โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

EV เดือด! รัฐบาลจีนคุมเข้มสงครามราคา แบรนด์พัง-ผู้บริโภคเสี่ยง

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 03.32 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 10.32 น.

ในขณะที่โลกกำลังเร่งเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาด รถยนต์ไฟฟ้า (EV) กลายเป็นสมรภูมิการแข่งขันครั้งใหญ่ของผู้ผลิตยักษ์ใหญ่ทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศจีนที่ขึ้นแท่น “อภิมหาอุตสาหกรรม EV” ด้วยการผลิตแบบมวลรวมและการขยายตลาดแบบก้าวกระโดด แต่ในปี 2568 นี้ สงครามราคาที่รุนแรงเกินขอบเขตภายในจีน ได้ลุกลามข้ามพรมแดนมาถึงประเทศไทยอย่างชัดเจน พร้อมแรงสั่นสะเทือนที่ส่งผลทั้งเชิงบวกและลบ

ภายในประเทศจีน ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าหลายรายเริ่มเผชิญแรงกดดันจากการตัดราคากันอย่างหนักเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด ภายใต้บรรยากาศการแข่งขันที่หลายฝ่ายมองว่า “ไร้เหตุผล” จนทำให้แบรนด์รายกลางรายเล็กหลายแห่งต้องแบกรับภาระขาดทุน และซัพพลายเชนทั้งระบบเริ่มสั่นคลอน สถานการณ์บานปลายจนถึงจุดที่รัฐบาลจีนไม่อาจนิ่งเฉย นายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง จึงออกโรงแถลงจุดยืนชัดเจน เรียกร้องให้มีการกำกับดูแลการแข่งขันด้านราคามากขึ้น พร้อมเน้นย้ำว่า การเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าควรอิงกับนวัตกรรมและคุณภาพ ไม่ใช่แค่การลดราคาอย่างบ้าคลั่ง

องค์กรอุตสาหกรรมยานยนต์อย่าง China Association of Automobile Manufacturers ก็ออกมาเตือนถึงการแข่งขันที่ “ไร้ระเบียบ” และ “เสี่ยงต่อการเสียสมดุลทั้งระบบ” โดยมีการคาดการณ์ว่า หากปล่อยให้สถานการณ์เช่นนี้ดำเนินต่อไปโดยไม่มีการควบคุม ราคาตลาดอาจถูกบิดเบือนอย่างรุนแรงจนเกิดฟองสบู่ในอุตสาหกรรม EV ของจีน

แรงสะเทือนจากแดนมังกรเริ่มลามมาถึงประเทศไทยอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แบรนด์จากจีนกลายเป็นผู้เล่นหลักที่ครองส่วนแบ่งตลาดไทยแทบทั้งหมด และการแข่งขันตัดราคายังดำเนินต่อเนื่องแบบไม่ลดราวาศอก ล่าสุด BYD ซึ่งถือเป็นแบรนด์ยักษ์ใหญ่จากจีน ได้ปรับลดราคาจำหน่าย EV ในไทยลงถึง 20-34% เพื่อเร่งยอดขายและกดดันคู่แข่งรายอื่นในตลาด

แม้ผู้บริโภคไทยจะได้ประโยชน์ในแง่ของราคาที่ถูกลง แต่นั่นอาจมาพร้อมกับความเสี่ยงที่หลายคนอาจยังมองไม่เห็น ทั้งในเรื่องคุณภาพ ความมั่นคงของแบรนด์ และบริการหลังการขาย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการครอบครองรถยนต์ไฟฟ้าในระยะยาว สงครามราคาที่ดูเหมือนจะเป็นโอกาสสำหรับผู้บริโภคในวันนี้ อาจกลายเป็นต้นเหตุของปัญหาที่ยากจะแก้ไขในวันหน้า

ในอีกด้านหนึ่ง ประเทศไทยซึ่งมีเป้าหมายชัดเจนในการเป็นศูนย์กลางการผลิต EV ของอาเซียน ก็อาจได้รับผลกระทบจากการแย่งชิงตลาดระหว่างแบรนด์ต่างชาติ โดยเฉพาะในด้านการส่งเสริมผู้ผลิตท้องถิ่นและสร้างอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนระยะยาว หากการตัดราคาแบบไม่มีที่สิ้นสุดยังดำเนินต่อไปโดยไม่มีมาตรการรองรับที่ชัดเจน

ในระหว่างที่รัฐบาลจีนเริ่มควบคุมและทบทวนนโยบายสนับสนุน EV อย่างเข้มข้น ประเทศไทยเองก็ควรเริ่มประเมินสถานการณ์อย่างรอบด้าน เพื่อวางยุทธศาสตร์ที่ไม่ใช่แค่การรับรถราคาถูกจากต่างชาติ แต่ต้องมองไกลถึงความยั่งยืนของทั้งอุตสาหกรรมและผลประโยชน์ของผู้บริโภคในประเทศเป็นหลัก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...