โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

นักวิชาการแนะไทยต้องปรับแนวคิด-การทูต ชาติต้องมาก่อนเมื่อรับมือกัมพูชา

Amarin TV

เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 07.58 น.
เมื่อดูจากอดีตที่ผ่านมา ไทยและกัมพูชา ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านมีชายแดนติดกัน ก็มักจะเกิดความขัดแย้งอยู่เป็นระยะ นักวิชาการแนะรัฐบาลไทยควรปรับแนวคิด-การทูต

ปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชายังคงเป็นประเด็นตึงเครียดที่เกิดขึ้นมาหลายสัปดาห์แล้ว และเมื่อดูจากในอดีตที่ผ่านมา ไทยและกัมพูชา ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านมีชายแดนติดกัน ก็มักจะเกิดประเด็นความขัดแย้งอยู่เป็นระยะ ดังนั้นเมื่อมีพรมแดนติดกันเช่นนี้ และการกระทบกระทั่งเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช นายกสมาคมภูมิภาคศึกษา และอาจารย์ ม.ธรรมศาสตร์ จึงแนะนำว่า รัฐบาลไทยควรปรับแนวคิดและการทูต เมื่อต้องรับมือกับกัมพูชา

ไทยต้องปรับแนวคิด เอาผลประโยชน์ชาติเป็นที่ตั้ง

ในช่วงที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศของไทย โดยเฉพาะโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ มีท่าทีตอบโต้และส่งสัญญาณไปยังกัมพูชาอย่างเข้มข้นมากขึ้น ทั้งในประเด็นที่ระบุว่ากัมพูชาอาจมีการแทรกแซงกิจการภายในของไทย ซึ่งถือว่าขัดต่อหลักการอาเซียนและกฎหมายระหว่างประเทศหลายประการ

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญของไทยในขณะนี้อยู่ที่เสถียรภาพทางการเมืองภายในประเทศเอง เนื่องจากยังไม่ชัดเจนว่าผู้ที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในระยะต่อไปคือใคร ขณะที่ท่าทีของนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน รวมถึงการสื่อสารบางประเด็น เช่น การเจรจากับผู้นำกัมพูชา อาจสร้างความกังวลให้กับประชาชนบางส่วน โดยเฉพาะกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ชาติและศักดิ์ศรีของประเทศ

รศ.ดร.ดุลยภาคมองว่า หากไทยยังคงยึดแนวทางนโยบายต่างประเทศที่มองกัมพูชาเป็นเพียง ‘เพื่อนบ้านที่ดี’ และให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของกลุ่มทุนบางกลุ่มมากกว่าอธิปไตยของชาติ อาจทำให้ไทยเสียเปรียบและไม่สามารถปกป้องผลประโยชน์ของประเทศได้เต็มที่

ข้อเสนอสำคัญคือไทยควรปรับกระบวนทัศน์ด้านนโยบายต่างประเทศใหม่ โดยวางเกียรติภูมิของประเทศ อธิปไตย และบูรณภาพแห่งเขตแดนเป็นธงนำ พร้อมทั้งเพิ่มศักยภาพในการตอบโต้ทางการทูตให้เฉียบคม รวดเร็ว และหลากหลายมิติมากขึ้น ลดการยอมตามแรงกดดันจากกัมพูชา และมองว่ากัมพูชาอาจเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงในบางด้าน ขณะเดียวกันไทยก็ยังคงรักษาภาพลักษณ์ของรัฐที่ใฝ่หาสันติภาพบนหลักการระหว่างประเทศ

ต้องปรับยุทธศาสตร์การทูตแบบสองด้าน

รศ.ดร.ดุลยภาคยังชี้ด้วยว่า การเผชิญหน้ากับฮุน เซนผู้นำกัมพูชาที่ครองอำนาจยาวนานกว่า 40 ปี และมีลักษณะการเมืองในเชิงกลยุทธ์คล้ายแนวคิด ‘แมคคิเวลเลียน ’ ซึ่งให้ความสำคัญกับอำนาจและผลประโยชน์มากกว่าศีลธรรม ถือเป็นโจทย์ท้าทายสำหรับไทย

ดังนั้น ไทยจึงจำเป็นต้องมียุทธศาสตร์การทูตสองด้าน คือ ใช้ความสุภาพทางการทูตควบคู่ไปกับการตอบโต้เชิงยุทธวิธีอย่างชาญฉลาดและทันเกม เพื่อปกป้องผลประโยชน์ชาติได้อย่างแท้จริง

ทั้งนี้ นิโคโล แมคคิเวลลี คือนักการทูตและนักคิดการเมืองชาวอิตาเลียนที่มีชีวิตอยู่ในช่วงปี ค.ศ. 1469 – 1527 ซึ่งได้สังเกตพฤติกรรมของตนเองก่อนจะถ่ายทอดแนวคิดเหล่านั้นออกมาเป็นหนังสือเพื่อแนะนำเทคนิคและกลยุทธ์ที่บุคคลสามารถนำไปใช้จัดการหรือชักจูงผู้อื่นตามเป้าหมายของตน

งานเขียนของเขาเคยถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในประเด็นศีลธรรมและจริยธรรม แต่ชื่อเสียงของเขาก็ทำให้นามสกุล ‘แมคคิเวลลี’ กลายเป็นคำศัพท์ทางการเมืองที่หมายถึงผู้มีไหวพริบเฉียบแหลม ส่วนคำว่า ‘แมคคิเวลเลียน’ ถูกใช้เพื่ออธิบายวิธีการเมืองที่อาศัยเล่ห์เหลี่ยมและกลยุทธ์เพื่อรักษาอำนาจและผลประโยชน์เป็นสำคัญ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...