โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ช็อก! สาวรื้อรถหาหูฟังที่หล่นหาย แต่กลับเจออุปกรณ์สะกดรอย 4 ชิ้นซ่อนอยู่โดยไม่รู้ตัว

เดลินิวส์

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 18.50 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 14.00 น. • เดลินิวส์
หญิงสาวจากเนแบรสกาต้องตกใจอย่างมากเมื่อเธอพบว่ามีผู้แอบติดตั้งอุปกรณ์ติดตามตำแหน่งในรถของเธอถึง 4 ชิ้นโดยที่เธอไม่รู้ตัว

เมื่อไม่นานมานี้ หญิงสาวนิรนามคนหนึ่งจากรัฐเนแบรสกาเผยประสบการณ์ที่รบกวนจิตใจเธออย่างมากต่อทีมสืบสวน First Alert 6 ของสำนักข่าวท้องถิ่น WOWT แห่งเมืองโอมาฮา รัฐเนแบรสกา

เธอเล่าว่า มีอยู่วันหนึ่ง ขณะที่กำลังค้นหาหูฟังแอร์พอดส์ซึ่งเธอทำหล่นหายอยู่ภายในตัวรถของเธอเอง ตรงจุดระหว่างเบาะนั่งกับที่พักแขน สิ่งที่เธอพบกลับไม่ใช่หูฟัง แต่เป็นอุปกรณ์ติดตามตำแหน่งที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนและไม่ได้เป็นคนติดตั้งเอาไว้

“ฉันกลัวที่จะออกจากบ้านและพาสุนัขออกไปเดินเล่น เพราะฉันไม่รู้ว่า ‘เขา’ จะซุ่มอยู่ที่นั่นไหม หรือเขาจะทำอะไรหรือเปล่า” เหยื่อสาวเล่าถึงความรู้สึกของเธอ

หลังจากนั้น เธอลองใช้อุปกรณ์ส่องกล้องของช่างประปาและอุปกรณ์ตรวจจับเครื่องติดตามตำแหน่งหรือเครื่องสะกดรอย ลองตรวจสอบบริเวณใต้ท้องรถของเธอ ผลที่ได้ยิ่งน่าขนลุกมากขึ้นไปอีก เมื่อเธอเจออุปกรณ์ติดตามตำแหน่งถึง 4 ชิ้นที่ติดตั้งแยกกัน โดยแต่ละชิ้นซ่อนอยู่ในที่ใส่กุญแจติดแม่เหล็กและติดตั้งไว้อย่างแนบเนียนที่ใต้ท้องรถของเธอ

แม้จะมีผู้ต้องสงสัยอยู่ในใจ แต่การค้นพบอุปกรณ์สะกดรอยทั้ง 4 ชิ้นไม่เพียงพอที่จะใช้เป็นหลักฐานยืนยันว่าอดีตแฟนของเหยื่อสาวเกี่ยวข้องด้วย กฎหมายว่าด้วยการสะกดรอยทางอิเล็กทรอนิกส์ของเนแบรสกายังไม่ได้คุ้มครองเหยื่ออย่างเต็มรูปแบบ ไม่มีการห้ามการใช้อุปกรณ์ติดตามโดยไม่ได้รับความยินยอมอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออุปกรณ์เหล่านั้นถูกซ่อนอยู่ในยานพาหนะหรือทรัพย์สินส่วนตัวของบุคคล

ลีห์แอนดรา แฮซเลตต์ รองอัยการเขตซาร์ปีเคาน์ตีกล่าวกับทีมข่าวสืบสวน First Alert 6 ว่า “ปัญหาของกฎหมายคือไม่มีข้อห้ามไม่ให้บุคคลใช้แอร์แท็กหรืออุปกรณ์อื่น ๆ เพื่อติดตามบุคคลอื่นโดยไม่ได้รับความยินยอม”

ส่วนคำจำกัดความของการสะกดรอยตามกฎหมายเนแบรสกานั้นคือ “บุคคลใดก็ตามที่จงใจก่อกวนบุคคลอื่น หรือสมาชิกในครอบครัวหรือครัวเรือนของบุคคลดังกล่าวด้วยเจตนาที่จะทำร้าย ทำให้ตกใจ คุกคาม หรือข่มขู่ ถือเป็นการกระทำความผิดฐานสะกดรอยตาม”

ซึ่งในกรณีของหญิงสาวผู้นี้ การกระทำของผู้สะกดรอยยังไม่ครบองค์ประกอบการกระทำผิดตามกฎหมาย หญิงสาวที่ตกเป็นเหยื่อและ สงสัยว่าอดีตแฟนที่ชอบใช้ความรุนแรงกำลังแอบติดตามเธออยู่ กำลังเรียกร้องให้ผู้ร่างกฎหมายปิดช่องว่างในการสะกดรอยทางดิจิทัลด้วย

สำหรับข้อควรปฏิบัติเมื่อพบว่าตัวเองโดนบุคคลอื่นแอบสะกดรอยด้วยอุปกรณ์ติดตามตำแหน่ง นอกเหนือจากใช้แอปตรวจจับอุปกรณ์แล้ว ควรติดตั้งกล้องติดหน้ารถและกล้องมองหลังเพื่อบันทึกภาพกิจกรรมที่น่าสงสัย

จุดที่ควรตรวจสอบเมื่อสงสัยว่าโดนติดตั้งอุปกรณ์สะกดรอย ได้แก่ ใต้ซุ้มล้อ กันชน ป้ายทะเบียน นอกจากนี้การใช้แอปสแกนการเชื่อมต่อบลูทูธยังช่วยตรวจจับอุปกรณ์ที่น่าสงสัยหรือไม่รู้จักในบริเวณใกล้เคียงได้

หากพบอุปกรณ์สะกดรอยที่ไม่รู้จัก อย่าถอดออกทันที ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อน เพื่อจะได้บันทึกการพบเห็นไว้เป็นหลักฐาน

ขั้นตอนเชิงรุกเหล่านี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่สืบสวนรวบรวมข้อมูลเพียงพอที่จะจับกุมตัวไมเคิล โฮเออร์แมน วัย 48 ปี ว่าเป็นผู้ต้องสงสัยติดตั้งอุปกรณ์สะกดรอยเหยื่อสาวนิรนาม ซึ่งต่อมาเขาก็รับสารภาพต่อข้อหาลักลอบติดตามบุคคลอื่นโดยไม่ได้รับความยินยอม มีความผิดทั้งคดีอาญาและคดีลหุโทษ รวมถึงการละเมิดคำสั่งคุ้มครองเหยื่อ ขณะนี้เขาโดนคุมขังโดยมีวงเงินประกันตัว 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.6 ล้านบาท) และมีกำหนดตัดสินโทษในต้นเดือนกันยายนที่จะถึงนี้

ที่มา : moneywise.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...