โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

สาวกเศร้า! Ford Ranger Raptor กระบะโหดตอนครึ่ง…ไม่มีวันจำหน่าย

Car2day

อัพเดต 07 เม.ย. 2565 เวลา 04.19 น. • เผยแพร่ 06 เม.ย. 2565 เวลา 03.00 น. • Car2Day

หลังจากเปิดตัว Ford Ranger กระบะเจนใหม่ ที่มีทั้งรุ่นปกติ และรุ่นโหด Ford Ranger Raptor เจนใหม่ ออกจำหน่ายเป็นทางการ

Ford

โดยไทยเป็นที่แรกของโลกที่เปิดราคาเปิดรับจองนอกจากเผยตัวจริง แต่สำหรับ Ford Ranger Raptor เจนใหม่ ที่เปิดตัวนั้นจะจำหน่ายแค่รุ่นสี่ประตู แต่มีเสียงคนใช้รถกระบะไม่ว่าทั้งไทยและเทศกลุ่มหนึ่งต่างอยากเห็นกระบะโหดเวอร์ชั่นแค็ปตอนครึ่งออกจำหน่ายด้วยแต่ว่าความหวังได้ดับสูญไปเมื่อ นาย Ian Foston หัวหน้าทีมวิศวกร Ford Ranger ใหม่ ให้สัมภาษณ์กับ ทางเว็บรถยนต์ออสเตรเลีย อย่าง Drive ว่า “ลูกค้าของ Ford Ranger Raptor ที่เราวิจัยและเก็บข้อมูลมานั้นส่วนมากต้องการกระบะสี่ประตูมากกว่าแค็ปตอนครึ่ง

Ford

แต่ว่าด้วยบอดี้แค็ปตอนครึ่งกับสี่ประตูมีความแตกต่างในการกระจายน้ำหนัก น้ำหนักของการบรรทุก ตลอดจนความซับซ้อนในการผลิตการประกอบ แถมยังต้องลงทุนปรับไลน์ พัฒนารถซึ่งต้องเสียเวลาลงทุนลงแรงไปอาจยังไม่คุ้มในตอนนี้ แต่ก็มันไม่แน่เสมอไปถ้าลูกค้าร้องขอขึ้นมาจริงๆก็พร้อมที่จะพัฒนาเพื่ออกจำหน่าย

Ford

1 of 3

สำหรับ Ford Ranger Raptor เจนใหม่ที่จำหน่ายในไทย ออสเตรเลีย และบางประเทศที่จะเปิดตัวขายเพียงแค่รุ่นสี่ประตูเท่านั้น โหดดุดันสมกับสมรรถนะที่ได้รับการยกระดับไปอีกขั้น ทั้งซุ้มล้อที่ใหญ่ขึ้นเพิ่มความกว้างของรถ ไฟหน้าใหม่รูปตัว C แบบ Matrix LEDพร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวัน Daytime running lights แบบ LED เพิ่มประสิทธิภาพในการส่องสว่างขึ้นอีกระดับ ตัวอักษร F-O-R-D ขนาดใหญ่บนกระจังหน้ากันชนที่เป็นอิสระ ล้ออัลลอยใหม่ขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง Performance All-Terrain BFGoodrich K02 High T285/70 R17 ด้านหลังใช้ไฟท้าย LED กันชนหลังสีเทาเข้มมีบันไดเหยียบเพื่อขึ้นกระบะท้าย และชุดลากในตัวที่ติดตั้งในตำแหน่งสูงเพื่อเพิ่มมุมจาก และกล้องรอบคัน 360 องศาและความสามารถในการลุยน้ำ 850 มม.

Ford

สุดยอดสมรรถนะจากเครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร EcoBoost V6 เทอร์โบคู่ 397 แรงม้า ที่ 5,650 รอบต่อนาที และแรงบิด 583 นิวตันเมตร ที่ 3,500 รอบต่อนาที พร้อมระบบป้องกันการรอรอบ (Anti-Lag System – ALS) เป็นส่วนหนึ่งของโหมด BAJA และเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบคู่ YN2Q 2.0 ลิตร 210 แรงม้า ที่ 3,750 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตรที่ 1,750-2000 รอบ/นาที ทั้งสองขนาดมาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด พร้อมโหมดปรับเสียงให้เลือกได้ถึง 4 โหมด  โหมดเงียบ Quiet โหมดปกติ Normal โหมดสปอร์ต Sport และ โหมดบาฮา Baja ตะลุยออฟโรดได้ดียิ่งกว่าเดิม ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา ดิฟล็อก 4 ล้อครั้งแรกพร้อมลุยทุกสภาพพื้นผิวด้วยโหมดการขับขี่ 7 โหมด โดยใช้ระบบเกียร์ไฟฟ้าใหม่ที่ปรับได้ 2 ระดับ และยังมาพร้อมระบบควบคุมเฟืองท้ายคู่หน้าและหลัง แบบ locking differentials ครั้งแรก นับเป็นคุณสมบัติที่ตอบโจทย์คอออฟโรดตัวจริง

Ford

พร้อมช่วงล่างที่มีปีกนกบนและล่างใหม่ที่ทำจากอลูมิเนียมที่แข็งแรง แต่มีน้ำหนักเบา พร้อมวัตต์ลิงก์ด้านหลังที่พัฒนามาเพื่อให้เจ้าของรถขับขี่ด้วยความเร็วสูงบนถนนขรุขระได้อย่างมั่นใจและใช้ประโยชน์สูงสุดจากโช้คแบบ Live Valve  Internal Bypass ขนาด 2.5 นิ้ว ของ FOX ระบบช่วงล่างของรถปรับได้แบบเรียลไทม์เพื่อประสบการณ์การขับขี่ทางเรียบที่เหนือระดับ โดยขายในไทยเพียง 1,869,000 บาท

ที่มา Drive

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...