โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

MTLสะกิดรพ.ร่วมมือโตยั่งยืน หลังเงินเฟ้อค่ารักษาพุ่งกว่า10%

ทันหุ้น

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 05.08 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 05.08 น.

#MTL #ทันหุ้น -MTL เดินหน้าพัฒนานวัตกรรมประกัน ตามความต้องการลูกค้า และเทคโนโลยีการรักษาที่พัฒนาไปมาก ย้ำ โรงพยาบาล-ผู้เอาประกัน ต้องรักษาความความจำเป็นทางการแพทย์ นำไปสู่ความยั่งยืนของทุกฝ่าย หลังเงินเฟ้อค่ารักษาโตกว่า 10% พร้อมชูนวัตกรรมประกันตัวใหม่ เมืองไทย เฟล็กซี่ โพรเทคชั่น 99/20 แบบประกันตลอดชีพ เข้า 65 ปี แปลงทุนเป็นค่ารักษาพยาบาลได้

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTLกล่าวว่า ประกันสุขภาพ แม้จะมีอัตราค่าสินไหม (Loss ratio) สูง แต่บริษัทประกันภัยก็มีผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเสนอขายให้กับผู้บริโภค และมีการพัฒนารูปแบบที่หลากหลายให้ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะรายบุคคลมากขึ้น รวมถึงแก้เกณฑ์ไม่ให้บริษัทปฏิเสธการต่ออายุกรมธรรม์ ประเด็นดังกล่าวนี้ ก็เพื่อให้ประโยชน์สูงสุดต่อผู้บริโภค

อย่างไรก็ตามดำเนินธุรกิจต้องคำนึงถึงความยั่งยืนของทุกฝ่ายทั้งผู้บริโภค บริษัทประกัน รวมถึงพันธมิตรคู่ค้าที่เป็นโรงพยาบาล ซึ่งจากเคลมสินไหมที่เพิ่มขึ้นสูงและเร็ว ก็ล้อไปกับอัตราเงินเฟ้อค่ารักษาพยาบาลที่กระโดดขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่ง โดยปี 2567 อยู่ที่ 15% ปัจจัยดังกล่าวไม่ได้กระทบแค่บริษัทประกันภัยเท่านั้น หากผู้บริโภคในพอร์ตประกันสุขภาพทุกคนก็ต้องรับผลกระทบจากการปรับเบี้ยทั้งพอร์ต แม้บางรายแทบจะไม่ได้เคลมเลยก็ตาม ดังนั้นเพื่อไม่ให้การปรับขึ้นเบี้ยเป็นไปอย่างรวดเร็ว จึงออกเกณฑ์ ประกันร่วมจ่าย หรือ Co-payment ขึ้นมา

*ยืนยันพร้อมจ่ายเคลม

นายสาระ อธิบายต่อไปว่า ไม่ใช่ว่าบริษัทไม่อยากจ่ายเคลมสินไหม แต่การจ่ายเคลมต้องอยู่ในพื้นฐานที่เหมาะสมถูกต้อง การรักษาที่สมเหตุสมผลเป็นไปตามความจำเป็นทางการแพทย์

“การเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อค่ารักษาพยาบาลไม่ได้มาจากปัจจัยการเคลมสินไหมเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากปัจจัยการพัฒนาของเทคโนโลยี นวัตกรรมการรักษา สิ่งเหล่านี้ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เงินเฟ้อค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น และไม่ได้เป็นแค่ไทยเท่านั้น หากในต่างประเทศก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน”

นายสาระ กล่าวต่อไปว่า นวัตกรรมการรักษาถูกพัฒนาไปอย่างมาก และเพื่อให้ลูกค้าของ MTL กว่า 3.8 ล้านราย เข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพได้อย่างรวดเร็ว บริษัทจึงได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลซึ่งถือเป็นพันธมิตร หรือคู่ค้าคนสำคัญของบริษัทในการร่วมกันพัฒนาบริการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบเทเลเมดิซีน (Telemedicine)ระบบการจ่ายเคลมต่าง ๆ ที่รวดเร็ว จึงเห็นได้ว่าในหนึ่งผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพ จึงเกี่ยวข้องกับทั้ง บริษัทประกัน โรงพยาบาล และลูกค้าที่เข้ามารักษา ดังนั้น การดำเนินสู่ความยั่งยืนจึงต้องคำนึงถึงทุก ๆ ส่วน

นายสาระ กล่าวว่า MTL มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้ทันต่อนวัตกรรมการรักษาพยาบาล และความต้องการของลูกค้า จากอดีตที่แบบประกันสุขภาพจะจำกัดวงเงินรายการการรักษา แต่ความต้องการของผู้บริโภค ทำให้ บริษัทออกมาเป็นเหมาจ่าย ที่ปัจจุบัน คุ้มครองตั้งแต่ 1 ล้านบาทไป จนถึง 100 ล้านบาท มีการขยายอายุความคุ้มครองไปจนถึง 99 ปี รวมถึงให้ความคุ้มครองการรักษาที่เป็นทางเลือกใหม่ ๆ

*ชูนวัตกรรมโปรดักต์ใหม่

อย่างล่าสุดที่ออก เมืองไทย เฟล็กซี่ โพรเทคชั่น 99/20 ก็เป็นนวัตกรรมใหม่ด้านการประกัน ด้วยความคุ้มครองที่ครอบคลุมทั้งชีวิตและสุขภาพ ครบจบในกรมธรรม์เดียว จ่ายสั้นแต่ได้รับความคุ้มครองยาวไปจนถึงอายุ 99 ปี จ่ายเบี้ยประกันภัยแค่ 20 ปี ไม่ต้องมีภาระจ่ายเบี้ยในวัยเกษียณ พร้อมวงเงินสุขภาพพร้อมใช้ในวัยเกษียณ คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลตั้งแต่อายุ 65 ปี ทั้งกรณีผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกด้วยวงเงินเหมาจ่าย ปรับได้ตามใจด้วยการปรับเปลี่ยนวงเงินคุ้มครองชีวิตให้เป็นวงเงินค่ารักษาพยาบาลได้ในวัยเกษียณ เบี้ยคงที่ไม่ปรับเพิ่มตามอายุ ลดหย่อนภาษีได้เต็มก้อน สูงสุด 100,000 บาทต่อปี

ทั้งนี้บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต ยังได้จัดมอบรางวัลเกียรติยศ “Muang Thai Life Assurance Hospital Award 2024” เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างบริษัทกับโรงพยาบาลคู่สัญญาทั่วประเทศ และร่วมกันยกระดับการให้บริการด้านการประกันชีวิตและประกันสุขภาพ ทั้งในด้านการริเริ่มคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่พร้อมรองรับและตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าได้มากขึ้น

ซึ่งปีนี้มี 6 ประเภทรางวัล ได้แก่ รางวัลเกียรติยศสูงสุด, รางวัลด้านความรวดเร็ว มีคุณภาพ และเข้าใจความต้องการลูกค้า, รางวัลด้านบริหารจัดการทางการแพทย์, รางวัลด้านริเริ่ม เปิดรับ ตอบรับนวัตกรรมใหม่, รางวัลความร่วมมือระหว่างองค์กร และรางวัลการดูแลใส่ใจอย่างเป็นเลิศ รวมจำนวน 31 รางวัล

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...