โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ส่องทิศทาง ‘ค่าเงินบาท – ฟันด์โฟลว์’ โดนกระทบแค่ไหน จากข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา

THE STANDARD

อัพเดต 31 ก.ค. 2568 เวลา 00.38 น. • เผยแพร่ 31 ก.ค. 2568 เวลา 00.38 น. • thestandard.co
ส่องทิศทาง ‘ค่าเงินบาท – ฟันด์โฟลว์’ โดนกระทบแค่ไหน จากข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา

สถานการณ์ค่าเงินบาทในปีนี้ถือว่ามีความผันผวนจากหลายปัจจัยกดดัน มาจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และยังมีประเด็นข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา เกิดขึ้นตามมาอีก แล้วเงินบาท – ฟันด์โฟลว์ ในช่วงที่เหลือของปีนี้จะเคลื่อนไหวต่ออย่างไร

แพทริก ปูเลีย รองผู้จัดการใหญ่ Head of Financial Markets Function และ Head of Private Banking Relationship Management ธนาคารไทยพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ในรายการ Morning Wealth ระบุว่า ค่าเงินบาทในปีนี้ยังคงเผชิญแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง โดยหลักๆ มาจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ จากนโยบายของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ และล่าสุดยังมีการกลับตัวของค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังราคาทองคำทำจุดสูงสุดที่ประมาณ 3,400 ดอลลาร์ ทำให้ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อราคาทองคำอ่อนค่าลงเล็กน้อย ค่าเงินบาทก็ปรับขึ้นไปประมาณ 20 สตางค์

อย่างไรก็ตาม หากราคาทองคำกลับไปทำ New High อีกครั้ง ค่าเงินบาทอาจมีแรงกดดันน้อยลง

นอกจากนี้ การพิจารณาสกุลเงินอื่นๆ ร่วมด้วยก็เป็นสิ่งสำคัญ แม้ว่าค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอาจทำให้เสียเปรียบทางการค้า แต่หากสกุลเงินของจีนและประเทศเพื่อนบ้านก็แข็งค่าขึ้นเช่นกัน ถือว่ายังอยู่ในระดับที่ยอมรับได้

คาดสิ้นปีเงินบาทเคลื่อนไหว บวก – ลบ 32 บาท

เมื่อมองแนวโน้มค่าเงินบาทในช่วง 5 เดือนที่เหลือของปีนี้ แพทริก มองว่าปีนี้ยังคงเป็นปีที่ผันผวน โดยค่าเงินบาทเปิดปีนี้มาที่ประมาณ 34.30 บาท และลงมาแข็งค่าสุดที่ระดับประมาณ 32 บาท โดยการแข็งค่าของเงินบาทไม่เป็นผลดีต่อภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวซึ่งเป็นกลไกขับเคลื่อนหลักของประเทศ

โดยธนาคารไทยพาณิชย์ ยังคงมองว่าสิ้นปีนี้ค่าเงินบาทมีโอกาสเคลื่อนอยู่ในระดับบวกหรือลบ 32 บาท ซึ่งโอกาสที่ค่าเงินบาทจะอ่อนค่าเกิน 34 บาทนั้นค่อนข้างน้อย นอกจากจะมีปัจจัยหนักๆ เช่น เศรษฐกิจไทยไม่สามารถฟื้นตัวได้อย่างแท้จริง ส่วนโอกาสที่เงินบาทจะแข็งค่าหลุดต่ำกว่า 30 บาทนั้นค่อนข้างยาก เนื่องจากปัจจุบันเงินบาทแข็งค่าขึ้นมาแล้วถึง 6% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่าลงเกือบ 10% ถือว่าเงินบาทปรับลงมาค่อนข้างมากแล้ว และน่าจะยังทรงตัวอยู่ในช่วง 32 บาทบวกลบได้

พิพาทชายแดนไร้ผลกระทบ ฟันด์โฟลว์ยังไหลเข้าตลาดบอนด์

ในส่วนของฟันด์โฟลว์ ประเด็นความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชายังไม่ส่งผลกระทบต่อกระแสเงินทุนอย่างมีนัยสำคัญ ยังไม่มีการไหลเข้าหรือออกของเงินทุนจำนวนมาก และถือว่าส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาทค่อนข้างน้อย

ภาพรวมของกระแสเงินทุนในปีนี้ดีขึ้นจากปีที่แล้วที่เงินทุนไหลออกจากทั้งตลาดพันธบัตรและตลาดหุ้น แต่ปีนี้เริ่มเห็นเงินทุนกลับเข้ามาใน ตลาด Bond Market บางส่วน แต่ตลาดหุ้นยังคงอ่อนแอและมีเงินทุนไหลออกอยู่

สาเหตุที่เงินทุนไหลเข้าตลาดพันธบัตรมี 2 ประเด็นหลัก คือ

  • การคาดการณ์ว่าไทยอาจมีการลดดอกเบี้ยในช่วงครึ่งปีหลัง ทำให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาเก็งกำไรในค่าเงินผ่านตลาดพันธบัตร

2 คาดว่าจะได้กำไรจากอัตราดอกเบี้ยด้วย ซึ่งทั้งสองปัจจัยนี้เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กระแสเงินทุนยังคงไหลเข้าตลาดพันธบัตร

จับตาทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ และไทย

สำหรับผลการประชุม FOMC (Federal Open Market Committee) ของธนาคารสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งคาดว่าตลาดค่อนข้างชัดเจนว่ามีโอกาสที่ดอกเบี้ยสหรัฐฯ จะปรับลดลงประมาณ 2 ครั้ง โดยจะเริ่มตั้งแต่หลังการประชุมครั้งนี้เป็นต้นไปจนถึงต้นปีหน้า เนื่องจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีความต้องการให้มีการลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นแรงกดดันทางการเมือง นอกจากนี้ ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่เริ่มสลับดีบ้างและอ่อนแอลงบ้าง ก็เป็นปัจจัยเสริมที่บ่งชี้ว่าดอกเบี้ยมีโอกาสปรับตัวลดลงได้ 2 ครั้งในปีนี้

ส่วนภาพรวมของไทย หลังการเข้ามาของ วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนใหม่ ซึ่งจะเข้ารับตำแหน่งในเดือนกันยายน ตลาดคาดการณ์ว่าอาจมีการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมากขึ้น SCB เองก็มองว่าในช่วงครึ่งปีหลังของไทยน่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงประมาณ 2 ครั้ง โดยอาจจะเป็นเดือนสิงหาคมและสิ้นปี ซึ่งตลาดพันธบัตรก็ได้มีการ Price in ไปแล้วว่ามีโอกาสลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้

สำหรับต้องจับตาต่อไป คือสถานการณ์ในปีหน้า หากเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว อาจจำเป็นต้องมีการลดดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 3 หรือไม่ อย่างไรก็ตาม สำหรับปีนี้ธนาคารไทยพาณิชย์ยังคงมองว่าการลดดอกเบี้ย 2 ครั้งเป็นพื้นฐานที่คาดการณ์ไว้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...