายละเอียดโดยมีกำหนดเปิดให้บริการ ปี 2571

ดร.พิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางราง กล่าวว่า มีการเตรียมความพร้อมสำหรับแนวทางการเชื่อมโยงรถไฟไทย-ลาว-จีน เพื่อรองรับการขนส่งระหว่างประเทศ ดังนี้

1.การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งใหม่ โดยจะแยกเป็นสะพานเฉพาะสำหรับการเดินรถไฟเท่านั้น รวมทั้งการจัดเตรียมพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับปริมาณการขนส่งที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต

2.การบริหารจัดการใช้ทางรถไฟและการใช้สะพาน เป็นการบริหารจัดการการใช้ทางรถไฟและการใช้สะพานเดิม (ระหว่างรอการก่อสร้างสะพานแห่งใหม่) ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาหาข้อสรุปร่วมกันระหว่าง 3 ประเทศ

3.การพัฒนาพื้นที่ศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้าทางรถไฟ ระยะเร่งด่วนและระยะยาว การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) อยู่ระหว่างการพิจารณาพัฒนาพื้นที่รองรับโครงการรถไฟความเร็วสูงและรถไฟทางคู่และเตรียมพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกให้สามารถรองรับการแลกเปลี่ยนสินค้าจากรถไฟที่เข้ามาจากจีนและลาว และส่งออกไปยังลาวและจีน

โดยตั้งอยู่ในพื้นที่ด้านหลังของลานขนถ่ายสินค้า สำหรับกองเก็บตู้สินค้าประเภทต่าง ๆ รวมถึงอาคารสำนักงาน, คลังสินค้า และอาคารประกอบอื่น ๆ ของหน่วยงานที่เกี่ยวกับการนำเข้า-ส่งออก รวมถึงศูนย์การเอกซเรย์ (X-ray) ตู้สินค้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้มาใช้บริการแบบ One-Stop Service โดยจะพัฒนาศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้า (Transshipment Yard) และย่านกองเก็บตู้สินค้า (Container Yard)

ปัจจุบัน ร.ฟ.ท.อยู่ระหว่างของบประมาณเพื่อดำเนินการศึกษาและวิเคราะห์การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ โครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้าและย่านกองเก็บตู้สินค้าเพื่อรองรับการขนส่งทางราง จังหวัดหนองคาย ตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 คาดว่าจะสามารถคัดเลือกเอกชนผู้เข้าร่วมลงทุนแล้วเสร็จประมาณ 2 ปี

จุดอ่อน-จุดแข็ง

นายวราวุธ มีสายญาติ นายกสมาคมนักธุรกิจไทยใน สปป.ลาว กล่าวว่า ภาคเอกชนไทยทั้งในลาวและในไทยเอง มองผลจากการเปิดรถไฟความเร็วสูงลาว-จีนไว้ 3 ด้าน คือ ด้านการค้าสินค้า ซึ่งมีทั้งบวกและลบ โดยผลกระทบด้านลบคือโอกาสที่สินค้าจีนจะเข้ามาลาว หรือกระจายเข้ามาในไทย หรือประเทศในภูมิภาคจะง่ายขึ้น เพราะใช้ระยะเวลาในการขนส่งเพียง 15-15 ชั่วโมง จากปกติ 1-2 วัน

ต่อไปไทยจะรับมือสินค้าจีนอย่างไร ส่วนผลกระทบทางบวกการขนส่งสินค้าไทย โดยเฉพาะผลไม้ เช่น ทุเรียน มังคุด ลำไย ไปจีนสะดวกและเร็วขึ้น ผลไม้มีความสดใหม่ การขนส่งสินค้าอื่น ๆ และจะช่วยเหลือในการลดต้นทุนค่าขนส่งออกไปด้วย

นอกจากนี้ ในเรื่องของการลงทุนและด้านการท่องเที่ยว ส่วนใหญ่มองเป็นผลบวกมากกว่าผลกระทบ เมื่อรถไฟเปิดการลงทุนโดยรอบก็จะขยายตัว อีกทั้งลาวยังต้องการดึงนักลงทุน โดยเฉพาะไทยเข้าไปลงทุนในการผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกไปจีนด้วย ซึ่งเป็นโอกาสของไทยและสอดคล้องกับนโยบายรัฐที่ต้องการส่งเสริมนักลงทุนไทยไปลงทุนในต่างประเทศ

ขณะที่ด้านการท่องเที่ยวเส้นทางรถไฟเป็นเส้นทางที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทาง ซึ่งเชื่อว่าคนจีนจะใช้เส้นทางนี้เข้ามาท่องเที่ยวทั้งในลาว รวมไปถึงไทย โดยไทยจะดำเนินการอย่างไรเพื่อดึงโอกาสนี้ โดยเฉพาะจังหวัดหนองคายที่จะสร้างจุดเด่นเพื่อดึงการท่องเที่ยวจากคนจีนอย่างไร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...