โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

AI แก้โกง ลุยต่อ! วิเคราะห์ข้อมูลเส้นเงินพรรคการเมืองไทย

Manager Online

เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 03.57 น. • MGR Online

ไม่ใช่เข็นครกขึ้นภูเขา แต่เป็นการเข็นปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้เป็นเครื่องมือเปลี่ยนสังคมไทยไร้โกง ล่าสุด OECD กระตุกประเทศไทยให้โยงข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐกับข้อมูลนิติบุคคล และรายชื่อผู้มีอิทธิพลที่มีเอี่ยวกับเส้นเงินพรรคการเมือง ด้านนักวิชาการหนุนประเทศไทยใช้ AI และ Open Data ขับเคลื่อนงานป้องกันคอร์รัปชันตั้งแต่ต้นทาง

เอโลดี เบธ ซอ (Elodie Beth Seo) ผู้จัดการอาวุโสจากองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาหรือ OECD (The Organisation for Economic Co-operation and Development) กล่าวในเวทีเสวนา “Corruption Disruptors: Empowering AI to Fight Corruption” ถึงแนวโน้มโซลูชันเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับการคอร์รัปชันระดับโลกในปัจจุบันว่า AI กลายเป็นเครื่องมือ 2 มุมที่สามารถถูกใช้งานทั้งในทางที่ถูกและผิด โดยแม้จะสามารถนำไปพัฒนาระบบตรวจสอบความเสี่ยงการคอร์รัปชันได้ แต่อีกด้านก็เอื้อให้เกิดการฟอกเงินผ่านคริปโทเคอร์เรนซี ซึ่งปัจจุบันกว่า 23% ของธุรกรรมที่เกี่ยวข้องเป็นธุรกรรมผิดกฎหมาย

สำหรับการกำหนดกลยุทธ์ต่อต้านคอร์รัปชันของประเทศไทย แม้ OECD ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศได้ร่วมมือกับ World Justice Project ในประเทศไทย เชื่อมโยงข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐกับข้อมูลนิติบุคคลและรายชื่อผู้มีอิทธิพลทางการเมือง (PEPs) เพื่อคัดกรองความเสี่ยงการทุจริตผ่านเว็บไซต์ ACT Ai แล้ว แต่ก็มองว่าไทยยังคงมีจุดที่ต้องพัฒนาเพิ่มเติมเพื่อเสริมความโปร่งใสในกระบวนการทำงานของภาครัฐ โดยเฉพาะการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ (Open Data) ที่ต้องผลักดันต่อให้เกิดการเปิดเผยอย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถนำไปวิเคราะห์ได้ ขณะเดียวกันก็ควรพัฒนากฎหมายการลงโทษสินบน และลดความซ้ำซ้อนของหน่วยงานตรวจสอบ

***ACT Ai ก้าวใหญ่ต้านโกง

ในอดีต ข้อมูลภาครัฐ โดยเฉพาะเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง เป็นเรื่องที่ซับซ้อน เข้าถึงยาก กระจัดกระจาย และแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่ประชาชนทั่วไปจะตรวจสอบได้ แต่ตอนนี้ประเทศไทยมี "ACT Ai" ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มฐานข้อมูลเปิดขนาดใหญ่ (Open Data Platform) ที่พัฒนาโดยองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เพื่อทยายอุปสรรคในการเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ให้กลายเป็นเรื่องง่าย และเข้าใจได้สำหรับทุกคน

ACT Ai ไม่ใช่แค่เว็บไซต์ธรรมดา แต่เป็นเครื่องมืออัจฉริยะที่ใช้ AI มาช่วยรวบรวม วิเคราะห์ และแสดงผลข้อมูลโครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐในรูปแบบที่เข้าใจง่าย ทำให้ทุกคนสามารถตรวจสอบความโปร่งใส และชี้เป้าความเสี่ยงการทุจริตได้ด้วยตัวเอง

ที่น่าตื่นเต้นคือเวอร์ชันล่าสุด ACT Ai ได้เพิ่มขีดความสามารถที่ล้ำสมัยหลายด้าน ทั้งการเพิ่มชุดข้อมูลเกี่ยวกับผู้บริจาคพรรคการเมือง และความเชื่อมโยงกับบริษัทที่ได้รับงานจัดซื้อจัดจ้าง ขณะเดียวกันก็รวบรวมข้อมูลกรรมการบริษัทที่มีตำแหน่งทางการเมือง พร้อมกับวิเคราะห์ความเชื่อมโยงระหว่างนิติบุคคลกับพรรคการเมือง

