โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยุคที่ไวรัสยังระบาด และฝุ่น PM 2.5 กลับมา ระวังให้ดี “อย่าเจ็บคอ”

ADVERTORIAL

เผยแพร่ 26 ธ.ค. 2564 เวลา 17.00 น.

สถานการณ์โควิดเริ่มจะดีขึ้น พอให้หายใจได้คล่องคอกันไม่นาน ก็ถึงเวลาต้องมาตั้งรับใส่หน้ากากให้หนากว่าเดิมเพื่อป้องกันวิกฤตฝุ่น PM 2.5 ที่กำลังจะกลับมาแพร่กระจายหนักในช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ เพราะอานุภาพของฝุ่นช่วงนี้จะรุนแรงถึงระดับที่ไม่ดีต่อสุขภาพ พร้อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบทางเดินหายใจ ที่สำคัญเมื่อได้รับเข้าไปในปริมาณที่มากก็อาจเสี่ยงต่อ “อาการเจ็บคอ” ที่ทำให้ต้องกลับมากังวลกันอีกว่า #ติดหรือยัง หรือจริงๆ แล้วแค่เป็นหวัด หรือกำลังเจอกับปัญหาโรคติดเชื้อที่ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน

ดังนั้นยุคนี้อย่าเจ็บคอดีที่สุด! เพราะอาการเจ็บคอคือสัญญาณอันตรายเป็นบ่อเกิดของโรคภัยไข้เจ็บ ตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงปัญหาใหญ่ ดังนั้นขอให้ย้ำกับตัวเองว่าการ์ดอย่าตก ระวังให้รอบด้านทั้งฝุ่น ทั้งโควิด และเชื้อไวรัสต่างๆ พยายามใส่หน้ากากเป็นประจำ ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์อยู่เสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ

ต้นเหตุของอาการเจ็บคอ

เมื่อต้องระวัง #อย่าเจ็บคอ มาลองดูกันดีกว่าว่าอะไรคือสาเหตุของอาการเจ็บคอเพื่อจะได้ระวังได้ถูกและไม่ให้รู้สึกเจ็บคอจนต้องมานั่งกังวลว่า #ติดหรือยัง

1. เผชิญกับฝุ่น PM 2.5

ฝุ่นอาจทำให้มีอาการของโรคคออักเสบที่จะทำให้มีอาการเจ็บคอ ยิ่งถ้าเป็นฝุ่นจิ๋วขนาดเล็กที่ร่างกายไม่สามารถดักกรองไว้ได้จะตรงเข้าไปฝังในระบบหายใจส่งผลให้คออักเสบ ก่อนจะเข้าไปฝังในปอดและส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยตรง มีตั้งแต่อาการที่ไม่รุนแรง คือไอ จาม น้ำมูก จนถึงการอักเสบของไซนัส เจ็บคอ หรือมีไข้ แต่ถ้าได้รับในปริมาณที่มากก็อาจส่งผลรุนแรงถึงขั้นเป็นต้นตอของมะเร็ง จากการที่มีฝุ่นซึ่งถือว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในลำคอระหว่างสูดอากาศหายใจ ซึ่งหากยังได้รับฝุ่นอยู่มาก ๆ อาจเสี่ยงคออักเสบเรื้อรังได้

2. ติดเชื้อทางเดินหายใจจากเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย

อาการเจ็บคอที่เกิดจากติดเชื้อไวรัสจะทำให้รู้สึกเจ็บคอ ร่วมกับมีไข้ มีน้ำมูก ไอ และจาม ซึ่งคุณอาจจะแค่เป็นหวัด หรือได้รับเชื้อโควิด 19 ก็เป็นได้ อีกทางอาการเจ็บคอที่มาจากเชื้อแบคทีเรีย ส่วนใหญ่จะมีไข้สูง ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ ซึ่งควรจะต้องได้รับยาปฏิชีวนะเพื่อให้อาการดีขึ้น

3. สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

หนึ่งในต้นเหตุของอาการเจ็บคอคือสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย เดี๋ยวร้อนจัด เดี๋ยวเย็น เดี๋ยวเจออากาศชื้นทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทันจนส่งผลต่อภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยเฉพาะช่วงนี้เริ่มย่างกรายเข้าสู่หน้าหนาวแล้ว นอกจากอากาศแห้งทำให้เจ็บคอได้ง่ายแล้ว ยังส่งผลให้เป็นต่อมทอนซิลอักเสบได้อีกด้วย

4. พักผ่อนไม่เพียงพอ

การพักผ่อนน้อยส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันต่ำ ป่วยง่าย และเกิดอาการเจ็บคอตามมาด้วยได้เช่นกัน

เคล็ดลับบรรเทาอาการเจ็บคอ

ในช่วงนี้ที่ทุกอย่างกลับมาสู่ความ New Normal หลายคนกลับไป Work from Office เหมือนเดิม ยิ่งต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ และทั้งหมดนี้คือเคล็ดลับที่จะช่วยป้องกันและบรรเทาอาการเจ็บคอได้

- ใส่หน้ากากที่มีประสิทธิภาพสามารถป้องกันได้ทั้งฝุ่น PM 2.5 และเชื้อไวรัส พร้อมทั้งติดตั้งเครื่องกรองอากาศ

- ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์

- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำเยอะๆ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

- ลดการใช้เสียง ลดการกินของมันของทอด

แต่จะดูแลตัวเองดีแค่ไหน ก้ยังมีโอกาสเกิดอาการเจ็บคอได้อยู่ดี เพราะฉะนั้นอีกหนึ่งเคล็ดลับสำคัญที่จะช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอได้อย่างดีคือ “พกสเปรย์พ่นคอเยอรมันคาโมไมล์” ติดตัวไว้ มีอาการคันคอ ระคายคอ เจ็บคอเมื่อไหร่ให้พ่นสเปรย์ทันที อย่ารอจนเป็นหนัก และพยายามดื่มน้ำเยอะๆ

สเปรย์พ่นคอเยอรมันคาโมไมล์ มีสารสกัดจากดอกเยอรมันคาโมไมล์ ช่วยต้านอาการอักเสบ ลดอาการเจ็บคอได้ดี เพราะทำจากสารสกัดจากธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมีส่วนประกอบสำคัญจากธรรมชาติ อาทิ น้ำมันเปปเปอร์มินท์ น้ำมันผกากรอง น้ำมันโป๊ยกั๊ก น้ำมันยูคาลิปตัส น้ำมันสน น้ำมันมะกรูด และน้ำมันระกำ ซึ่งมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาช่วยฆ่าเชื้อ ต้านการอักเสบได้อย่างดี สามารถใช้รักษาทอนซิลอักเสบ และแผลร้อนในได้ สามารถฉีดได้บ่อยๆ เพราะปลอดภัย ไม่ปรุงแต่ง และไม่มีน้ำตาล

เริ่มมีอาการเจ็บคอ คันคอ ระคายคอเมื่อไหร่ก็หยิบมาพ่นได้เลย ไม่ต้องรอให้เป็นหนัก โดยพ่นครั้งละ 2 พัฟเมื่อมีอาการสามารถหาซื้อได้ง่ายที่ร้านขายยาทั่วไป

Loading...
Loading...
Loading...