AI ของระบบยังวิเคราะห์ความเสี่ยงที่ช่วยระบุโครงการที่มีความผิดปกติ ที่ควรได้รับการตรวจสอบเพิ่มเติมได้อย่างแม่นยำ พลังของ AI ที่เข้ามาช่วยจับตาดูความโปร่งใสแบบเรียลไทม์ถูกเชิดชูว่าสามารถเปิดโปงกรณีทุจริตระดับชาติมาแล้วหลายกรณี ไม่ว่าจะเป็นโครงการเสาไฟกินรีมูลค่ากว่า 600 ล้านบาท ที่มีการติดตั้งในพื้นที่รกร้าง หรือการจัดซื้อจัดจ้างของสำนักงานประกันสังคมในการจัดทำปฏิทินและแอปพลิเคชันที่ใช้งบประมาณสูงถึง 850 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังช่วยเปิดเผยโครงการที่เข้าข่ายล็อคสเปค หรือฮั้วประมูลอีกมากมาย

***วอนรัฐคายข้อมูล

ดร.มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เน้นย้ำว่า แม้แพลตฟอร์มอย่าง ACT AI จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อมีฐานข้อมูลที่ดี เปิดเผย และเชื่อมโยงกันได้จากทุกภาคส่วน ความเห็นนี้สอดคล้องกับ พันธ์ศักดิ์ เสตเสถียร จาก PwC Thailand ที่ชี้ว่าข้อมูลไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นทรัพยากรของชาติ หรือ "Open Data" ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้

รศ.ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค ผู้อำนวยการศูนย์ KRAC เสริมว่าหากอยากให้ AI ทำงานได้จริง ข้อมูลจากทุกหน่วยงานต้องเชื่อมโยงกันได้ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน และเข้าถึงง่าย ซึ่งปัจจุบันหลายประเทศได้นำ AI มาเสริมการทำงานภาครัฐเพื่อป้องกันการทุจริตแล้ว

ตัวอย่างพื้นที่ที่ได้นำ AI มาเสริมการทำงานภาครัฐเพื่อป้องกันการทุจริตแล้ว คือเกาหลีใต้ที่ใช้ระบบจัดซื้อจัดจ้างอิเล็กทรอนิกส์ (KONEPS), บราซิลได้พัฒนาแพลตฟอร์ม LabContus เพื่อตรวจสอบความผิดปกติ, สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลเรียลไทม์เพื่อตรวจจับพฤติกรรมต้องสงสัย, ฮ่องกง ได้เปิดหลักสูตรอบรมเจ้าหน้าที่รัฐให้ใช้ AI ต้านโกง และอินโดนีเซีย มีระบบ One Data Indonesia ที่ช่วยให้หน่วยงานรัฐแชร์ข้อมูลกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการจัดซื้อจัดจ้าง เรื่องเกี่ยวกับทรัพย์สิน หรือการระบุทรัพย์สินที่ผิดปกติ

ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ประธานสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ชี้ว่าเฉพาะแค่การ "จับคนโกง" อย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ ประเทศไทยควรสร้างระบบที่ป้องกันตั้งแต่แรก เหมือนกับนโยบาย Open Government สมัยประธานาธิบดีโอบามา ที่เปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย โดยไทยสามารถนำแนวคิดนี้มาปรับใช้ เช่น การปลดล็อกข้อมูลภาครัฐในรูปแบบที่สามารถนำไปวิเคราะห์ต่อได้

ถึงแม้การเปลี่ยนแปลงในระดับนโยบายอาจต้องใช้เวลา แต่ผู้ร่วมเสวนาทุกคนเห็นตรงกันว่า "พลังของภาคประชาชน" คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด ซึ่งเมื่อรวมพลังกับกลไกที่ถูกต้อง ก็สามารถเปลี่ยนระบบให้ใสสะอาดขึ้นได้

สำหรับเวทีเสวนา “Corruption Disruptors: Empowering AI to Fight Corruption” ถือเป็นงานประชุมที่เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้และแนวคิดจากผู้เชี่ยวชาญด้าน AI และการต่อต้านคอร์รัปชันทั้งในและต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นเครื่องมือป้องกันและตรวจจับการทุจริตอย่างเป็นระบบ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 ก.ค. 68

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...